คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7297/2547 ฉบับเต็ม

#113198
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7297/2547 พนักงานอัยการจังหวัดพัทลุง โจทก์ นายประคอง วิจิตรโสภา จำเลย ป.อ. มาตรา 334 จำเลยบอกขายถังน้ำมันของกลาง ซึ่งวางอยู่ในที่ดินของผู้อื่นให้แก่ผู้ซื้อ โดยแจ้งแก่ผู้ซื้อว่าถังน้ำมันของกลางเป็นของจำเลย แต่ความจริงเป็นของผู้เสียหาย ผู้ซื้อตกลงซื้อถังน้ำมันของกลางแล้วได้ว่าจ้าง ส. ให้ขนถังน้ำมันของกลางไปไว้ที่สถานีบริการน้ำมันของผู้ซื้อ หลังจากนั้นผู้ซื้อจึงชำระราคาให้แก่จำเลย โดยผู้เสียหายมิได้ยินยอมด้วยแต่อย่างใด การกระทำของจำเลยเป็นการเอาไปซึ่งทรัพย์ของผู้อื่นโดยทุจริตแล้ว จึงมีความผิดฐานลักทรัพย์ ___________________________ โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (1) ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์จำนวน 1,060,000 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 335 (1) วรรคแรก จำคุก 3 ปี ให้จำเลยคืนถังน้ำมันขนาด 1,500 ลิตร 2 ใบ ที่จำเลยลักไป หรือใช้ราคาจำนวน 300,000 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลย มีว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ โจทก์มีนางปรียา ผู้เสียหายเป็นพยานเบิกความว่า ผู้เสียหายซื้อถังน้ำมัน 6 ใบ กับถังน้ำ 1 ใบ จากบริษัทบางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) เพื่อใช้ในการประกอบกิจการจำหน่ายน้ำมัน แต่ประสบปัญหาทางการเงินไม่สามารถก่อสร้างสถานีบริการน้ำมันให้แล้วเสร็จได้ จึงได้ขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างยกเว้นถังน้ำมันกับถังน้ำดังกล่าวให้แก่นายมุ่งมาด และนายประเวศ ต่อมากลางเดือนพฤษภาคม 2541 ปรากฏว่ามีคนร้ายลักเอาถังน้ำมันกับถังน้ำของผู้เสียหายไป กับมีนายน้อม เป็นพยานเบิกความว่า ประมาณเดือนมีนาคม 2541 นายจำลองซึ่งรับจ้างก่อสร้างสถานีบริการน้ำมันให้พยานบอกแก่พยานว่ามีคนจะขายถังน้ำมันและพาพยานไปดูถังน้ำมันดังกล่าว ซึ่งอยู่ในบริเวณที่มีการก่อสร้างสถานีบริการน้ำมันที่บ้านทุ่งผีปั้นรูป อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง หลังจากนั้นอีกประมาณ 1 เดือน จำเลยมาพบพยานบอกพยานว่าถังน้ำมันดังกล่าวเป็นของจำเลยและเสนอขายให้แก่พยาน พยานตกลงซื้อ 2 ใบ ในราคา 35,000 บาท ต่อมาผู้เสียหายมาพบพยานแจ้งแก่พยานว่าถังน้ำมันดังกล่าวเป็นของผู้เสียหาย เห็นว่า พยานโจทก์ไม่มีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลย ไม่มีข้อระแวงว่าจะกลั่นแกล้งเบิกความปรักปรำจำเลยเชื่อว่าเบิกความตามความจริง ที่จำเลยฎีกาว่า ถังน้ำมันดังกล่าวมีราคา 300,000 บาท นายน้อมเบิกความว่าซื้อมาในราคา 35,000 บาท เป็นพิรุธนั้น เห็นว่า การลักลอบเอาทรัพย์สินของผู้อื่นมาขายย่อมต้องการขายให้ได้โดยเร็ว โดยไม่คำนึงถึงราคาที่แท้จริงมากนักคำเบิกความของนายน้อมไม่เป็นพิรุธ พยานหลักฐานของโจทก์มีน้ำหนักมั่นคง จำเลยไม่ได้นำสืบหักล้างข้อเท็จจริงนี้ โดยนำสืบแต่เพียงว่าผู้เสียหายขายที่ดินที่ก่อสร้างสถานีบริการน้ำมันรวมทั้งถังน้ำมันให้แก่นายมุ่งมาดไปแล้ว เห็นว่า หากเป็นเช่นนั้นจริง นายมุ่งมาดก็น่าจะเป็นผู้ไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนเพื่อติดตามจับกุมคนร้ายและติดตามเอาทรัพย์คืน แต่นายมุ่งมาดพยานจำเลยเองเบิกความว่า พยานมิได้ไปแจ้งความแต่อย่างใด พยานหลักฐานของจำเลยขัดเหตุผลไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ ศาลฎีกาเชื่อว่าถังน้ำมันดังกล่าวเป็นของผู้เสียหาย และจำเลยนำไปขายให้แก่นายน้อม โดยผู้เสียหายมิได้ยินยอมเป็นการเอาทรัพย์ของผู้อื่นไปโดยทุจริต จึงมีความผิดฐานลักทรัพย์ ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น แต่ที่ศาลล่างทั้งสองลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 335 (1) นั้น เห็นว่าทางนำสืบของโจทก์ไม่ปรากฏว่าจำเลยกระทำความผิดในเวลากลางคืน จึงฟังว่าจำเลย เพียงแต่กระทำความผิดตาม ป.อ. มาตรา 334 เท่านั้น พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 334 ลงโทษจำคุก 2 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตาม คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9. (ทองหล่อ โฉมงาม-ปรีดี รุ่งวิสัย-เฉลิมศักดิ์ บุญยงค์) ศาลจังหวัดพัทลุง - นายพรสักก์ พิทักษ์ธรรม ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นายสุวิทย์ นรนุตกุล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
113198
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดพัทลุง",
        "judge": "นายพรสักก์ พิทักษ์ธรรม"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 9",
        "judge": "นายสุวิทย์ นรนุตกุล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082037779"
    }
}
date
2547
deka_no
7297/2547
deka_running_no
7297
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "ทองหล่อ โฉมงาม",
    "ปรีดี รุ่งวิสัย",
    "เฉลิมศักดิ์ บุญยงค์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 334"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดพัทลุง"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายประคอง วิจิตรโสภา"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (1) ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์จำนวน 1,060,000 บาท แก่ผู้เสียหาย

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 335 (1) วรรคแรก จำคุก 3 ปี ให้จำเลยคืนถังน้ำมันขนาด 1,500 ลิตร 2 ใบ ที่จำเลยลักไป หรือใช้ราคาจำนวน 300,000 บาท แก่ผู้เสียหาย

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลย มีว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ โจทก์มีนางปรียา ผู้เสียหายเป็นพยานเบิกความว่า ผู้เสียหายซื้อถังน้ำมัน 6 ใบ กับถังน้ำ 1 ใบ จากบริษัทบางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) เพื่อใช้ในการประกอบกิจการจำหน่ายน้ำมัน แต่ประสบปัญหาทางการเงินไม่สามารถก่อสร้างสถานีบริการน้ำมันให้แล้วเสร็จได้ จึงได้ขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างยกเว้นถังน้ำมันกับถังน้ำดังกล่าวให้แก่นายมุ่งมาด และนายประเวศ ต่อมากลางเดือนพฤษภาคม 2541 ปรากฏว่ามีคนร้ายลักเอาถังน้ำมันกับถังน้ำของผู้เสียหายไป กับมีนายน้อม เป็นพยานเบิกความว่า ประมาณเดือนมีนาคม 2541 นายจำลองซึ่งรับจ้างก่อสร้างสถานีบริการน้ำมันให้พยานบอกแก่พยานว่ามีคนจะขายถังน้ำมันและพาพยานไปดูถังน้ำมันดังกล่าว ซึ่งอยู่ในบริเวณที่มีการก่อสร้างสถานีบริการน้ำมันที่บ้านทุ่งผีปั้นรูป อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง หลังจากนั้นอีกประมาณ 1 เดือน จำเลยมาพบพยานบอกพยานว่าถังน้ำมันดังกล่าวเป็นของจำเลยและเสนอขายให้แก่พยาน พยานตกลงซื้อ 2 ใบ ในราคา 35,000 บาท ต่อมาผู้เสียหายมาพบพยานแจ้งแก่พยานว่าถังน้ำมันดังกล่าวเป็นของผู้เสียหาย เห็นว่า พยานโจทก์ไม่มีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลย ไม่มีข้อระแวงว่าจะกลั่นแกล้งเบิกความปรักปรำจำเลยเชื่อว่าเบิกความตามความจริง ที่จำเลยฎีกาว่า ถังน้ำมันดังกล่าวมีราคา 300,000 บาท นายน้อมเบิกความว่าซื้อมาในราคา 35,000 บาท เป็นพิรุธนั้น เห็นว่า การลักลอบเอาทรัพย์สินของผู้อื่นมาขายย่อมต้องการขายให้ได้โดยเร็ว โดยไม่คำนึงถึงราคาที่แท้จริงมากนักคำเบิกความของนายน้อมไม่เป็นพิรุธ พยานหลักฐานของโจทก์มีน้ำหนักมั่นคง จำเลยไม่ได้นำสืบหักล้างข้อเท็จจริงนี้ โดยนำสืบแต่เพียงว่าผู้เสียหายขายที่ดินที่ก่อสร้างสถานีบริการน้ำมันรวมทั้งถังน้ำมันให้แก่นายมุ่งมาดไปแล้ว เห็นว่า หากเป็นเช่นนั้นจริง นายมุ่งมาดก็น่าจะเป็นผู้ไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนเพื่อติดตามจับกุมคนร้ายและติดตามเอาทรัพย์คืน แต่นายมุ่งมาดพยานจำเลยเองเบิกความว่า พยานมิได้ไปแจ้งความแต่อย่างใด พยานหลักฐานของจำเลยขัดเหตุผลไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ ศาลฎีกาเชื่อว่าถังน้ำมันดังกล่าวเป็นของผู้เสียหาย และจำเลยนำไปขายให้แก่นายน้อม โดยผู้เสียหายมิได้ยินยอมเป็นการเอาทรัพย์ของผู้อื่นไปโดยทุจริต จึงมีความผิดฐานลักทรัพย์ ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น แต่ที่ศาลล่างทั้งสองลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 335 (1) นั้น เห็นว่าทางนำสืบของโจทก์ไม่ปรากฏว่าจำเลยกระทำความผิดในเวลากลางคืน จึงฟังว่าจำเลย เพียงแต่กระทำความผิดตาม ป.อ. มาตรา 334 เท่านั้น

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 334 ลงโทษจำคุก 2 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตาม คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000875.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547