คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6509/2547 ฉบับเต็ม

#113205
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6509/2547 ธนาคารยูโอบีรัตนสิน จำกัด (มหาชน) โจทก์ นางสาวอนงลักษณ์ โหน่งที จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 4 (1) โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเป็นสมาชิกบัตรเครดิตของโจทก์ได้ทำหนังสือรับสภาพหนี้อันเนื่องมาจากการใช้บัตรเครดิตต่อโจทก์ ซึ่งจำเลยผ่อนชำระหนี้ดังกล่าวแก่โจทก์บางส่วนแล้วผิดนัดไม่ชำระ ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน ดังนี้ แม้ตามสำเนาใบสมัครสมาชิกบัตรเครดิตระบุว่า สถานที่รับบัตรและส่งใบเรียกเก็บเงินคือบ้านจำเลยซึ่งอยู่อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นสถานที่มูลคดีเกิด แต่ในคดีแต่ละคดี มูลคดีอาจเกิดขึ้นได้หลายแห่ง หลังจากจำเลยผิดสัญญาใช้บัตรเครดิตเป็นหนี้จำนวนหนึ่ง โจทก์จำเลยได้ทำหนังสือรับสภาพหนี้ซึ่งแม้ว่าไม่ลบล้างหนี้เดิมหรือเกิดหนี้ใหม่ แต่หนังสือรับสภาพหนี้เป็นนิติกรรมอันชอบด้วยกฎหมายมีผลผูกพันคู่สัญญา จึงถือได้ว่าสถานที่ทำหนังสือรับสภาพหนี้เป็นสถานที่เกิดมูลคดีอีกแห่งหนึ่ง เมื่อหนังสือรับสภาพหนี้ทำที่สำนักงานใหญ่ของธนาคารโจทก์ซึ่งอยู่ในเขตอำนาจศาลชั้นต้น (ศาลแขวงพระโขนง) อีกทั้งโจทก์ฟ้องขอบังคับตามหนังสือรับสภาพหนี้และแนบสำเนาหนังสือมาท้ายฟ้องอันเป็นส่วนหนึ่งของคำฟ้อง การที่โจทก์ยื่นฟ้องต่อศาลชั้นต้น (ศาลแขวงพระโขนง) จึงชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 4 (1) ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นหนี้อันเนื่องจากการใช้บัตรเครดิตเป็นเงิน 67,818.18 บาท แต่จำเลยผิดนัดไม่ชำระขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 81,747.97 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 17 ต่อปี ของต้นเงิน 62,818.18 บาท นับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้ว เห็นว่า มูลคดีและภูมิลำเนาของจำเลยมิได้อยู่ในเขตศาลชั้นต้น จึงมีคำสั่งไม่รับคำฟ้อง คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมดแก่โจทก์ โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้ศาลชั้นต้นมิได้สั่งอนุญาตให้โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา แต่การที่จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้วไม่คัดค้านและศาลชั้นต้นส่งสำนวนไปยังศาลฎีกา พอแปลได้ว่าศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์อุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 223 ทวิ วรรคหนึ่ง แล้ว มีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า โจทก์ชอบที่จะเสนอคำฟ้องของโจทก์ต่อศาลชั้นต้นได้หรือไม่ เห็นว่า คำว่า มูลคดี หมายถึงต้นเหตุอันเป็นที่มาแห่งการโต้แย้งสิทธิอันจะทำให้โจทก์เกิดอำนาจฟ้อง เมื่อพิจารณาสำเนาใบสมัครสมาชิกบัตรเครดิตเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 5 ที่ระบุว่า สถานที่รับบัตรและส่งใบเรียกเก็บเงินคือที่บ้านของจำเลยซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ส่วนการอนุมัติการออกบัตรเครดิตแม้จะกระทำที่สำนักงานใหญ่ของโจทก์ดังที่โจทก์อุทธรณ์ ก็เป็นเพียงขั้นตอนปฏิบัติของโจทก์เท่านั้น เมื่อจำเลยรับบัตรเครดิตที่บ้านของจำเลยอันเป็นขั้นตอนสุดท้ายที่จำเลยจะสามารถนำบัตรเครดิตของโจทก์ไปใช้แทนการชำระค่าสินค้า ค่าบริการตลอดจนเบิกถอนเงินสดจนเป็นเหตุพิพาทซึ่งเป็นที่มาแห่งการโต้แย้งสิทธิและมูลหนี้ตามฟ้อง หากปราศจากเหตุและขั้นตอนสุดท้ายดังกล่าวเสียแล้ว โจทก์จำเลยย่อมไม่มีนิติสัมพันธ์เกี่ยวกับบัตรเครดิตหรือสินเชื่อต่อกัน มูลคดีจึงมิได้เกิดขึ้นในเขตศาลชั้นต้น ส่วนกรณีที่จำเลยทำหนังสือรับสภาพหนี้กับโจทก์ในมูลหนี้อันเกิดจากการใช้บัตรเครดิตดังกล่าวที่สำนักงานใหญ่ของโจทก์ ก็ไม่มีเหตุผลเปลี่ยนแปลงศาลที่มีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีแต่อย่างใด เพราะการรับสภาพหนี้ไม่ทำให้มูลหนี้ดังกล่าวเปลี่ยนแปลงหรือทำให้มูลหนี้เดิมระงับสิ้นไปเกิดเป็นมูลหนี้ใหม่ คงมีผลเพียงทำให้อายุความสะดุดหยุดลงเท่านั้น สถานที่ที่ทำหนังสือรับสภาพหนี้ จึงมิใช่สถานที่ที่มูลคดีเกิด ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฟ้องของโจทก์จึงชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ. (สายันต์ สุรสมภพ-สมศักดิ์ เนตรมัย-สุภิญโญ ชยารักษ์) ศาลแขวงพระโขนง - หม่อมราชวงศ์ดำรงค์ศักดิ์ เกษม ศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
113205
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงพระโขนง",
        "judge": "หม่อมราชวงศ์ดำรงค์ศักดิ์ เกษม"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ -",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082038225"
    }
}
date
2547
deka_no
6509/2547
deka_running_no
6509
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "สายันต์ สุรสมภพ",
    "สมศักดิ์ เนตรมัย",
    "สุภิญโญ ชยารักษ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 4 (1)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคารยูโอบีรัตนสิน จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาวอนงลักษณ์ โหน่งที"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นหนี้อันเนื่องจากการใช้บัตรเครดิตเป็นเงิน 67,818.18 บาท แต่จำเลยผิดนัดไม่ชำระขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 81,747.97 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 17 ต่อปี ของต้นเงิน 62,818.18 บาท นับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้ว เห็นว่า มูลคดีและภูมิลำเนาของจำเลยมิได้อยู่ในเขตศาลชั้นต้น จึงมีคำสั่งไม่รับคำฟ้อง คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมดแก่โจทก์

โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 223 ทวิ

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้ศาลชั้นต้นมิได้สั่งอนุญาตให้โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา แต่การที่จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้วไม่คัดค้านและศาลชั้นต้นส่งสำนวนไปยังศาลฎีกา พอแปลได้ว่าศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์อุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 223 ทวิ วรรคหนึ่ง แล้ว มีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า โจทก์ชอบที่จะเสนอคำฟ้องของโจทก์ต่อศาลชั้นต้นได้หรือไม่ เห็นว่า คำว่า มูลคดี หมายถึงต้นเหตุอันเป็นที่มาแห่งการโต้แย้งสิทธิอันจะทำให้โจทก์เกิดอำนาจฟ้อง เมื่อพิจารณาสำเนาใบสมัครสมาชิกบัตรเครดิตเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 5 ที่ระบุว่า สถานที่รับบัตรและส่งใบเรียกเก็บเงินคือที่บ้านของจำเลยซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ส่วนการอนุมัติการออกบัตรเครดิตแม้จะกระทำที่สำนักงานใหญ่ของโจทก์ดังที่โจทก์อุทธรณ์ ก็เป็นเพียงขั้นตอนปฏิบัติของโจทก์เท่านั้น เมื่อจำเลยรับบัตรเครดิตที่บ้านของจำเลยอันเป็นขั้นตอนสุดท้ายที่จำเลยจะสามารถนำบัตรเครดิตของโจทก์ไปใช้แทนการชำระค่าสินค้า ค่าบริการตลอดจนเบิกถอนเงินสดจนเป็นเหตุพิพาทซึ่งเป็นที่มาแห่งการโต้แย้งสิทธิและมูลหนี้ตามฟ้อง หากปราศจากเหตุและขั้นตอนสุดท้ายดังกล่าวเสียแล้ว โจทก์จำเลยย่อมไม่มีนิติสัมพันธ์เกี่ยวกับบัตรเครดิตหรือสินเชื่อต่อกัน มูลคดีจึงมิได้เกิดขึ้นในเขตศาลชั้นต้น ส่วนกรณีที่จำเลยทำหนังสือรับสภาพหนี้กับโจทก์ในมูลหนี้อันเกิดจากการใช้บัตรเครดิตดังกล่าวที่สำนักงานใหญ่ของโจทก์ ก็ไม่มีเหตุผลเปลี่ยนแปลงศาลที่มีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีแต่อย่างใด เพราะการรับสภาพหนี้ไม่ทำให้มูลหนี้ดังกล่าวเปลี่ยนแปลงหรือทำให้มูลหนี้เดิมระงับสิ้นไปเกิดเป็นมูลหนี้ใหม่ คงมีผลเพียงทำให้อายุความสะดุดหยุดลงเท่านั้น สถานที่ที่ทำหนังสือรับสภาพหนี้ จึงมิใช่สถานที่ที่มูลคดีเกิด ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฟ้องของโจทก์จึงชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000879.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547