คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1753/2548 ฉบับเต็ม

#113217
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1753/2548 นายเสาร์ น้อยหมอ โจทก์ สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์บ้านป่าก๋อย บ้านสันต้นธง รวมมิตร จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 224, มาตรา 238, มาตรา 243 (3), มาตรา 247 ในคดีที่ต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.พ. มาตรา 224 ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาจำต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำนวนตามมาตรา 238 และมาตรา 247 แต่ที่ศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงโดยนำข้อเท็จจริงที่ไม่ปรากฎในสำนวนมาวินิจฉัย ทั้งขัดแย้งกับหลักฐานในสำนวนจึงเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาย่อมวินิจฉัยข้อเท็จจริงใหม่ได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 243 (3) (ก) ประกอบมาตรา 247 ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นบิดาของนางสาวสุภา บุคคลซึ่งศาลได้มีคำสั่งให้เป็นคนสาบสูญ ตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 946/2541 ของศาลชั้นต้น โจทก์ได้นำคำสั่งศาลดังกล่าวไปขอรับเงินฌาปนกิจสงเคราะห์ที่นางสาวสุภาจะพึงได้จากจำเลยเป็นเงิน 27,000 บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 29,102.67 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีในต้นเงิน 27,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยจดทะเบียนเป็นสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์บ้านป่าก๋อย บ้านสันต้นธง รวมมิตร มีฐานะเป็นนิติบุคคล โจทก์และนางสาวสุภามิได้เป็นสมาชิกของสมาคมจำเลย นับตั้งแต่จำเลยได้จดทะเบียนเป็นสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ยังไม่เคยดำเนินกิจการใด ๆ โจทก์ไม่มีนิติสัมพันธ์กับจำเลย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยจะต้องชำระเงินฌาปนกิจสงเคราะห์ตามฟ้องให้แก่โจทก์หรือไม่ คดีนี้ต้องห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.พ. มาตรา 224 ศาลอุทธรณ์ภาค 5 และศาลฎีกาจำต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำนวน ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 238 และมาตรา 247 แต่ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อเท็จจริงและศาลอุทธรณ์ภาค 5 ถือข้อเท็จจริงตามที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า นางสาวสุภา บุตรโจทก์เป็นสมาชิกกลุ่มฌาปนกิจสงเคราะห์บ้านป่าก๋อย บ้านสันต้นธง ก่อนที่ พ.ร.บ. การฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ. 2517 จะใช้บังคับ โดยกลุ่มฌาปนกิจสงเคราะห์ ดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อทำการสงเคราะห์ซึ่งกันและกันในการจัดการศพ และสงเคราะห์ครอบครัวของสมาชิกที่ถึงแก่ความตายด้วยเงินสงเคราะห์จัดการศพ เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2527 กลุ่มฌาปนกิจสงเคราะห์บ้านป่าก๋อย บ้านสันต้นธง ได้ยื่นคำขอจดทะเบียนเป็นสมาคมจำเลยนั้น ปรากฏว่าก่อนสืบพยานศาลชั้นต้นได้ไกล่เกลี่ยคู่ความแต่ไม่อาจตกลงกันได้ ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งให้คณะกรรมการของสมาคมจำเลยไปเรียกประชุมสมาชิก แล้วนำบันทึกการประชุมและผลการลงมติมายื่นต่อศาลเพื่อประกอบการพิจารณา ผลการประชุมสมาชิกมีมติว่า กลุ่มสมาชิกดำเนินการเป็นกลุ่มฌาปนกิจสงเคราะห์ ไม่ใช่สมาคม ในวันนัดสืบพยานดังกล่าวโจทก์นำสมุดรายชื่อสมาชิกและหลักฐานการชำระเงินค่าสมาชิกของโจทก์ ที่ได้รับจากนายวิทยาประธานกลุ่มฌาปนกิจสงเคราะห์บ้านป่าก๋อย บ้านสันต้นธง ให้จำเลยตรวจดู จำเลยแถลงรับว่าโจทก์มีชื่อเป็นสมาชิกและมีการชำระเงินค่าสมาชิกตามที่ระบุไว้จริง แต่คัดค้านว่าเอกสารดังกล่าวแสดงว่าโจทก์เป็นสมาชิกและชำระเงินให้กลุ่มสมาชิกฌาปนกิจสงเคราะห์บ้านป่าก๋อย บ้านสันต้นธง ไม่เกี่ยวข้องกับสมาคมจำเลย ต่อมานายวิทยาแถลงว่าการดำเนินการของกลุ่มฌาปนกิจสงเคราะห์บ้านป่าก๋อย บ้านสันต้นธง อาศัยความพร้อมใจของสมาชิกในหมู่บ้าน โดยมิได้ดำเนินการตาม พ.ร.บ. การฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ. 2517 และคู่ความอ้างส่งกฎหมายระเบียบที่เกี่ยวกับกลุ่มฌาปนกิจสงเคราะห์บ้านป่าก๋อย บ้านสันต้นธง และสมาคมจำเลยเพื่อประกอบการพิจารณา ศาลฎีกาเห็นว่า ที่ศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงว่านางสาวสุภา บุตรโจทก์เป็นสมาชิกกลุ่มฌาปนกิจสงเคราะห์บ้านป่าก๋อย บ้านสันต้นธง เป็นการนำข้อเท็จจริงที่ไม่ปรากฏในสำนวนมาวินิจฉัย ทั้งขัดแย้งกับหลักฐานสมุดรายชื่อสมาชิกและหลักฐานการชำระเงินค่าสมาชิกของโจทก์ ที่โจทก์รับจากนายวิทยามาแสดงต่อศาลชั้นต้นว่า โจทก์เป็นสมาชิกกลุ่มฌาปนกิจสงเคราะห์บ้านป่าก๋อย บ้านสันต้นธง ซึ่งให้การสงเคราะห์ทั้งโจทก์ผู้เป็นสมาชิกและนางสาวสุภาบุตรโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลในครอบครัวของสมาชิก และที่ศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงว่า กลุ่มฌาปนกิจสงเคราะห์บ้านป่าก๋อย บ้านสันต้นธงได้จดทะเบียนเป็นสมาคมจำเลยก็เป็นการนำข้อเท็จจริงที่ไม่ปรากฏในสำนวนมาวินิจฉัยเพราะไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่านายสุคำ กับพวกรวม 7 คน ซึ่งเป็นคณะกรรมการผู้เริ่มก่อการจัดตั้งสมาคมจำเลยเกี่ยวข้องประการใดกับกลุ่มฌาปนกิจสงเคราะห์บ้านป่าก๋อย บ้านสันต้นธง ดังนั้นที่ศาลล่างทั้งสองรับฟังข้อเท็จจริงดังกล่าวจึงเป็นการไม่ชอบ และศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยข้อเท็จจริงในส่วนนี้ใหม่ตามบทบัญญัติแห่ง ป.วิ.พ. มาตรา 243 (3) (ก) ประกอบมาตรา 247 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (สมศักดิ์ เนตรมัย-สุภิญโญ ชยารักษ์-ประทีป ปิติสันต์) ศาลจังหวัดเชียงราย - นายสมชาติ เลิศลิขิตวรกุล ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายสู่บุญ วุฒิวงศ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
113217
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดเชียงราย",
        "judge": "นายสมชาติ เลิศลิขิตวรกุล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 5",
        "judge": "นายสู่บุญ วุฒิวงศ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082033657"
    }
}
date
2548
deka_no
1753/2548
deka_running_no
1753
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "สมศักดิ์ เนตรมัย",
    "สุภิญโญ ชยารักษ์",
    "ประทีป ปิติสันต์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 224",
            "ม. 238",
            "ม. 243 (3)",
            "ม. 247"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายเสาร์ น้อยหมอ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์บ้านป่าก๋อย บ้านสันต้นธง รวมมิตร"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นบิดาของนางสาวสุภา บุคคลซึ่งศาลได้มีคำสั่งให้เป็นคนสาบสูญ ตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 946/2541 ของศาลชั้นต้น โจทก์ได้นำคำสั่งศาลดังกล่าวไปขอรับเงินฌาปนกิจสงเคราะห์ที่นางสาวสุภาจะพึงได้จากจำเลยเป็นเงิน 27,000 บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 29,102.67 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีในต้นเงิน 27,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า จำเลยจดทะเบียนเป็นสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์บ้านป่าก๋อย บ้านสันต้นธง รวมมิตร มีฐานะเป็นนิติบุคคล โจทก์และนางสาวสุภามิได้เป็นสมาชิกของสมาคมจำเลย นับตั้งแต่จำเลยได้จดทะเบียนเป็นสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ยังไม่เคยดำเนินกิจการใด ๆ โจทก์ไม่มีนิติสัมพันธ์กับจำเลย ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยจะต้องชำระเงินฌาปนกิจสงเคราะห์ตามฟ้องให้แก่โจทก์หรือไม่ คดีนี้ต้องห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.พ. มาตรา 224 ศาลอุทธรณ์ภาค 5 และศาลฎีกาจำต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำนวน ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 238 และมาตรา 247 แต่ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อเท็จจริงและศาลอุทธรณ์ภาค 5 ถือข้อเท็จจริงตามที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า นางสาวสุภา บุตรโจทก์เป็นสมาชิกกลุ่มฌาปนกิจสงเคราะห์บ้านป่าก๋อย บ้านสันต้นธง ก่อนที่ พ.ร.บ. การฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ. 2517 จะใช้บังคับ โดยกลุ่มฌาปนกิจสงเคราะห์ ดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อทำการสงเคราะห์ซึ่งกันและกันในการจัดการศพ และสงเคราะห์ครอบครัวของสมาชิกที่ถึงแก่ความตายด้วยเงินสงเคราะห์จัดการศพ เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2527 กลุ่มฌาปนกิจสงเคราะห์บ้านป่าก๋อย บ้านสันต้นธง ได้ยื่นคำขอจดทะเบียนเป็นสมาคมจำเลยนั้น ปรากฏว่าก่อนสืบพยานศาลชั้นต้นได้ไกล่เกลี่ยคู่ความแต่ไม่อาจตกลงกันได้ ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งให้คณะกรรมการของสมาคมจำเลยไปเรียกประชุมสมาชิก แล้วนำบันทึกการประชุมและผลการลงมติมายื่นต่อศาลเพื่อประกอบการพิจารณา ผลการประชุมสมาชิกมีมติว่า กลุ่มสมาชิกดำเนินการเป็นกลุ่มฌาปนกิจสงเคราะห์ ไม่ใช่สมาคม ในวันนัดสืบพยานดังกล่าวโจทก์นำสมุดรายชื่อสมาชิกและหลักฐานการชำระเงินค่าสมาชิกของโจทก์ ที่ได้รับจากนายวิทยาประธานกลุ่มฌาปนกิจสงเคราะห์บ้านป่าก๋อย บ้านสันต้นธง ให้จำเลยตรวจดู จำเลยแถลงรับว่าโจทก์มีชื่อเป็นสมาชิกและมีการชำระเงินค่าสมาชิกตามที่ระบุไว้จริง แต่คัดค้านว่าเอกสารดังกล่าวแสดงว่าโจทก์เป็นสมาชิกและชำระเงินให้กลุ่มสมาชิกฌาปนกิจสงเคราะห์บ้านป่าก๋อย บ้านสันต้นธง ไม่เกี่ยวข้องกับสมาคมจำเลย ต่อมานายวิทยาแถลงว่าการดำเนินการของกลุ่มฌาปนกิจสงเคราะห์บ้านป่าก๋อย บ้านสันต้นธง อาศัยความพร้อมใจของสมาชิกในหมู่บ้าน โดยมิได้ดำเนินการตาม พ.ร.บ. การฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ. 2517 และคู่ความอ้างส่งกฎหมายระเบียบที่เกี่ยวกับกลุ่มฌาปนกิจสงเคราะห์บ้านป่าก๋อย บ้านสันต้นธง และสมาคมจำเลยเพื่อประกอบการพิจารณา ศาลฎีกาเห็นว่า ที่ศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงว่านางสาวสุภา บุตรโจทก์เป็นสมาชิกกลุ่มฌาปนกิจสงเคราะห์บ้านป่าก๋อย บ้านสันต้นธง เป็นการนำข้อเท็จจริงที่ไม่ปรากฏในสำนวนมาวินิจฉัย ทั้งขัดแย้งกับหลักฐานสมุดรายชื่อสมาชิกและหลักฐานการชำระเงินค่าสมาชิกของโจทก์ ที่โจทก์รับจากนายวิทยามาแสดงต่อศาลชั้นต้นว่า โจทก์เป็นสมาชิกกลุ่มฌาปนกิจสงเคราะห์บ้านป่าก๋อย บ้านสันต้นธง ซึ่งให้การสงเคราะห์ทั้งโจทก์ผู้เป็นสมาชิกและนางสาวสุภาบุตรโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลในครอบครัวของสมาชิก และที่ศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงว่า กลุ่มฌาปนกิจสงเคราะห์บ้านป่าก๋อย บ้านสันต้นธงได้จดทะเบียนเป็นสมาคมจำเลยก็เป็นการนำข้อเท็จจริงที่ไม่ปรากฏในสำนวนมาวินิจฉัยเพราะไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่านายสุคำ กับพวกรวม 7 คน ซึ่งเป็นคณะกรรมการผู้เริ่มก่อการจัดตั้งสมาคมจำเลยเกี่ยวข้องประการใดกับกลุ่มฌาปนกิจสงเคราะห์บ้านป่าก๋อย บ้านสันต้นธง ดังนั้นที่ศาลล่างทั้งสองรับฟังข้อเท็จจริงดังกล่าวจึงเป็นการไม่ชอบ และศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยข้อเท็จจริงในส่วนนี้ใหม่ตามบทบัญญัติแห่ง ป.วิ.พ. มาตรา 243 (3) (ก) ประกอบมาตรา 247

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000838.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548