คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1738/2548 ฉบับเต็ม

#113223
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1738/2548 ห้างหุ้นส่วนจำกัดตรังก่อกิจ โจทก์ กรมสรรพากร จำเลย ป.รัษฎากร มาตรา 3 อัฏฐ, มาตรา 8 บทบัญญัติตาม ป. รัษฎากรมาตรา 3 อัฏฐ วรรคหนึ่ง มีความหมายว่าอธิบดีกรมสรรพากรจะเห็นสมควรสั่งให้ขยายกำหนดเวลาหรือเลื่อนกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการ หรือการอุทธรณ์ หรือกำหนดเวลาการ เสียภาษีอากรตามที่กำหนดไว้ในประมวลรัษฎากรออกไปได้เมื่อผู้มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกำหนดเวลาดังกล่าวมิได้อยู่ในประเทศไทยหรือมีเหตุจำเป็นจนไม่สามารถจะปฏิบัติตามกำหนดเวลาได้ โจทก์เป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย จึงมิใช่ผู้ที่มิได้อยู่ในประเทศไทย จำเลยได้แจ้งการประเมินให้โจทก์ทราบรวม 7 ฉบับ โดยส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับในประเทศจ่าหน้าซองระบุชื่อโจทก์เป็นผู้รับตามภูมิลำเนาของโจทก์ที่จดทะเบียนไว้ต่อสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทจังหวัดตรัง เลขที่ 71 หมู่ที่ 2 ตำบลเกาะเปียะ อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง รหัสไปรษณีย์ 92140 โดยมี พ. ซึ่งบรรลุนิติภาวะและอยู่ที่นั่นรับไว้แล้ว จึงเป็นการ แจ้งการประเมินที่ชอบและถือว่าโจทก์ได้รับทราบการแจ้งการประเมินแล้ว ตาม ป. รัษฎากร มาตรา 8 กรณีจึงมิใช่ มีเหตุจำเป็นจนโจทก์ไม่สามารถจะยื่นอุทธรณ์ตามกำหนดเวลาได้ การที่อธิบดีกรมสรรพากรมีคำสั่งไม่อนุญาตให้โจทก์ขยายกำหนดเวลาการอุทธรณ์ จึงชอบแล้ว ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ไม่ได้รับหนังสือแจ้งการประเมินและจำเลยก็ทราบแล้วว่ามีการส่งหนังสือแจ้งการประเมินไปยังคนรับที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับโจทก์แต่อย่างใดจึงเห็นได้ว่ามีเหตุจำเป็นจนไม่สามารถจะปฏิบัติตามกำหนดเวลา ได้ ชอบที่จะอนุมัติให้ขยายกำหนดเวลาการอุทธรณ์ โจทก์ไม่มีทางใดที่จะให้จำเลยขยายเวลาการอุทธรณ์ให้ได้ จึงขอบังคับให้จำเลยขยายกำหนดเวลาการอุทธรณ์ให้แก่โจทก์ จำเลยให้การว่าส่งหนังสือแจ้งการประเมินชอบแล้ว แต่โจทก์อุทธรณ์เกินกำหนดเวลาตามกฎหมายเป็นเวลาถึง 3 ปี 16 วัน ไม่อาจถือได้ว่าเป็นกรณีมีเหตุจำเป็นจนไม่สามารถจะอุทธรณ์ตามกำหนดเวลาได้ ตามมาตรา 3 อัฏฐ แห่ง ป. รัษฎากร จึงไม่อนุญาตให้ขยายกำหนดเวลาการอุทธรณ์ ขอให้ยกฟ้อง ศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า ป. รัษฎากรมาตรา 3 อัฏฐ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "กำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการหรือแจ้งรายการต่าง ๆ ก็ดี กำหนดเวลาการอุทธรณ์ก็ดี หรือกำหนดเวลาการเสียภาษีอากรตามที่กำหนดไว้ในประมวลรัษฎากรนี้ก็ดี ถ้าผู้มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกำหนดเวลาดังกล่าวมิได้อยู่ในประเทศไทย หรือ มีเหตุจำเป็นจนไม่สามารถจะปฏิบัติตามกำหนดเวลาได้ เมื่ออธิบดีพิจารณาเห็นเป็นการสมควรจะให้ขยายหรือให้เลื่อนกำหนดเวลาออกไปอีกตามความจำเป็นแก่กรณีก็ได้" หมายความว่าอธิบดีกรมสรรพากรจะเห็นสมควรสั่งให้ขยายกำหนดเวลาหรือเลื่อนกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการ หรือการอุทธรณ์หรือกำหนดเวลาการเสียภาษีอากรออกไปได้เมื่อผู้มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกำหนดเวลาดังกล่าวมิได้อยู่ในประเทศไทยหรือมีเหตุจำเป็นจนไม่สามารถจะปฏิบัติตามกำหนดเวลาได้ คดีนี้ โจทก์เป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทยจึงมิใช่ผู้ที่มิได้อยู่ในประเทศไทย คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยแต่เพียงว่ามีเหตุจำเป็นจนโจทก์ไม่สามารถจะยื่นอุทธรณ์ตามกำหนดเวลาหรือไม่ ซึ่งจากข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยได้แจ้งการประเมินให้โจทก์ทราบรวม 7 ฉบับ โดยส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับในประเทศ จ่าหน้าซองระบุชื่อโจทก์เป็นผู้รับตามภูมิลำเนาของโจทก์ที่จดทะเบียนไว้ต่อสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท จังหวัดตรัง โดยมีนายพรชัยซึ่งบรรลุนิติภาวะและอยู่ที่นั่นลงลายมือชื่อรับหนังสือในใบตอบรับในประเทศ ในช่องผู้รับแทนไว้แล้ว จึงเป็นการแจ้งการประเมินที่ชอบและถือว่าโจทก์ได้รับทราบการแจ้งการประเมินแล้ว ตาม ป. รัษฎากร มาตรา 8 กรณีจึงมิใช่มีเหตุจำเป็นจนโจทก์ไม่สามารถจะยื่นอุทธรณ์ตามกำหนดเวลาได้ การที่อธิบดีกรมสรรพากรมีคำสั่งไม่อนุญาตให้โจทก์ขยายกำหนดเวลาการอุทธรณ์ ชอบด้วยกฎหมายแล้ว พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ. (รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์-ทองหล่อ โฉมงาม-เปรมใจ กิติคุณไพโรจน์) ศาลภาษีอากรกลาง - นายสุวัฒน์ ไวยุพัฒนธี ศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
113223
courts
[
    {
        "court": "ศาลภาษีอากรกลาง",
        "judge": "นายสุวัฒน์ ไวยุพัฒนธี"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ -",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082033664"
    }
}
date
2548
deka_no
1738/2548
deka_running_no
1738
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์",
    "ทองหล่อ โฉมงาม",
    "เปรมใจ กิติคุณไพโรจน์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลรัษฎากร",
        "law_abbr": "ป.รัษฎากร",
        "sections": [
            "ม. 3 อัฏฐ",
            "ม. 8"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ห้างหุ้นส่วนจำกัดตรังก่อกิจ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "กรมสรรพากร"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ไม่ได้รับหนังสือแจ้งการประเมินและจำเลยก็ทราบแล้วว่ามีการส่งหนังสือแจ้งการประเมินไปยังคนรับที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับโจทก์แต่อย่างใดจึงเห็นได้ว่ามีเหตุจำเป็นจนไม่สามารถจะปฏิบัติตามกำหนดเวลา ได้ ชอบที่จะอนุมัติให้ขยายกำหนดเวลาการอุทธรณ์ โจทก์ไม่มีทางใดที่จะให้จำเลยขยายเวลาการอุทธรณ์ให้ได้ จึงขอบังคับให้จำเลยขยายกำหนดเวลาการอุทธรณ์ให้แก่โจทก์

จำเลยให้การว่าส่งหนังสือแจ้งการประเมินชอบแล้ว แต่โจทก์อุทธรณ์เกินกำหนดเวลาตามกฎหมายเป็นเวลาถึง 3 ปี 16 วัน ไม่อาจถือได้ว่าเป็นกรณีมีเหตุจำเป็นจนไม่สามารถจะอุทธรณ์ตามกำหนดเวลาได้ ตามมาตรา 3 อัฏฐ แห่ง ป. รัษฎากร จึงไม่อนุญาตให้ขยายกำหนดเวลาการอุทธรณ์ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า ป. รัษฎากรมาตรา 3 อัฏฐ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "กำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการหรือแจ้งรายการต่าง ๆ ก็ดี กำหนดเวลาการอุทธรณ์ก็ดี หรือกำหนดเวลาการเสียภาษีอากรตามที่กำหนดไว้ในประมวลรัษฎากรนี้ก็ดี ถ้าผู้มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกำหนดเวลาดังกล่าวมิได้อยู่ในประเทศไทย หรือ มีเหตุจำเป็นจนไม่สามารถจะปฏิบัติตามกำหนดเวลาได้ เมื่ออธิบดีพิจารณาเห็นเป็นการสมควรจะให้ขยายหรือให้เลื่อนกำหนดเวลาออกไปอีกตามความจำเป็นแก่กรณีก็ได้" หมายความว่าอธิบดีกรมสรรพากรจะเห็นสมควรสั่งให้ขยายกำหนดเวลาหรือเลื่อนกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการ หรือการอุทธรณ์หรือกำหนดเวลาการเสียภาษีอากรออกไปได้เมื่อผู้มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกำหนดเวลาดังกล่าวมิได้อยู่ในประเทศไทยหรือมีเหตุจำเป็นจนไม่สามารถจะปฏิบัติตามกำหนดเวลาได้ คดีนี้ โจทก์เป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทยจึงมิใช่ผู้ที่มิได้อยู่ในประเทศไทย คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยแต่เพียงว่ามีเหตุจำเป็นจนโจทก์ไม่สามารถจะยื่นอุทธรณ์ตามกำหนดเวลาหรือไม่ ซึ่งจากข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยได้แจ้งการประเมินให้โจทก์ทราบรวม 7 ฉบับ โดยส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับในประเทศ จ่าหน้าซองระบุชื่อโจทก์เป็นผู้รับตามภูมิลำเนาของโจทก์ที่จดทะเบียนไว้ต่อสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท จังหวัดตรัง โดยมีนายพรชัยซึ่งบรรลุนิติภาวะและอยู่ที่นั่นลงลายมือชื่อรับหนังสือในใบตอบรับในประเทศ ในช่องผู้รับแทนไว้แล้ว จึงเป็นการแจ้งการประเมินที่ชอบและถือว่าโจทก์ได้รับทราบการแจ้งการประเมินแล้ว ตาม ป. รัษฎากร มาตรา 8 กรณีจึงมิใช่มีเหตุจำเป็นจนโจทก์ไม่สามารถจะยื่นอุทธรณ์ตามกำหนดเวลาได้ การที่อธิบดีกรมสรรพากรมีคำสั่งไม่อนุญาตให้โจทก์ขยายกำหนดเวลาการอุทธรณ์ ชอบด้วยกฎหมายแล้ว

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000838.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548