คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2621/2548 ฉบับเต็ม

#113234
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2621/2548 นางเหลี่ยม ทะกลกิจ โจทก์ สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์บ้านแม่แต จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 5, มาตรา 368 พ.ร.บ.การฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ.2545 มาตรา 13 (4) (6) ระเบียบข้อ 4 ของสมาคมจำเลยมีข้อกำหนดที่เป็นสาระสำคัญประกอบกันสองประการ คือ ต้องเป็นกรณีที่ครอบครัวสมาชิกมีการหย่าร้างกันและจะต้องไม่ได้อยู่ด้วยกัน โดยที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ย้ายไปอยู่ที่อื่น หากเข้าเงื่อนไขทั้งสองประการนี้สมาชิกจึงมีหน้าที่ต้องไปแจ้งให้คณะกรรมการของจำเลยทราบ หากไม่แจ้งและมิได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกใหม่ จึงจะถือว่าขาดสิทธิจากการเป็นสมาชิก โจทก์กับ ผ. สามีของโจทก์ไม่ได้จดทะเบียนหย่า เพียงแต่ ผ. เจ็บป่วยจึงได้ย้ายไปอาศัยอยู่กับบิดามารดาของ ผ. อีกแห่งหนึ่ง กรณีไม่อาจถือได้ว่าโจทก์กับ ผ. เป็นครอบครัวสมาชิกที่หย่าร้างกันและไม่ได้อยู่ด้วยกัน อันจะเข้าเงื่อนไขตามระเบียบของจำเลย จำเลยจึงไม่มีสิทธิที่จะตัดชื่อ ผ. ออกจากการเป็นสมาชิกของจำเลยและให้โจทก์ต้องสมัครเข้าเป็นสมาชิกของจำเลยใหม่ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 27,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 11 เมษายน 2542 ถึงวันฟ้องเป็นเวลา 4 เดือน 29 วัน เป็นเงิน 826 บาท รวมเป็นเงินที่จำเลยจะต้องชำระแก่โจทก์ 27,826 บาท และให้จำเลยชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ในต้นเงิน 27,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงได้ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษากลับ ให้จำเลยจ่ายเงินจำนวน 22,872 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 11 เมษายน 2542 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า จำเลยเป็นสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์โจทก์เป็นภริยาของนายผจญ โจทก์ นายผจญ และนายเทอดพงศ์ บุตรของโจทก์กับนายผจญเป็นสมาชิกของจำเลย เดิมโจทก์และนายผจญพักอาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ 127 หมู่ที่ 8 ตำบลแม่แฝก อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ปี 2537 นายผจญย้ายออกจากบ้านเลขที่ดังกล่าวไปอยู่ที่ตำบลแม่อาย อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ โดยมิได้จดทะเบียนหย่ากับโจทก์ นายผจญถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2542 คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า โจทก์มีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์จากจำเลยตามระเบียบหรือไม่ เห็นว่า ตามระเบียบของจำเลย ข้อ 4 มีข้อกำหนดที่เป็นสาระสำคัญประกอบกันสองประการ คือ ต้องเป็นกรณีที่ครอบครัวสมาชิกนั้นมีการหย่าร้างกันและจะต้องไม่ได้อยู่ด้วยกัน โดยที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ย้ายไปอยู่ที่อื่น หากเข้าเงื่อนไขทั้งสองประการดังกล่าวมานี้สมาชิกมีหน้าที่จะต้องไปแจ้งให้คณะกรรมการของจำเลยทราบ ถ้าไม่แจ้งและมิได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกใหม่ จึงจะถือว่าขาดสิทธิจากการเป็นสมาชิกของจำเลย เมื่อโจทก์กับนายผจญไม่ได้จดทะเบียนหย่า เพียงแต่นายผจญเจ็บป่วยจึงได้ย้ายไปอาศัยอยู่กับบิดามารดาของนายผจญอีกแห่งหนึ่ง กรณีจึงไม่อาจถือได้ว่าโจทก์กับนายผจญเป็นครอบครัวสมาชิกที่หย่าร้างกันและไม่ได้อยู่ด้วยกัน อันจะเข้าเงื่อนไขตามระเบียบข้อ 4 ดังกล่าว ดังนั้น จำเลยจึงไม่มีสิทธิที่จะตัดชื่อนายผจญออกจากการเป็นสมาชิกและให้โจทก์ต้องสมัครเข้าเป็นสมาชิกใหม่ดังที่จำเลยฎีกา พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามให้เป็นพับ. (มนตรี ยอดปัญญา-วิบูลย์ มีอาสา-ประจักษ์ เกียรติ์อนุพงศ์) ศาลแขวงเชียงใหม่ - นายวิทยา จันทร์ชื่น ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายเอกชัย ชินณพงศ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
113234
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงเชียงใหม่",
        "judge": "นายวิทยา จันทร์ชื่น"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 5",
        "judge": "นายเอกชัย ชินณพงศ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082032374"
    }
}
date
2548
deka_no
2621/2548
deka_running_no
2621
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "มนตรี ยอดปัญญา",
    "วิบูลย์ มีอาสา",
    "ประจักษ์ เกียรติ์อนุพงศ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 5",
            "ม. 368"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติการฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ.2545",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.การฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ.2545",
        "sections": [
            "ม. 13 (4) (6)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางเหลี่ยม ทะกลกิจ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์บ้านแม่แต"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 27,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 11 เมษายน 2542 ถึงวันฟ้องเป็นเวลา 4 เดือน 29 วัน เป็นเงิน 826 บาท รวมเป็นเงินที่จำเลยจะต้องชำระแก่โจทก์ 27,826 บาท และให้จำเลยชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ในต้นเงิน 27,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์ โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงได้

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษากลับ ให้จำเลยจ่ายเงินจำนวน 22,872 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 11 เมษายน 2542 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า จำเลยเป็นสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์โจทก์เป็นภริยาของนายผจญ โจทก์ นายผจญ และนายเทอดพงศ์ บุตรของโจทก์กับนายผจญเป็นสมาชิกของจำเลย เดิมโจทก์และนายผจญพักอาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ 127 หมู่ที่ 8 ตำบลแม่แฝก อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ปี 2537 นายผจญย้ายออกจากบ้านเลขที่ดังกล่าวไปอยู่ที่ตำบลแม่อาย อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ โดยมิได้จดทะเบียนหย่ากับโจทก์ นายผจญถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2542 คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า โจทก์มีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์จากจำเลยตามระเบียบหรือไม่ เห็นว่า ตามระเบียบของจำเลย ข้อ 4 มีข้อกำหนดที่เป็นสาระสำคัญประกอบกันสองประการ คือ ต้องเป็นกรณีที่ครอบครัวสมาชิกนั้นมีการหย่าร้างกันและจะต้องไม่ได้อยู่ด้วยกัน โดยที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ย้ายไปอยู่ที่อื่น หากเข้าเงื่อนไขทั้งสองประการดังกล่าวมานี้สมาชิกมีหน้าที่จะต้องไปแจ้งให้คณะกรรมการของจำเลยทราบ ถ้าไม่แจ้งและมิได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกใหม่ จึงจะถือว่าขาดสิทธิจากการเป็นสมาชิกของจำเลย เมื่อโจทก์กับนายผจญไม่ได้จดทะเบียนหย่า เพียงแต่นายผจญเจ็บป่วยจึงได้ย้ายไปอาศัยอยู่กับบิดามารดาของนายผจญอีกแห่งหนึ่ง กรณีจึงไม่อาจถือได้ว่าโจทก์กับนายผจญเป็นครอบครัวสมาชิกที่หย่าร้างกันและไม่ได้อยู่ด้วยกัน อันจะเข้าเงื่อนไขตามระเบียบข้อ 4 ดังกล่าว ดังนั้น จำเลยจึงไม่มีสิทธิที่จะตัดชื่อนายผจญออกจากการเป็นสมาชิกและให้โจทก์ต้องสมัครเข้าเป็นสมาชิกใหม่ดังที่จำเลยฎีกา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000826.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548