คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1550/2548 ฉบับเต็ม

#113241
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1550/2548 นายชัยยุทธ จันทะยาสาคร โดยนายธีรวุฒิ จันทะยาสาคร ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน นายโกศล ทุมวงษ์ กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 861, มาตรา 887 ข้อยกเว้นความรับผิดของผู้รับประกันภัยจำเลยที่ 3 ตามกรมธรรม์ประกันภัยข้อ 3.8.4 ที่ตกลงกันว่า การประกันภัยไม่คุ้มครองการใช้รถโดยบุคคลของอู่ เมื่อรถยนต์ได้มอบให้อู่ทำการซ่อมนั้น หมายถึงกรณีที่นำรถยนต์ที่เอาประกันภัยไปมอบให้แก่อู่เรียบร้อยแล้ว ต่อมามีการใช้รถโดยบุคคลของอู่ กรณีนี้อู่ของจำเลยที่ 2 ยังมิได้รับมอบรถยนต์ของโจทก์ จำเลยที่ 1 เป็นเพียงพนักงานของจำเลยที่ 2 ในการไปขับรถยนต์มามอบให้อู่ของจำเลยที่ 2 เท่านั้น จึงถือไม่ได้ว่าเป็นการใช้รถโดยบุคคลของอู่ของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 3 จึงต้องรับผิดต่อโจทก์ตามสัญญาประกันภัย ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 3,952,617 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 3,838,258 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ 2 ให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 3 ให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันชำระเงินจำนวน 2,838,258 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 6 มีนาคม 2539 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ โดยให้จำเลยที่ 3 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในต้นเงิน 2,013,258 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 6 มีนาคม 2539 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 20,000 บาท ก่อนศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์ โจทก์ถึงแก่กรรม นายธีรวุฒิยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลชั้นต้นอนุญาต จำเลยที่ 3 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 3 ใช้ค่าทนายความในชั้นอุทธรณ์ 6,000 บาท แทนโจทก์ จำเลยที่ 3 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า? ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า โจทก์เป็นเจ้าของรถยนต์ยี่ห้อเมอซิเดสเบนซ์หมายเลขทะเบียน 8 ฮ - 5729 กรุงเทพมหานคร โดยซื้อมาจากจำเลยที่ 2 แล้วนำรถยนต์คันดังกล่าวไปประกันภัยกับจำเลยที่ 3 ตามกรมธรรม์ประกันภัยเมื่อปลายปี 2538 คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 3 ว่า จำเลยที่ 3 จะต้องรับผิดต่อโจทก์ตามสัญญาประกันภัยหรือไม่ ที่จำเลยที่ 3 ฎีกาว่า ตามกรมธรรม์ประกันภัยข้อ 3.8.4 การประกันภัยไม่คุ้มครองการใช้รถโดยบุคคลของอู่ จำเลยที่ 1 รับรถมาซ่อมที่ศูนย์บริการของจำเลยที่ 2 แล้วพลิกคว่ำ ถือว่าจำเลยที่ 1 กระทำการแทนศูนย์บริการของจำเลยที่ 2 เป็นบุคคลของอู่ และเป็นการใช้รถโดยบุคคลของอู่แล้ว จำเลยที่ 3 จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์นั้น เห็นว่า ข้อยกเว้นความรับผิดของจำเลยที่ 3 เกี่ยวกับการยกเว้นการใช้ตามกรมธรรม์ประกันภัยข้อ 3.8.4 ที่ตกลงกันว่าการประกันภัยไม่คุ้มครองการใช้โดยบุคคลของอู่ เมื่อรถยนต์ได้มอบให้อู่ทำการซ่อมนั้นโดยเจตนารมณ์ของคู่สัญญาในการทำสัญญาประกันภัย ประสงค์ให้มีการคุ้มครองตามสัญญาประกันภัยตลอดระยะเวลาที่ผู้เอาประกันภัยยังมีความเสี่ยงที่จะประสบอุบัติเหตุในการใช้รถจนกว่าจะหมดความเสี่ยงในการใช้รถแล้วโดยมอบรถให้แก่อู่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้น ข้อยกเว้นความรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัยข้อ 3.8.4 ดังกล่าวจึงหมายถึงกรณีที่นำรถยนต์ที่เอาประกันภัยไปมอบให้แก่อู่เพื่อทำการซ่อมเรียบร้อยแล้ว ต่อมามีการใช้รถโดยบุคคลของอู่ กรณีนี้อู่หรือศูนย์บริการของจำเลยที่ 2 ยังมิได้รับมอบรถยนต์ของโจทก์ จำเลยที่ 1 เป็นเพียงพนักงานของจำเลยที่ 2 ในการไปขับรถยนต์ของโจทก์มามอบให้อู่หรือศูนย์บริการของจำเลยที่ 2 เท่านั้น จะถือไม่ได้ว่าเป็นการใช้รถโดยบุคคลของอู่หรือของศูนย์บริการของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 3 จึงต้องรับผิดต่อโจทก์ตามสัญญาประกันภัย จำเลยที่ 3 หาได้รับการยกเว้นความรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัยข้อ 3.8.4 ไม่ พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 3 ใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา 6,000 บาท แทนโจทก์. (สิทธิชัย รุ่งตระกูล-ปัญญา ถนอมรอด-ชวลิต ตุลยสิงห์) ศาลแพ่ง - นายเลิศลภ กิตติถนอม ศาลอุทธรณ์ - นายมนูพงศ์ รุจิกัณหะ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
113241
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายเลิศลภ กิตติถนอม"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายมนูพงศ์ รุจิกัณหะ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082034097"
    }
}
date
2548
deka_no
1550/2548
deka_running_no
1550
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "สิทธิชัย รุ่งตระกูล",
    "ปัญญา ถนอมรอด",
    "ชวลิต ตุลยสิงห์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 861",
            "ม. 887"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน",
        "name": "นายชัยยุทธ จันทะยาสาคร โดยนายธีรวุฒิ จันทะยาสาคร"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายโกศล ทุมวงษ์ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 3,952,617 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 3,838,258 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

จำเลยที่ 2 ให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง

จำเลยที่ 3 ให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันชำระเงินจำนวน 2,838,258 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 6 มีนาคม 2539 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ โดยให้จำเลยที่ 3 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในต้นเงิน 2,013,258 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 6 มีนาคม 2539 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 20,000 บาท

ก่อนศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์ โจทก์ถึงแก่กรรม นายธีรวุฒิยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลชั้นต้นอนุญาต

จำเลยที่ 3 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 3 ใช้ค่าทนายความในชั้นอุทธรณ์ 6,000 บาท แทนโจทก์

จำเลยที่ 3 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า? ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า โจทก์เป็นเจ้าของรถยนต์ยี่ห้อเมอซิเดสเบนซ์หมายเลขทะเบียน 8 ฮ - 5729 กรุงเทพมหานคร โดยซื้อมาจากจำเลยที่ 2 แล้วนำรถยนต์คันดังกล่าวไปประกันภัยกับจำเลยที่ 3 ตามกรมธรรม์ประกันภัยเมื่อปลายปี 2538 คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 3 ว่า จำเลยที่ 3 จะต้องรับผิดต่อโจทก์ตามสัญญาประกันภัยหรือไม่ ที่จำเลยที่ 3 ฎีกาว่า ตามกรมธรรม์ประกันภัยข้อ 3.8.4 การประกันภัยไม่คุ้มครองการใช้รถโดยบุคคลของอู่ จำเลยที่ 1 รับรถมาซ่อมที่ศูนย์บริการของจำเลยที่ 2 แล้วพลิกคว่ำ ถือว่าจำเลยที่ 1 กระทำการแทนศูนย์บริการของจำเลยที่ 2 เป็นบุคคลของอู่ และเป็นการใช้รถโดยบุคคลของอู่แล้ว จำเลยที่ 3 จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์นั้น เห็นว่า ข้อยกเว้นความรับผิดของจำเลยที่ 3 เกี่ยวกับการยกเว้นการใช้ตามกรมธรรม์ประกันภัยข้อ 3.8.4 ที่ตกลงกันว่าการประกันภัยไม่คุ้มครองการใช้โดยบุคคลของอู่ เมื่อรถยนต์ได้มอบให้อู่ทำการซ่อมนั้นโดยเจตนารมณ์ของคู่สัญญาในการทำสัญญาประกันภัย ประสงค์ให้มีการคุ้มครองตามสัญญาประกันภัยตลอดระยะเวลาที่ผู้เอาประกันภัยยังมีความเสี่ยงที่จะประสบอุบัติเหตุในการใช้รถจนกว่าจะหมดความเสี่ยงในการใช้รถแล้วโดยมอบรถให้แก่อู่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้น ข้อยกเว้นความรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัยข้อ 3.8.4 ดังกล่าวจึงหมายถึงกรณีที่นำรถยนต์ที่เอาประกันภัยไปมอบให้แก่อู่เพื่อทำการซ่อมเรียบร้อยแล้ว ต่อมามีการใช้รถโดยบุคคลของอู่ กรณีนี้อู่หรือศูนย์บริการของจำเลยที่ 2 ยังมิได้รับมอบรถยนต์ของโจทก์ จำเลยที่ 1 เป็นเพียงพนักงานของจำเลยที่ 2 ในการไปขับรถยนต์ของโจทก์มามอบให้อู่หรือศูนย์บริการของจำเลยที่ 2 เท่านั้น จะถือไม่ได้ว่าเป็นการใช้รถโดยบุคคลของอู่หรือของศูนย์บริการของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 3 จึงต้องรับผิดต่อโจทก์ตามสัญญาประกันภัย จำเลยที่ 3 หาได้รับการยกเว้นความรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัยข้อ 3.8.4 ไม่

พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 3 ใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา 6,000 บาท แทนโจทก์.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000842.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548