คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3535/2548 ฉบับเต็ม

#113261
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3535/2548 นายบวรชัย แก้วเพ็ง โจทก์ นางสาวสายสุนีย์ แก้วเพ็ง กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 179, มาตรา 226, มาตรา 256, มาตรา 247 ศาลอุทธรณ์จดรายงานกระบวนพิจารณาให้ศาลชั้นต้นเรียกเก็บค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์จากโจทก์ก่อนอ่าน คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โจทก์ยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลบางส่วน โจทก์จึงยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องอุทธรณ์ลดจำนวนทุนทรัพย์ในชั้นอุทธรณ์ โดยศาลชั้นต้น ยังไม่ได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่อนุญาตให้โจทก์แก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องอุทธรณ์ ดังนี้ เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โจทก์จะฎีกาคำสั่งศาลอุทธรณ์ไม่ได้ ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 226 ประกอบมาตรา 246 และ 247 แม้ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของโจทก์มาก็เป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ___________________________ คดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 โอนทรัพย์สินตามคำฟ้องคืนกองมรดกเพียงบางส่วนและยกฟ้องจำเลยที่ 2 โจทก์และจำเลยที่ 1 ต่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ทำคำพิพากษาส่งไปยังศาลชั้นต้นแล้ว พร้อมกับ จดรายงานกระบวนพิจารณาไปด้วยว่าคดีนี้เป็นคดีมีทุนทรัพย์ โจทก์และจำเลยที่ 1 ต่างชำระค่าขึ้นศาลอย่างคดีไม่มี ทุนทรัพย์เป็นการไม่ถูกต้อง ฉะนั้น ก่อนอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้คู่ความฟัง ให้ศาลชั้นต้นตีราคาที่ดินพร้อม สิ่งปลูกสร้างทั้งสองแปลงรวมกับเงินฝากธนาคารที่พิพาทแล้วกำหนดเป็นทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นอุทธรณ์ของ แต่ละฝ่ายให้โจทก์และจำเลยที่ 1 ชำระค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ที่ยังขาดอยู่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า โจทก์ต้องเสียค่าขึ้นศาล ในชั้นอุทธรณ์อย่างสูง จึงให้โจทก์และจำเลยที่ 1 ชำระค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ รวมทั้งค่าขึ้นศาลในอนาคตของโจทก์ ที่ยังขาดอยู่ให้ครบถ้วนภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2544 และเลื่อนการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ต่อมาจำเลยที่ 1 นำเงินค่าขึ้นศาลมาชำระเพิ่มเติม ส่วนโจทก์ยื่นคำร้องขออุทธรณ์คดีอย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา โดยได้รับยกเว้นค่าขึ้นศาลกึ่งหนึ่ง ให้โจทก์วางเงินค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์จำนวน 100,000 บาท ภายใน 30 วัน โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องอุทธรณ์บางส่วน ศาลชั้นต้นส่งสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์สั่ง ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า ศาลอุทธรณ์ได้ทำคำพิพากษาและส่งไปศาลชั้นต้นจนศาลชั้นต้นนัดอ่านคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์แล้ว โจทก์จึงขออุทธรณ์บางส่วน ประกอบกับจำเลยทั้งสองคัดค้าน จึงไม่อนุญาต ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ศาลชั้นต้นยังไม่ได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีจึงยังคงอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โจทก์จะฎีกาคำสั่งศาลอุทธรณ์ที่ไม่อนุญาตให้โจทก์แก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องอุทธรณ์ โดยขอลดจำนวน ทุนทรัพย์ที่เรียกร้องในชั้นอุทธรณ์ก่อนศาลอุทธรณ์พิพากษาไม่ได้เพราะเป็นคำสั่งในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 226 ประกอบ 246, 247 แม้ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของโจทก์มาก็เป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกา ไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกฎีกาของโจทก์ ให้คืนค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดในชั้นฎีกาแก่โจทก์ ค่าทนายความชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (สมชัย จึงประเสริฐ-พีรพล จันทร์สว่าง-บุญรอด ตันประเสริฐ) ศาลแพ่งธนบุรี - นายอดุลย์ศักดิ์ โชติชูช่วง ศาลอุทธรณ์ - นายชัยวัฒน์ คำสวัสดิ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
113261
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่งธนบุรี",
        "judge": "นายอดุลย์ศักดิ์ โชติชูช่วง"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายชัยวัฒน์ คำสวัสดิ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082031330"
    }
}
date
2548
deka_no
3535/2548
deka_running_no
3535
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "สมชัย จึงประเสริฐ",
    "พีรพล จันทร์สว่าง",
    "บุญรอด ตันประเสริฐ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 179",
            "ม. 226",
            "ม. 256",
            "ม. 247"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายบวรชัย แก้วเพ็ง"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาวสายสุนีย์ แก้วเพ็ง กับพวก"
    }
]
long_text
คดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 โอนทรัพย์สินตามคำฟ้องคืนกองมรดกเพียงบางส่วนและยกฟ้องจำเลยที่ 2 โจทก์และจำเลยที่ 1 ต่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ทำคำพิพากษาส่งไปยังศาลชั้นต้นแล้ว พร้อมกับ จดรายงานกระบวนพิจารณาไปด้วยว่าคดีนี้เป็นคดีมีทุนทรัพย์ โจทก์และจำเลยที่ 1 ต่างชำระค่าขึ้นศาลอย่างคดีไม่มี ทุนทรัพย์เป็นการไม่ถูกต้อง ฉะนั้น ก่อนอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้คู่ความฟัง ให้ศาลชั้นต้นตีราคาที่ดินพร้อม สิ่งปลูกสร้างทั้งสองแปลงรวมกับเงินฝากธนาคารที่พิพาทแล้วกำหนดเป็นทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นอุทธรณ์ของ แต่ละฝ่ายให้โจทก์และจำเลยที่ 1 ชำระค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ที่ยังขาดอยู่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า โจทก์ต้องเสียค่าขึ้นศาล ในชั้นอุทธรณ์อย่างสูง จึงให้โจทก์และจำเลยที่ 1 ชำระค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ รวมทั้งค่าขึ้นศาลในอนาคตของโจทก์ ที่ยังขาดอยู่ให้ครบถ้วนภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2544 และเลื่อนการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ต่อมาจำเลยที่ 1 นำเงินค่าขึ้นศาลมาชำระเพิ่มเติม ส่วนโจทก์ยื่นคำร้องขออุทธรณ์คดีอย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา โดยได้รับยกเว้นค่าขึ้นศาลกึ่งหนึ่ง ให้โจทก์วางเงินค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์จำนวน 100,000 บาท ภายใน 30 วัน

โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องอุทธรณ์บางส่วน ศาลชั้นต้นส่งสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์สั่ง

ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า ศาลอุทธรณ์ได้ทำคำพิพากษาและส่งไปศาลชั้นต้นจนศาลชั้นต้นนัดอ่านคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์แล้ว โจทก์จึงขออุทธรณ์บางส่วน ประกอบกับจำเลยทั้งสองคัดค้าน จึงไม่อนุญาต ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ศาลชั้นต้นยังไม่ได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีจึงยังคงอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โจทก์จะฎีกาคำสั่งศาลอุทธรณ์ที่ไม่อนุญาตให้โจทก์แก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องอุทธรณ์ โดยขอลดจำนวน ทุนทรัพย์ที่เรียกร้องในชั้นอุทธรณ์ก่อนศาลอุทธรณ์พิพากษาไม่ได้เพราะเป็นคำสั่งในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 226 ประกอบ 246, 247 แม้ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของโจทก์มาก็เป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกา ไม่รับวินิจฉัย

พิพากษายกฎีกาของโจทก์ ให้คืนค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดในชั้นฎีกาแก่โจทก์ ค่าทนายความชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000817.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548