คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3662 -ที่ 3663/2548 ฉบับเต็ม

#113288
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3662 - 3663/2548 นายฐานุตร์ กรรณภูติ กับพวก โจทก์ นางรัชนี กรรณภูติ จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 1658 ก่อนที่ ล. ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการเขตตลิ่งชันจะลงลายมือชื่อและประทับตราสำนักงานเขตตลิ่งชัน ตามที่ ป.พ.พ. มาตรา 1658 (4) บัญญัติ ล. ได้ดำเนินการให้แก้ไขพินัยกรรมที่พิมพ์ผิดพลาดโดยใช้ยาลบหมึกกลบถ้อยคำแล้วพิมพ์ใหม่เป็นต้นฉบับหรือคู่ฉบับ แก้ไขชื่อจาก "นายสัมพันธ์" เป็น "นายสมพันธ์" เพื่อให้ถูกต้องตามความจริง โดยผู้ทำพินัยกรรม (นายสัมพันธ์) และพยานรู้เห็น จากนั้น ล. จึงลงลายมือชื่อและประทับตราสำนักงานเขตตลิ่งชัน ดังนี้ ไม่ถือว่าเป็นการขูด ลบ ตก เติม หรือการแก้ไขเปลี่ยนแปลงอย่างอื่นซึ่งพินัยกรรม จึงไม่จำต้องให้ผู้ทำพินัยกรรม พยาน และ ล. ลงลายมือชื่อกำกับตาม ป.พ.พ. มาตรา 1658 วรรคสอง ___________________________ คดีทั้งสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกัน โดยให้เรียกนายฐานุตร์ โจทก์สำนวนแรกว่า โจทก์ที่ 1 นางสาวพรรณทิภา โดยนางรัชนีผู้แทนโดยชอบธรรม โจทก์สำนวนหลังว่า โจทก์ที่ 2 และเรียกจำเลยทั้งสองสำนวนว่า จำเลย โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องว่า จำเลยซึ่งเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายสมพันธ์ร่วมกับผู้อื่นปลอมพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองของนายสมพันธ์ โดยแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อความในพินัยกรรมจากเดิม "นายสัมพันธ์" เป็น "นายสมพันธ์" พินัยกรรมจึงไม่สมบูรณ์และเป็นโมฆะเพราะนายสมพันธ์ไม่ลงลายมือชื่อกำกับไว้ พยานสองคนผู้ลงลายมือชื่อรับรองพินัยกรรมมิได้ลงลายมือชื่อพร้อมกันต่อหน้าผู้ทำพินัยกรรม ลายมือชื่อนายสมพันธ์ในพินัยกรรมเป็นลายมือชื่อปลอมและนายสมพันธ์มิได้ร่วมรู้เห็นในการทำพินัยกรรมดังกล่าว ขอให้พิพากษาว่าพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองของนายสมพันธ์ไม่สมบูรณ์เป็นโมฆะ และเพิกถอนทำลายพินัยกรรมดังกล่าว จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองสำนวนให้เป็นพับ โจทก์ที่ 1 และโจทก์ที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้โจทก์ทั้งสองใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์แทนจำเลย 600 บาท โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การใช้ยาลบหมึกลบถ้อยคำแล้วพิมพ์ใหม่ว่า เป็นต้นฉบับหรือคู่ฉบับ และแก้ไขจากชื่อนายสัมพันธ์เป็นนายสมพันธ์ในพินัยกรรม เป็นการแก้ไขเพื่อให้ถูกต้องตรงตามความจริงเท่านั้น นอกจากนี้การใช้ยาลบหมึกลบถ้อยคำและการแก้ไขชื่อก็ได้กระทำโดยผู้ทำพินัยกรรมและพยานรู้เห็นทั้งกระทำก่อนที่จะเสร็จสมบูรณ์เป็นพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง กล่าวคือ ก่อนที่นางลักษณาซึ่งปฏิบัติราชการแทนผู้อำนวยการเขตตลิ่งชันจะลงลายมือชื่อและประทับตราสำนักงานเขตตลิ่งชันเป็นสำคัญตาม ป.พ.พ. มาตรา 1658 (4) ดังนี้ไม่ถือว่าเป็นการขูด ลบ ตก เติมหรือการแก้ไขอย่างอื่นซึ่งพินัยกรรมจึงไม่จำต้องให้ผู้ทำพินัยกรรม พยานและนางลักษณาซึ่งปฏิบัติราชการแทนผู้อำนวยการเขตตลิ่งชันลงลายมือชื่อกำกับตาม ป.พ.พ. มาตรา 1658 วรรคสอง พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (สุรภพ ปัทมะสุคนธ์-พิชิต คำแฝง-เฉลิมชัย จารุไพบูลย์) ศาลแพ่งธนบุรี - นางวาสนา อัจฉรานุวัฒน์ ศาลอุทธรณ์ - นายสมศักดิ์ จันทรา แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
113288
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่งธนบุรี",
        "judge": "นางวาสนา อัจฉรานุวัฒน์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายสมศักดิ์ จันทรา"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082031222"
    }
}
date
2548
deka_no
3663/2548
deka_running_no
3663
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "สุรภพ ปัทมะสุคนธ์",
    "พิชิต คำแฝง",
    "เฉลิมชัย จารุไพบูลย์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1658"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายฐานุตร์ กรรณภูติ กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางรัชนี กรรณภูติ"
    }
]
long_text
คดีทั้งสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกัน โดยให้เรียกนายฐานุตร์ โจทก์สำนวนแรกว่า โจทก์ที่ 1 นางสาวพรรณทิภา โดยนางรัชนีผู้แทนโดยชอบธรรม โจทก์สำนวนหลังว่า โจทก์ที่ 2 และเรียกจำเลยทั้งสองสำนวนว่า จำเลย

โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องว่า จำเลยซึ่งเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายสมพันธ์ร่วมกับผู้อื่นปลอมพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองของนายสมพันธ์ โดยแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อความในพินัยกรรมจากเดิม "นายสัมพันธ์" เป็น "นายสมพันธ์" พินัยกรรมจึงไม่สมบูรณ์และเป็นโมฆะเพราะนายสมพันธ์ไม่ลงลายมือชื่อกำกับไว้ พยานสองคนผู้ลงลายมือชื่อรับรองพินัยกรรมมิได้ลงลายมือชื่อพร้อมกันต่อหน้าผู้ทำพินัยกรรม ลายมือชื่อนายสมพันธ์ในพินัยกรรมเป็นลายมือชื่อปลอมและนายสมพันธ์มิได้ร่วมรู้เห็นในการทำพินัยกรรมดังกล่าว ขอให้พิพากษาว่าพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองของนายสมพันธ์ไม่สมบูรณ์เป็นโมฆะ และเพิกถอนทำลายพินัยกรรมดังกล่าว

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองสำนวนให้เป็นพับ

โจทก์ที่ 1 และโจทก์ที่ 2 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้โจทก์ทั้งสองใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์แทนจำเลย 600 บาท

โจทก์ทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การใช้ยาลบหมึกลบถ้อยคำแล้วพิมพ์ใหม่ว่า เป็นต้นฉบับหรือคู่ฉบับ และแก้ไขจากชื่อนายสัมพันธ์เป็นนายสมพันธ์ในพินัยกรรม เป็นการแก้ไขเพื่อให้ถูกต้องตรงตามความจริงเท่านั้น นอกจากนี้การใช้ยาลบหมึกลบถ้อยคำและการแก้ไขชื่อก็ได้กระทำโดยผู้ทำพินัยกรรมและพยานรู้เห็นทั้งกระทำก่อนที่จะเสร็จสมบูรณ์เป็นพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง กล่าวคือ ก่อนที่นางลักษณาซึ่งปฏิบัติราชการแทนผู้อำนวยการเขตตลิ่งชันจะลงลายมือชื่อและประทับตราสำนักงานเขตตลิ่งชันเป็นสำคัญตาม ป.พ.พ. มาตรา 1658 (4) ดังนี้ไม่ถือว่าเป็นการขูด ลบ ตก เติมหรือการแก้ไขอย่างอื่นซึ่งพินัยกรรมจึงไม่จำต้องให้ผู้ทำพินัยกรรม พยานและนางลักษณาซึ่งปฏิบัติราชการแทนผู้อำนวยการเขตตลิ่งชันลงลายมือชื่อกำกับตาม ป.พ.พ. มาตรา 1658 วรรคสอง

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000816.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3662 -
year
2548