คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4531/2548 ฉบับเต็ม

#113296
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4531/2548 พนักงานอัยการประจำศาลแขวงนครสวรรค์ โจทก์ นางสิริลักษณ์ เถลิงศรี จำเลย ป.อ. มาตรา 56 ป.วิ.อ. มาตรา 195, มาตรา 218, มาตรา 225 พ.ร.บ.ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 มาตรา 19 จำเลยเคยต้องโทษจำคุกในความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองก่อนที่ พ.ร.บ. ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. 2545 มีผลใช้บังคับ จึงไม่มีผลย้อนหลัง ทั้งความผิดที่จำเลยเคยต้องโทษจำคุกเป็นความผิดฐานมีไว้ในครอบครองเพียงอย่างเดียว โดยจำเลยไม่ได้ต้องหาว่ากระทำความผิดฐานเสพด้วย จึงไม่เข้าเงื่อนไขตามมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว กรณีจึงไม่อาจรอการลงโทษให้แก่จำเลยได้ตาม ป.อ. มาตรา 56 ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยขับรถจักรยานยนต์ หมายเลขทะเบียน กลจ นว 293 ไปตามถนนสายพยุหะนครสวรรค์ (สายเก่า) จากอำเภอพยุหะคีรี มุ่งหน้าไปอำเภอเมืองนครสวรรค์ ถึงที่เกิดเหตุบริเวณหน้าวัดเขาแก้ว ซึ่งเป็นที่ชุมชนและคับขัน ขณะนั้นมีนางลั่นทมขับรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน อุทัยธานี ช - 5595 โดยมีเด็กชายภาณุวัฒน์นั่งอยู่ข้างหน้า จำเลยควรชะลอความเร็วของรถให้ช้าลงและควรดูให้ดีว่าจะมีรถคันอื่นแล่นตัดข้ามเส้นทางเดินรถหรือไม่ เพื่อให้รถคันอื่นแล่นผ่านไปได้อย่างปลอดภัย แต่จำเลยหาได้ใช้ความระมัดระวังให้เพียงพอไม่คงขับรถด้วยความเร็วสูงเกินสมควร เมื่อนางลั่นทมขับรถจักรยานยนต์เลี้ยวขวาตัดช่องเดินรถเพื่อข้ามไปยังฝั่งตรงกันข้าม จึงเป็นเหตุให้รถจักรยานยนต์ที่จำเลยขับชนกับรถจักรยานยนต์ที่นางลั่นทมขับ ทำให้รถทั้งสองคันได้รับความเสียหาย นางลั่นทมได้รับอันตรายสาหัส ต้องทุพพลภาพป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนาและจนประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่ายี่สิบวันและเด็กชายภาณุวัฒน์ได้รับอันตรายแก่จิตใจ ขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43, 157 ป.อ. มาตรา 300, 390, 90 จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43 (4), 157 ป.อ. มาตรา 300, 390 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตาม ป.อ. มาตรา 90 จำคุก 2 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา 78 คงจำคุก 1 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาเฉพาะในปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยเคยต้องโทษจำคุกฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครอง ต่อมามีการแก้ไขกฎหมายว่าการกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นผู้ป่วย จึงถือว่าจำเลยเป็นผู้ไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อนนั้น เห็นว่า จำเลยเคยต้องโทษจำคุกในความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองตามคำพิพากษาคดีหมายเลขแดงที่ 3369/2543 ของศาลจังหวัดนครสวรรค์ คดีถึงที่สุดก่อนที่ พ.ร.บ. ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. 2545 มีผลใช้บังคับจึงไม่มีผลย้อนหลัง ทั้งความผิดที่จำเลยเคยต้องโทษจำคุกนั้นเป็นความผิดฐานมีไว้ในครอบครองเพียงอย่างเดียวโดยจำเลยไม่ได้ต้องหาว่ากระทำความผิดฐานเสพด้วย กรณีจึงไม่เข้าเงื่อนไขตามมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ไม่รอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลย โดยให้เหตุผลว่ากรณีของจำเลยไม่อาจรอการลงโทษได้ตาม ป.อ. มาตรา 56 จึงชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น (ชวลิต ตุลยสิงห์-เกษม วีรวงศ์-สุรพล เอกโยคยะ) ศาลแขวงนครสวรรค์ - นายประสิทธิผล ปทุมลักษณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายมนูพงศ์ รุจิกัณหะ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
113296
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงนครสวรรค์",
        "judge": "นายประสิทธิผล ปทุมลักษณ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 6",
        "judge": "นายมนูพงศ์ รุจิกัณหะ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082030258"
    }
}
date
2548
deka_no
4531/2548
deka_running_no
4531
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "ชวลิต ตุลยสิงห์",
    "เกษม วีรวงศ์",
    "สุรพล เอกโยคยะ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 56"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 195",
            "ม. 218",
            "ม. 225"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545",
        "sections": [
            "ม. 19"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการประจำศาลแขวงนครสวรรค์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสิริลักษณ์ เถลิงศรี"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยขับรถจักรยานยนต์ หมายเลขทะเบียน กลจ นว 293 ไปตามถนนสายพยุหะนครสวรรค์ (สายเก่า) จากอำเภอพยุหะคีรี มุ่งหน้าไปอำเภอเมืองนครสวรรค์ ถึงที่เกิดเหตุบริเวณหน้าวัดเขาแก้ว ซึ่งเป็นที่ชุมชนและคับขัน ขณะนั้นมีนางลั่นทมขับรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน อุทัยธานี ช - 5595 โดยมีเด็กชายภาณุวัฒน์นั่งอยู่ข้างหน้า จำเลยควรชะลอความเร็วของรถให้ช้าลงและควรดูให้ดีว่าจะมีรถคันอื่นแล่นตัดข้ามเส้นทางเดินรถหรือไม่ เพื่อให้รถคันอื่นแล่นผ่านไปได้อย่างปลอดภัย แต่จำเลยหาได้ใช้ความระมัดระวังให้เพียงพอไม่คงขับรถด้วยความเร็วสูงเกินสมควร เมื่อนางลั่นทมขับรถจักรยานยนต์เลี้ยวขวาตัดช่องเดินรถเพื่อข้ามไปยังฝั่งตรงกันข้าม จึงเป็นเหตุให้รถจักรยานยนต์ที่จำเลยขับชนกับรถจักรยานยนต์ที่นางลั่นทมขับ ทำให้รถทั้งสองคันได้รับความเสียหาย นางลั่นทมได้รับอันตรายสาหัส ต้องทุพพลภาพป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนาและจนประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่ายี่สิบวันและเด็กชายภาณุวัฒน์ได้รับอันตรายแก่จิตใจ ขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43, 157 ป.อ. มาตรา 300, 390, 90

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43 (4), 157 ป.อ. มาตรา 300, 390 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตาม ป.อ. มาตรา 90 จำคุก 2 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา 78 คงจำคุก 1 เดือน

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาเฉพาะในปัญหาข้อกฎหมาย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยเคยต้องโทษจำคุกฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครอง ต่อมามีการแก้ไขกฎหมายว่าการกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นผู้ป่วย จึงถือว่าจำเลยเป็นผู้ไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อนนั้น เห็นว่า จำเลยเคยต้องโทษจำคุกในความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองตามคำพิพากษาคดีหมายเลขแดงที่ 3369/2543 ของศาลจังหวัดนครสวรรค์ คดีถึงที่สุดก่อนที่ พ.ร.บ. ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. 2545 มีผลใช้บังคับจึงไม่มีผลย้อนหลัง ทั้งความผิดที่จำเลยเคยต้องโทษจำคุกนั้นเป็นความผิดฐานมีไว้ในครอบครองเพียงอย่างเดียวโดยจำเลยไม่ได้ต้องหาว่ากระทำความผิดฐานเสพด้วย กรณีจึงไม่เข้าเงื่อนไขตามมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ไม่รอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลย โดยให้เหตุผลว่ากรณีของจำเลยไม่อาจรอการลงโทษได้ตาม ป.อ. มาตรา 56 จึงชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000807.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548