คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4140/2548 ฉบับเต็ม

#113313
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4140/2548 พนักงานอัยการจังหวัดบุรีรัมย์ โจทก์ นายสมศักดิ์ คงตะคอง จำเลย ป.อ. มาตรา 290 วรรคแรก ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคท้าย จำเลยเป็นพี่ชายของผู้ตาย ถูกผู้ตายซึ่งมึนเมาสุรามาหาเรื่องและทำร้ายชกต่อยจำเลย แม้จำเลยหนีลงจากบ้านไปแล้ว ผู้ตายยังติดตามจำเลยลงไปอย่างกระชั้นชิดและทำร้ายจำเลยอีก เป็นเหตุให้จำเลยเกิดบันดาลโทสะจึงได้หยิบฉวยไม้ด้ามเสียมซึ่งวางอยู่ที่พื้นดิน บริเวณหน้าบ้านนางโปยใกล้ที่เกิดเหตุตีไปที่ผู้ตาย 2 ถึง 3 ครั้ง การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำอย่างกระทันหันฉุกละหุก โดยจำเลยไม่มีโอกาสเลือกอาวุธ ทั้งไม่ได้เลือกตีบริเวณส่วนใดของ ร่างกายผู้ตาย เป็นการตีโดยไม่อาจทราบว่าจะถูกอวัยวะส่วนใดของผู้ตาย การกระทำของจำเลยจึงเป็นการทำร้ายผู้ตายจนถึงแก่ความตายโดยไม่มีเจตนาฆ่าและเป็นการกระทำโดยเหตุบันดาลโทสะเพราะถูกผู้ตายข่มเหงอย่างร้ายแรงเหตุอันไม่เป็นธรรม โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 288 เมื่อทางพิจารณารับฟังได้ว่า จำเลยกระทำผิดฐาน ทำร้ายร่างกายผู้ตายจนถึงแก่ความตายตามมาตรา 290 วรรคแรก ประกอบมาตรา 72 ศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาลงโทษจำเลยได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคท้าย ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 288, 33 ริบของกลาง จำเลยให้การต่อสู้ อ้างเหตุบันดาลโทสะ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 72 จำคุก 9 ปี คำให้การของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 78 คงจำคุก 6 ปี ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติว่า จำเลยบันดาลโทสะใช้ไม้ด้ามเสียมของกลางตีทำร้ายผู้ตายถูกบริเวณกะโหลกศีรษะ ใบหน้าและแขน เป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย รายละเอียดปรากฏตามรายงานการชันสูตรพลิกศพวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการแรกว่า จำเลยมีเจตนาฆ่าผู้ตายหรือไม่ ได้ความจากคำเบิกความของนางโปยพยานโจทก์ว่า ผู้ตายซึ่งเมาสุราเดินขึ้นมาบนบ้านนางโปยเพื่อถามหานางเต่าภริยาของผู้ตาย เนื่องจากผู้ตายทะเลาะกับนางเต่า เมื่อไม่พบนางเต่า ผู้ตายก็ลงจากบ้านไป หลังจากนั้นประมาณ 20 นาที ผู้ตายมาขอกุญแจรถยนต์จากจำเลย จำเลยเห็นว่าผู้ตายเมาสุราจึงไม่ให้ ผู้ตายผลักจำเลยล้มลงและด่าว่าจำเลย แล้วเดินลงจากบ้านนางโปยไปต่อมาผู้ตายกลับมาหาจำเลยอีกครั้งหนึ่งในสภาพมึนเมาสุราและโมโห ผู้ตายเข้ามากระชากคอเสื้อของจำเลยและถามหากุญแจรถยนต์อีก แต่จำเลยไม่ให้ ผู้ตายจึงชกใบหน้าจำเลย 2 ถึง 3 ครั้ง จำเลยล้มลงกับพื้นแล้วลุกขึ้นจะหนี แต่ผู้ตายกอดตัวจำเลยไว้แล้วมีการกอดปล้ำกัน เมื่อจำเลยหลุดจากผู้ตายได้วิ่งลงจากบ้านไป ผู้ตายวิ่งตามลงไปทางหน้าบ้านของนางโปยแล้วจำเลยหยิบไม้ด้ามเสียมซึ่งอยู่บริเวณหน้าบ้านนางโปยไปที่ผู้ตาย นายแพทย์กมล พยานโจทก์ซึ่งทำการชันสูตรพลิกศพระบุว่าบาดแผลที่เกิดจากของแข็งกระแทกอย่างแรงที่ศีรษะทำให้ผู้ตายเสียชีวิต บาดแผลที่ดั้งจมูกและที่แขนไม่สามารถทำให้ตายได้ และบาดแผลที่ศีรษะของผู้ตายถูกตีเพียงครั้งเดียว เห็นว่า จำเลยเป็นพี่ชายของผู้ตาย เมื่อถูกผู้ตายซึ่งมึนเมาสุรามาหาเรื่องและทำร้ายชกต่อยจำเลยแม้จำเลยหนีลงจากบ้านไปแล้ว ผู้ตายยังติดตามจำเลยลงไปอย่างกระชั้นชิดและทำร้ายจำเลยอีกเป็นเหตุให้จำเลยเกิดบันดาลโทสะจึงได้หยิบฉวยได้ไม้ด้ามเสียมซึ่งวางอยู่ที่พื้นดินบริเวณหน้าบ้านนางโปยใกล้ที่เกิดเหตุนั่นเอง แล้วใช้ไม้ดังกล่าวตีไปที่ผู้ตาย 2 ถึง 3 ครั้ง การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำอย่างกระทันหันฉุกละหุก โดยจำเลยไม่มีโอกาสเลือกอาวุธ ทั้งไม่ได้เลือกตีบริเวณส่วนใดของร่างกายผู้ตาย เป็นการตีโดยไม่อาจทราบว่าจะถูกอวัยวะส่วนใดของผู้ตายประกอบกับชั้นสอบสวนจำเลยให้การต่อพนักงานสอบสวนว่า ตีผู้ตายจริงแต่ไม่มีเจตนาฆ่า เมื่อพิเคราะห์ถึงพฤติการณ์ประกอบข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้วรับฟังได้ว่า จำเลยทำร้ายผู้ตายจนถึงแก่ความตายโดยไม่มีเจตนาฆ่าและเป็นการกระทำโดยเหตุบันดาลโทสะเพราะถูกผู้ตายข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม ที่ศาลล่างทั้งสองฟังว่าจำเลยบันดาลโทสะและฆ่าผู้ตายโดยเจตนา ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย? อนึ่งโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 288 เมื่อทางพิจารณารับฟังได้ว่า จำเลยกระทำผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้ตายเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายตามมาตรา 290 วรรคแรก ประกอบมาตรา 72 ศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาลงโทษจำเลยได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคท้าย พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 290 วรรคแรก ประกอบมาตรา 72 ลงโทษจำคุก 3 ปี คำให้การและทางพิจารณาของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้หนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 (จิระวรรณ ศิริบุตร-เกษม เวชศิลป์-ไพโรจน์ วายุภาพ) ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ - นางนุชนาถ ชาลีกุล ทับน้อย ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายบูรณ์ ฐาปนดุลย์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
113313
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดบุรีรัมย์",
        "judge": "นางนุชนาถ ชาลีกุล ทับน้อย"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 3",
        "judge": "นายบูรณ์ ฐาปนดุลย์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082030666"
    }
}
date
2548
deka_no
4140/2548
deka_running_no
4140
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "จิระวรรณ ศิริบุตร",
    "เกษม เวชศิลป์",
    "ไพโรจน์ วายุภาพ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 290 วรรคแรก"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 192 วรรคท้าย"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดบุรีรัมย์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสมศักดิ์ คงตะคอง"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 288, 33 ริบของกลาง

จำเลยให้การต่อสู้ อ้างเหตุบันดาลโทสะ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 72 จำคุก 9 ปี คำให้การของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 78 คงจำคุก 6 ปี ริบของกลาง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติว่า จำเลยบันดาลโทสะใช้ไม้ด้ามเสียมของกลางตีทำร้ายผู้ตายถูกบริเวณกะโหลกศีรษะ ใบหน้าและแขน เป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย รายละเอียดปรากฏตามรายงานการชันสูตรพลิกศพวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการแรกว่า จำเลยมีเจตนาฆ่าผู้ตายหรือไม่ ได้ความจากคำเบิกความของนางโปยพยานโจทก์ว่า ผู้ตายซึ่งเมาสุราเดินขึ้นมาบนบ้านนางโปยเพื่อถามหานางเต่าภริยาของผู้ตาย เนื่องจากผู้ตายทะเลาะกับนางเต่า เมื่อไม่พบนางเต่า ผู้ตายก็ลงจากบ้านไป หลังจากนั้นประมาณ 20 นาที ผู้ตายมาขอกุญแจรถยนต์จากจำเลย จำเลยเห็นว่าผู้ตายเมาสุราจึงไม่ให้ ผู้ตายผลักจำเลยล้มลงและด่าว่าจำเลย แล้วเดินลงจากบ้านนางโปยไปต่อมาผู้ตายกลับมาหาจำเลยอีกครั้งหนึ่งในสภาพมึนเมาสุราและโมโห ผู้ตายเข้ามากระชากคอเสื้อของจำเลยและถามหากุญแจรถยนต์อีก แต่จำเลยไม่ให้ ผู้ตายจึงชกใบหน้าจำเลย 2 ถึง 3 ครั้ง จำเลยล้มลงกับพื้นแล้วลุกขึ้นจะหนี แต่ผู้ตายกอดตัวจำเลยไว้แล้วมีการกอดปล้ำกัน เมื่อจำเลยหลุดจากผู้ตายได้วิ่งลงจากบ้านไป ผู้ตายวิ่งตามลงไปทางหน้าบ้านของนางโปยแล้วจำเลยหยิบไม้ด้ามเสียมซึ่งอยู่บริเวณหน้าบ้านนางโปยไปที่ผู้ตาย นายแพทย์กมล พยานโจทก์ซึ่งทำการชันสูตรพลิกศพระบุว่าบาดแผลที่เกิดจากของแข็งกระแทกอย่างแรงที่ศีรษะทำให้ผู้ตายเสียชีวิต บาดแผลที่ดั้งจมูกและที่แขนไม่สามารถทำให้ตายได้ และบาดแผลที่ศีรษะของผู้ตายถูกตีเพียงครั้งเดียว เห็นว่า จำเลยเป็นพี่ชายของผู้ตาย เมื่อถูกผู้ตายซึ่งมึนเมาสุรามาหาเรื่องและทำร้ายชกต่อยจำเลยแม้จำเลยหนีลงจากบ้านไปแล้ว ผู้ตายยังติดตามจำเลยลงไปอย่างกระชั้นชิดและทำร้ายจำเลยอีกเป็นเหตุให้จำเลยเกิดบันดาลโทสะจึงได้หยิบฉวยได้ไม้ด้ามเสียมซึ่งวางอยู่ที่พื้นดินบริเวณหน้าบ้านนางโปยใกล้ที่เกิดเหตุนั่นเอง แล้วใช้ไม้ดังกล่าวตีไปที่ผู้ตาย 2 ถึง 3 ครั้ง การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำอย่างกระทันหันฉุกละหุก โดยจำเลยไม่มีโอกาสเลือกอาวุธ ทั้งไม่ได้เลือกตีบริเวณส่วนใดของร่างกายผู้ตาย เป็นการตีโดยไม่อาจทราบว่าจะถูกอวัยวะส่วนใดของผู้ตายประกอบกับชั้นสอบสวนจำเลยให้การต่อพนักงานสอบสวนว่า ตีผู้ตายจริงแต่ไม่มีเจตนาฆ่า เมื่อพิเคราะห์ถึงพฤติการณ์ประกอบข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้วรับฟังได้ว่า จำเลยทำร้ายผู้ตายจนถึงแก่ความตายโดยไม่มีเจตนาฆ่าและเป็นการกระทำโดยเหตุบันดาลโทสะเพราะถูกผู้ตายข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม ที่ศาลล่างทั้งสองฟังว่าจำเลยบันดาลโทสะและฆ่าผู้ตายโดยเจตนา ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย?

อนึ่งโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 288 เมื่อทางพิจารณารับฟังได้ว่า จำเลยกระทำผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้ตายเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายตามมาตรา 290 วรรคแรก ประกอบมาตรา 72 ศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาลงโทษจำเลยได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคท้าย

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 290 วรรคแรก ประกอบมาตรา 72 ลงโทษจำคุก 3 ปี คำให้การและทางพิจารณาของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้หนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000811.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548