คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8087/2547 ฉบับเต็ม

#113317
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8087/2547 นายยุ่นฉ้อ แซ่ซ้ำ โจทก์ พันตำรวจเอกสุธน ดิษยบุตร จำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา 9 (1) ตามคำฟ้องของโจทก์เป็นการกล่าวอ้างว่าจำเลยซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ยอมดำเนินการออกใบแทน ใบสำคัญประจำตัวให้แก่โจทก์โดยไม่ถูกต้องเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ คำฟ้องของโจทก์จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 9(1) แม้โจทก์จะกล่าวในคำฟ้องว่าการกระทำของจำเลยเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ แทนที่จะกล่าวในคำฟ้องว่าการกระทำของจำเลยเป็นการกระทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายก็มีความหมายอย่างเดียวกัน เพราะการกล่าวอ้างว่าการกระทำของจำเลยเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ ก็คือการกล่าวอ้างว่าจำเลยกระทำผิดหน้าที่ต่อโจทก์โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายนั่นเอง คดีนี้จึงอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยในฐานะนายทะเบียนคนต่างด้าวออกใบแทนใบสำคัญประจำตัวใหม่แก่โจทก์ หากไม่สามารถออกใบแทนดังกล่าวได้ ให้จำเลยออกใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวใหม่แก่โจทก์พร้อมใบสำคัญถิ่นที่อยู่ และจดทะเบียนรับรองว่าโจทก์เป็นคนต่างด้าวที่เข้ามาในประเทศไทยโดยได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วย คนเข้าเมืองให้อยู่ในประเทศไทยในลักษณะถาวร ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งไม่รับคำฟ้อง คืนค่าขึ้นศาลให้แก่โจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกาขอให้รับคำฟ้องโจทก์ไว้พิจารณา ศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า ตามคำฟ้องโจทก์เป็นการกล่าวอ้างว่าจำเลยซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ยอมดำเนินการออกใบแทนใบสำคัญประจำตัวให้แก่โจทก์โดยไม่ถูกต้องเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ คำฟ้องของโจทก์จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองและ วิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 9 (1) แม้โจทก์จะกล่าวในคำฟ้องว่าการกระทำของจำเลยเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์แทนที่จะกล่าวในคำฟ้องว่าการกระทำของจำเลยเป็นการกระทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายก็มีความหมาย อย่างเดียวกัน เพราะการกล่าวอ้างว่าการกระทำของจำเลยเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ก็คือการกล่าวอ้างว่า จำเลยกระทำผิดหน้าที่ต่อโจทก์โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายนั่นเอง คดีนี้จึงอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ที่ศาลล่างทั้งสองไม่รับคำฟ้องโจทก์ไว้พิจารณานั้นเท่ากับว่าศาลล่างทั้งสองให้คืนคำฟ้องแก่โจทก์เพื่อไปฟ้องต่อ ศาลปกครองจึงชอบแล้ว พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (พลรัตน์ ประทุมทาน-วิชัย วิวิตเสวี-มงคล ทับเที่ยง) ศาลจังหวัดตรัง - นายวัชรชัย แสงอุไร ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นายสุรศักดิ์ วิมลรัตน์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
113317
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดตรัง",
        "judge": "นายวัชรชัย แสงอุไร"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 9",
        "judge": "นายสุรศักดิ์ วิมลรัตน์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082037210"
    }
}
date
2547
deka_no
8087/2547
deka_running_no
8087
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "พลรัตน์ ประทุมทาน",
    "วิชัย วิวิตเสวี",
    "มงคล ทับเที่ยง"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542",
        "sections": [
            "ม. 9 (1)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายยุ่นฉ้อ แซ่ซ้ำ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "พันตำรวจเอกสุธน ดิษยบุตร"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยในฐานะนายทะเบียนคนต่างด้าวออกใบแทนใบสำคัญประจำตัวใหม่แก่โจทก์ หากไม่สามารถออกใบแทนดังกล่าวได้ ให้จำเลยออกใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวใหม่แก่โจทก์พร้อมใบสำคัญถิ่นที่อยู่ และจดทะเบียนรับรองว่าโจทก์เป็นคนต่างด้าวที่เข้ามาในประเทศไทยโดยได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วย คนเข้าเมืองให้อยู่ในประเทศไทยในลักษณะถาวร

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งไม่รับคำฟ้อง คืนค่าขึ้นศาลให้แก่โจทก์

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกาขอให้รับคำฟ้องโจทก์ไว้พิจารณา

ศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า ตามคำฟ้องโจทก์เป็นการกล่าวอ้างว่าจำเลยซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ยอมดำเนินการออกใบแทนใบสำคัญประจำตัวให้แก่โจทก์โดยไม่ถูกต้องเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ คำฟ้องของโจทก์จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองและ วิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 9 (1) แม้โจทก์จะกล่าวในคำฟ้องว่าการกระทำของจำเลยเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์แทนที่จะกล่าวในคำฟ้องว่าการกระทำของจำเลยเป็นการกระทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายก็มีความหมาย อย่างเดียวกัน เพราะการกล่าวอ้างว่าการกระทำของจำเลยเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ก็คือการกล่าวอ้างว่า จำเลยกระทำผิดหน้าที่ต่อโจทก์โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายนั่นเอง คดีนี้จึงอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง

ที่ศาลล่างทั้งสองไม่รับคำฟ้องโจทก์ไว้พิจารณานั้นเท่ากับว่าศาลล่างทั้งสองให้คืนคำฟ้องแก่โจทก์เพื่อไปฟ้องต่อ ศาลปกครองจึงชอบแล้ว

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000870.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547