คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4105/2548 ฉบับเต็ม

#113331
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4105/2548 ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) โดยบริษัทบริหารสินทรัพย์ เพชรบุรี จำกัด ผู้เข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทน โจทก์ นายปัด ยะกัน จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 702, มาตรา 733, มาตรา 735 การขายทอดตลาดทรัพย์สินที่จำนองมีทั้งการขายโดยปลอดจำนอง และการขายโดยจำนองติดไป หากเป็นการขายทอดตลาดโดยปลอดจำนอง เจ้าหนี้จำนองย่อมมีสิทธิได้รับชำระหนี้จากเงินที่ขายทอดตลาดทรัพย์สินที่จำนองก่อนเจ้าหนี้รายอื่น ส่วนการขายทอดตลาดโดยจำนองติดไป ผู้รับจำนองยังมีสิทธิได้รับชำระหนี้จากทรัพย์สินที่จำนอง โดยบังคับจำนองเอาแก่ผู้รับโอนทรัพย์สินที่จำนองตามมาตรา 735 เมื่อจำเลยเป็นเพียงผู้รับโอนทรัพย์สินที่จำนองโดยการซื้อทรัพย์สินที่จำนองจากการขายทอดตลาด มิใช่คู่สัญญาตามสัญญาจำนอง จำเลยจึงเป็นบุคคลภายนอก ย่อมไม่ต้องรับผิดตามสัญญาจำนองและสัญญาต่อท้ายสัญญาจำนองที่ยอมให้บังคับชำระหนี้จากทรัพย์สินอื่นที่มิใช่ทรัพย์สินที่จำนอง แม้โจทก์ผู้รับจำนองชอบที่จะได้รับชำระหนี้จากทรัพย์สินที่จำนองโดยมิพักต้องพิเคราะห์ว่ากรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินจะได้โอนไปยังบุคคลภายนอกแล้วหรือไม่ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 702 วรรคสอง แต่จำเลยผู้รับโอนทรัพย์สินที่จำนองก็มีหน้าที่เพียงปลดเปลื้องภาระจำนองด้วยการไถ่ถอนจำนอง ตามบทบัญญัติในบรรพ 3 ลักษณะ 12 หมวด 5 แห่ง ป.พ.พ. เท่านั้น ดังนั้น จำเลยจึงไม่ต้องชำระหนี้ตามสัญญาจำนองแก่โจทก์ และหากการขายทอดตลาดทรัพย์สินที่จำนองได้เงินสุทธิไม่พอ จำเลยก็ไม่ต้องรับผิดแก่โจทก์อีก ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า บริษัทภัทราการ์เม้นท์ จำกัด ได้กู้ยืมเงินโจทก์ และเดินสะพัดทางบัญชีกับโจทก์โดยมีนายจรัลและนางสุวิมลนำที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างมาจดทะเบียนจำนองเป็นประกัน โดยตกลงว่าหากบังคับจำนองได้เงินไม่พอชำระหนี้ยอมชำระหนี้ส่วนที่ขาดให้แก่โจทก์จนครบถ้วน ต่อมาที่ดินแปลงดังกล่าวได้ถูกเจ้าพนักงานบังคับคดียึดในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 9274/2536 ของศาลชั้นต้น และเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ทำการขายทอดตลาดที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่จำนองไว้แก่โจทก์ดังกล่าวโดยการจำนองติดไปให้แก่จำเลย ต่อมาโจทก์ได้ฟ้องบริษัทภัทราการ์เม้นท์ จำกัด กับพวกรวมทั้งนายจรัลและนางสุวิมลเป็นจำเลยต่อศาลแพ่งธนบุรีให้ชำระหนี้แก่โจทก์ และศาลแพ่งธนบุรีได้มีคำพิพากษาให้จำเลยในคดีดังกล่าวชำระหนี้แล้ว โจทก์จึงได้ติดตามทวงถามให้จำเลยชำระหนี้และไถ่ถอนจำนองทรัพย์จำนอง แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินแก่โจทก์จำนวน 1,560,832.88 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 19 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 800,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ หากไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดและยึดหรืออายัดทรัพย์สินอื่นของจำเลยออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์จนครบถ้วน จำเลยให้การว่า จำเลยไม่ต้องรับผิดชำระเงินไถ่ถอนจำนองตามฟ้องให้แก่โจทก์ เนื่องจากจำเลยเป็นเพียงบุคคลภายนอกที่ประมูลซื้อทรัพย์พิพาทจากการขายทอดตลาดโดยสุจริต จำเลยไม่ใช่ลูกหนี้ชั้นต้นของโจทก์ และข้อตกลงในการจำนองทรัพย์พิพาทที่ว่าหากบังคับจำนองได้เงินไม่พอชำระหนี้ยินยอมชำระส่วนที่ขาดให้จนครบถ้วนนั้น จำเลยไม่ได้ตกลงด้วย ผู้จำนองเดิมตกลงกับโจทก์ จึงไม่ผูกพันจำเลย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์จำนวน 1,560,832.88 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 19 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 800,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ เพื่อไถ่ถอนจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 40245 ตำบลทวีวัฒนา (บางระมาด) อำเภอตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้าง หากจำเลยไม่ชำระหรือชำระไม่ครบ ให้ยึดทรัพย์จำนองที่ดินแปลงดังกล่าวออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระแทน ถ้าได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้บังคับชำระหนี้เอากับทรัพย์สินอื่นของจำเลยจนครบ และให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้เป็นเงิน 15,000 บาท จำเลยอุทธรณ์ ระหว่างพิจารณา บริษัทบริหารสินทรัพย์ เพชรบุรี จำกัด ยื่นคำร้องขอเข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทนโจทก์ ศาลอุทธรณ์อนุญาต ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยไม่ต้องชำระหนี้แก่โจทก์ ให้บังคับจำนองขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 40245 ตำบลทวีวัฒนา (บางระมาด) อำเภอตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้าง เพื่อชำระหนี้จำนอง 800,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 19 ต่อปี ดอกเบี้ยคิดนับแต่วันฟ้องย้อนหลังขึ้นไป 5 ปี แต่ไม่เกิน 760,832.88 บาท ตามที่โจทก์ขอ และคิดนับถัดจากวันฟ้องต่อไปจนกว่าจะบังคับคดีเสร็จ หากขายทอดตลาดได้เงินสุทธิล้ำจำนวนดังกล่าวให้คืนส่วนที่ล้ำแก่จำเลย ถ้าได้เงินสุทธิไม่พอ จำเลยไม่ต้องรับผิดชำระแก่โจทก์อีก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การขายทอดตลาดทรัพย์สินที่จำนองมีทั้งการขายโดยปลอดจำนองและการขายโดยจำนองติดไป หากเป็นการขายทอดตลาดโดยปลอดจำนอง เจ้าหนี้จำนองย่อมมีสิทธิได้รับชำระหนี้จากเงินที่ขายทอดตลาดทรัพย์สินที่จำนองก่อนเจ้าหนี้รายอื่น ส่วนการขายทอดตลาดโดยจำนองติดไป ผู้รับจำนองยังมีสิทธิได้รับชำระหนี้จากทรัพย์สินที่จำนองโดยบังคับจำนองเอาแก่ผู้รับโอนทรัพย์สินที่จำนองตามมาตรา 735 เมื่อได้ความว่าจำเลยเป็นเพียงผู้รับโอนทรัพย์สินที่จำนองโดยการซื้อทรัพย์สินที่จำนองจากการขายทอดตลาด มิใช่คู่สัญญาตามสัญญาจำนอง จำเลยจึงเป็นบุคคลภายนอกย่อมไม่ต้องรับผิดตามสัญญาจำนองและสัญญาต่อท้ายสัญญาจำนองที่ยอมให้บังคับชำระหนี้จากทรัพย์สินอื่นที่มิใช่ทรัพย์สินที่จำนอง แม้โจทก์ผู้รับจำนองชอบที่จะได้รับชำระหนี้จากทรัพย์สินที่จำนองโดยมิพักต้องพิเคราะห์ว่ากรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินจะได้โอนไปยังบุคคลภายนอกแล้วหรือไม่ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 702 วรรคสอง แต่จำเลยเป็นผู้รับโอนทรัพย์สินที่จำนองซึ่งมีหน้าที่เพียงปลดเปลื้องภาระจำนองด้วยการไถ่ถอนจำนองตามบทบัญญัติในบรรพ 3 ลักษณะ 12 หมวด 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เท่านั้น ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยไม่ต้องชำระหนี้ตามสัญญาจำนองแก่โจทก์ และหากขายทอดตลาดทรัพย์สินที่จำนองได้เงินสุทธิไม่พอ จำเลยไม่ต้องรับผิดชำระแก่โจทก์อีก จึงชอบแล้ว พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (สุรพล เอกโยคยะ-ชวลิต ตุลยสิงห์-เกษม วีรวงศ์) ศาลแพ่ง - นายสถาพร วิสาพรหม ศาลอุทธรณ์ - นายพินิจ สายสอาด แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
113331
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายสถาพร วิสาพรหม"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายพินิจ สายสอาด"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082030669"
    }
}
date
2548
deka_no
4105/2548
deka_running_no
4105
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "สุรพล เอกโยคยะ",
    "ชวลิต ตุลยสิงห์",
    "เกษม วีรวงศ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 702",
            "ม. 733",
            "ม. 735"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) โดยบริษัทบริหารสินทรัพย์ เพชรบุรี จำกัด ผู้เข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทน"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายปัด ยะกัน"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า บริษัทภัทราการ์เม้นท์ จำกัด ได้กู้ยืมเงินโจทก์ และเดินสะพัดทางบัญชีกับโจทก์โดยมีนายจรัลและนางสุวิมลนำที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างมาจดทะเบียนจำนองเป็นประกัน โดยตกลงว่าหากบังคับจำนองได้เงินไม่พอชำระหนี้ยอมชำระหนี้ส่วนที่ขาดให้แก่โจทก์จนครบถ้วน ต่อมาที่ดินแปลงดังกล่าวได้ถูกเจ้าพนักงานบังคับคดียึดในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 9274/2536 ของศาลชั้นต้น และเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ทำการขายทอดตลาดที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่จำนองไว้แก่โจทก์ดังกล่าวโดยการจำนองติดไปให้แก่จำเลย ต่อมาโจทก์ได้ฟ้องบริษัทภัทราการ์เม้นท์ จำกัด กับพวกรวมทั้งนายจรัลและนางสุวิมลเป็นจำเลยต่อศาลแพ่งธนบุรีให้ชำระหนี้แก่โจทก์ และศาลแพ่งธนบุรีได้มีคำพิพากษาให้จำเลยในคดีดังกล่าวชำระหนี้แล้ว โจทก์จึงได้ติดตามทวงถามให้จำเลยชำระหนี้และไถ่ถอนจำนองทรัพย์จำนอง แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินแก่โจทก์จำนวน 1,560,832.88 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 19 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 800,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ หากไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดและยึดหรืออายัดทรัพย์สินอื่นของจำเลยออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์จนครบถ้วน

จำเลยให้การว่า จำเลยไม่ต้องรับผิดชำระเงินไถ่ถอนจำนองตามฟ้องให้แก่โจทก์ เนื่องจากจำเลยเป็นเพียงบุคคลภายนอกที่ประมูลซื้อทรัพย์พิพาทจากการขายทอดตลาดโดยสุจริต จำเลยไม่ใช่ลูกหนี้ชั้นต้นของโจทก์ และข้อตกลงในการจำนองทรัพย์พิพาทที่ว่าหากบังคับจำนองได้เงินไม่พอชำระหนี้ยินยอมชำระส่วนที่ขาดให้จนครบถ้วนนั้น จำเลยไม่ได้ตกลงด้วย ผู้จำนองเดิมตกลงกับโจทก์ จึงไม่ผูกพันจำเลย ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์จำนวน 1,560,832.88 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 19 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 800,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ เพื่อไถ่ถอนจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 40245 ตำบลทวีวัฒนา (บางระมาด) อำเภอตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้าง หากจำเลยไม่ชำระหรือชำระไม่ครบ ให้ยึดทรัพย์จำนองที่ดินแปลงดังกล่าวออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระแทน ถ้าได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้บังคับชำระหนี้เอากับทรัพย์สินอื่นของจำเลยจนครบ และให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้เป็นเงิน 15,000 บาท

จำเลยอุทธรณ์

ระหว่างพิจารณา บริษัทบริหารสินทรัพย์ เพชรบุรี จำกัด ยื่นคำร้องขอเข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทนโจทก์ ศาลอุทธรณ์อนุญาต

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยไม่ต้องชำระหนี้แก่โจทก์ ให้บังคับจำนองขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 40245 ตำบลทวีวัฒนา (บางระมาด) อำเภอตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้าง เพื่อชำระหนี้จำนอง 800,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 19 ต่อปี ดอกเบี้ยคิดนับแต่วันฟ้องย้อนหลังขึ้นไป 5 ปี แต่ไม่เกิน 760,832.88 บาท ตามที่โจทก์ขอ และคิดนับถัดจากวันฟ้องต่อไปจนกว่าจะบังคับคดีเสร็จ หากขายทอดตลาดได้เงินสุทธิล้ำจำนวนดังกล่าวให้คืนส่วนที่ล้ำแก่จำเลย ถ้าได้เงินสุทธิไม่พอ จำเลยไม่ต้องรับผิดชำระแก่โจทก์อีก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การขายทอดตลาดทรัพย์สินที่จำนองมีทั้งการขายโดยปลอดจำนองและการขายโดยจำนองติดไป หากเป็นการขายทอดตลาดโดยปลอดจำนอง เจ้าหนี้จำนองย่อมมีสิทธิได้รับชำระหนี้จากเงินที่ขายทอดตลาดทรัพย์สินที่จำนองก่อนเจ้าหนี้รายอื่น ส่วนการขายทอดตลาดโดยจำนองติดไป ผู้รับจำนองยังมีสิทธิได้รับชำระหนี้จากทรัพย์สินที่จำนองโดยบังคับจำนองเอาแก่ผู้รับโอนทรัพย์สินที่จำนองตามมาตรา 735 เมื่อได้ความว่าจำเลยเป็นเพียงผู้รับโอนทรัพย์สินที่จำนองโดยการซื้อทรัพย์สินที่จำนองจากการขายทอดตลาด มิใช่คู่สัญญาตามสัญญาจำนอง จำเลยจึงเป็นบุคคลภายนอกย่อมไม่ต้องรับผิดตามสัญญาจำนองและสัญญาต่อท้ายสัญญาจำนองที่ยอมให้บังคับชำระหนี้จากทรัพย์สินอื่นที่มิใช่ทรัพย์สินที่จำนอง แม้โจทก์ผู้รับจำนองชอบที่จะได้รับชำระหนี้จากทรัพย์สินที่จำนองโดยมิพักต้องพิเคราะห์ว่ากรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินจะได้โอนไปยังบุคคลภายนอกแล้วหรือไม่ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 702 วรรคสอง แต่จำเลยเป็นผู้รับโอนทรัพย์สินที่จำนองซึ่งมีหน้าที่เพียงปลดเปลื้องภาระจำนองด้วยการไถ่ถอนจำนองตามบทบัญญัติในบรรพ 3 ลักษณะ 12 หมวด 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เท่านั้น ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยไม่ต้องชำระหนี้ตามสัญญาจำนองแก่โจทก์ และหากขายทอดตลาดทรัพย์สินที่จำนองได้เงินสุทธิไม่พอ จำเลยไม่ต้องรับผิดชำระแก่โจทก์อีก จึงชอบแล้ว

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000811.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548