คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8606/2544 ฉบับเต็ม

#257361
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8606/2544 นายกอง ดำนอก โจทก์ นายคาน สุดอาราม จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 1367, 1377 วรรคหนึ่ง, 1378 ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5), 242 (4), 246, 247 ป.พ.พ. มาตรา 1367, มาตรา 1377 วรรคหนึ่ง, มาตรา 1378 ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5), มาตรา 242 (4), มาตรา 246, มาตรา 247 โจทก์ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทตลอดมาตั้งแต่เวลาทำสัญญาซื้อขายในลักษณะเป็นเจ้าของโดยจำเลยมิได้โต้แย้งคัดค้าน ถือว่าจำเลยได้ส่งมอบการครอบครองที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์แล้วตั้งแต่วันทำสัญญาซื้อขาย โจทก์ย่อมได้สิทธิครอบครองในที่ดินพิพาท โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ได้สิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทโดยซื้อมาจากจำเลย จำเลยให้การต่อสู้ว่าให้โจทก์ทำกินในที่ดินพิพาทต่างดอกเบี้ย เท่ากับอ้างว่าสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทยังคงอยู่กับจำเลย ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโดยมิได้วินิจฉัยเรื่องสิทธิครอบครองว่าเป็นของผู้ใด แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 เห็นสมควรวินิจฉัยให้โดยฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทแล้วพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ซึ่งไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาจึงพิพากษาแก้เป็นว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ___________________________ โจทก์ฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยไปจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมการซื้อขายที่ดินตามหนังสือรับรองการ ทำประโยชน์ (น.ส.3) ทะเบียนเล่ม 12 หน้า 39 และเล่ม 12 หน้า 41 ให้แก่โจทก์ หากไม่ไปจดทะเบียนโอนขอให้ถือเอาตามคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยให้การว่า จำเลยกู้ยืมเงินจากโจทก์ โดยตกลงให้โจทก์ทำกินในที่ดินทั้งสองแปลงดังกล่าวต่างดอกเบี้ย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พิเคราะห์แล้วคดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยมอบที่ดินพิพาทให้โจทก์ทำกินต่างดอกเบี้ยหรือไม่ เห็นว่าเมื่อปี 2517 จำเลยได้ขายที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) ให้โจทก์ จำเลยได้ส่งมอบหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) ให้แก่โจทก์แล้ว โจทก์ได้เข้าครอบครองที่ดินพิพาทตั้งแต่ วันทำสัญญาซื้อขายและชำระภาษีที่ดินตลอดมา หากเป็นเรื่องที่จำเลยให้โจทก์ทำกินต่างดอกเบี้ยในที่ดินพิพาทก็ไม่มีความจำเป็นอย่างไรที่จำเลยจะต้องมอบหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) ในที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้ง ๆ ที่หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เป็นเอกสารสำคัญสำหรับที่ดินไม่ควรที่จะมอบให้บุคคลใดโดยง่าย จำเลยอ้างว่า จำเลยกู้ยืมเงินโจทก์ แต่ก็ไม่ได้กำหนดระยะเวลาใช้ต้นเงินและดอกเบี้ยคืนกัน นอกจากนั้นจำเลยกลับปล่อยให้โจทก์ครอบครองที่ดินพิพาทเป็นระยะเวลานานกว่า 20 ปี โดยไม่ปรากฏว่าจำเลยทวงที่ดินพิพาทคืนจากโจทก์แต่ประการใด โจทก์ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทตลอดมาตั้งแต่เวลาทำสัญญาซื้อขายในลักษณะเป็นเจ้าของโดยจำเลย มิได้โต้แย้งคัดค้านการครอบครองของโจทก์ ถือว่าจำเลยได้ส่งมอบการครอบครองที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์แล้วตั้งแต่วันทำสัญญาซื้อขาย โจทก์ย่อมได้สิทธิครอบครองในที่ดินพิพาท กรณีมิใช่จำเลยมอบที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทำกินต่างดอกเบี้ยดังที่จำเลยนำสืบ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 วินิจฉัยว่าโจทก์ได้สิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทชอบแล้ว ฎีกาจำเลย ฟังไม่ขึ้น อนึ่ง คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ได้สิทธิครอบครองในที่ดินพิพาท โดยซื้อมาจากจำเลย ส่วนจำเลยให้การต่อสู้ว่าให้โจทก์ทำกินในที่ดินพิพาทต่างดอกเบี้ย จึงเท่ากับอ้างว่าสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทยังคงอยู่กับจำเลย เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโดยมิได้วินิจฉัยเรื่องสิทธิครอบครองว่าเป็นของผู้ใด แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 เห็นสมควรวินิจฉัยให้โดยฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาท แล้วพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นซึ่งไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง พิพากษาแก้เป็นว่า โจทก์มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาท คำขออื่นให้ยก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตาม คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (สบโชค สุขารมณ์-ชูชาติ ศรีแสง-ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช) ศาลจังหวัดพล - นายจิรเวทย์ อุนนะนันท์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายจรูญ วงศ์นิวัติขจร แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
257361
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดพล",
        "judge": "นายจิรเวทย์ อุนนะนันท์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 4",
        "judge": "นายจรูญ วงศ์นิวัติขจร"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082059736"
    }
}
date
2544
deka_no
8606/2544
deka_running_no
8606
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "สบโชค สุขารมณ์",
    "ชูชาติ ศรีแสง",
    "ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1367",
            "ม. 1377 วรรคหนึ่ง",
            "ม. 1378"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 142 (5)",
            "ม. 242 (4)",
            "ม. 246",
            "ม. 247"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายกอง ดำนอก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายคาน สุดอาราม"
    },
    {
        "role": "1378",
        "name": "ป.พ.พ. มาตรา 1367, 1377 วรรคหนึ่ง,"
    },
    {
        "role": "247",
        "name": "ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5), 242 (4), 246,"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยไปจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมการซื้อขายที่ดินตามหนังสือรับรองการ ทำประโยชน์ (น.ส.3) ทะเบียนเล่ม 12 หน้า 39 และเล่ม 12 หน้า 41 ให้แก่โจทก์ หากไม่ไปจดทะเบียนโอนขอให้ถือเอาตามคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย

จำเลยให้การว่า จำเลยกู้ยืมเงินจากโจทก์ โดยตกลงให้โจทก์ทำกินในที่ดินทั้งสองแปลงดังกล่าวต่างดอกเบี้ย ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พิเคราะห์แล้วคดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยมอบที่ดินพิพาทให้โจทก์ทำกินต่างดอกเบี้ยหรือไม่ เห็นว่าเมื่อปี 2517 จำเลยได้ขายที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) ให้โจทก์ จำเลยได้ส่งมอบหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) ให้แก่โจทก์แล้ว โจทก์ได้เข้าครอบครองที่ดินพิพาทตั้งแต่ วันทำสัญญาซื้อขายและชำระภาษีที่ดินตลอดมา หากเป็นเรื่องที่จำเลยให้โจทก์ทำกินต่างดอกเบี้ยในที่ดินพิพาทก็ไม่มีความจำเป็นอย่างไรที่จำเลยจะต้องมอบหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) ในที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้ง ๆ ที่หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เป็นเอกสารสำคัญสำหรับที่ดินไม่ควรที่จะมอบให้บุคคลใดโดยง่าย จำเลยอ้างว่า จำเลยกู้ยืมเงินโจทก์ แต่ก็ไม่ได้กำหนดระยะเวลาใช้ต้นเงินและดอกเบี้ยคืนกัน นอกจากนั้นจำเลยกลับปล่อยให้โจทก์ครอบครองที่ดินพิพาทเป็นระยะเวลานานกว่า 20 ปี โดยไม่ปรากฏว่าจำเลยทวงที่ดินพิพาทคืนจากโจทก์แต่ประการใด โจทก์ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทตลอดมาตั้งแต่เวลาทำสัญญาซื้อขายในลักษณะเป็นเจ้าของโดยจำเลย มิได้โต้แย้งคัดค้านการครอบครองของโจทก์ ถือว่าจำเลยได้ส่งมอบการครอบครองที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์แล้วตั้งแต่วันทำสัญญาซื้อขาย โจทก์ย่อมได้สิทธิครอบครองในที่ดินพิพาท กรณีมิใช่จำเลยมอบที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทำกินต่างดอกเบี้ยดังที่จำเลยนำสืบ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 วินิจฉัยว่าโจทก์ได้สิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทชอบแล้ว ฎีกาจำเลย ฟังไม่ขึ้น

อนึ่ง คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ได้สิทธิครอบครองในที่ดินพิพาท โดยซื้อมาจากจำเลย ส่วนจำเลยให้การต่อสู้ว่าให้โจทก์ทำกินในที่ดินพิพาทต่างดอกเบี้ย จึงเท่ากับอ้างว่าสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทยังคงอยู่กับจำเลย เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโดยมิได้วินิจฉัยเรื่องสิทธิครอบครองว่าเป็นของผู้ใด แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 เห็นสมควรวินิจฉัยให้โดยฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาท แล้วพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นซึ่งไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง

พิพากษาแก้เป็นว่า โจทก์มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาท คำขออื่นให้ยก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตาม คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001070.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544