คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8540/2544 ฉบับเต็ม

#257362
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8540/2544 พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา โจทก์ นายชาลีหรือเอ้ เที่ยงสันเทียะ จำเลย ป.อ. มาตรา 334, มาตรา 335 (1), มาตรา 335 (7), มาตรา 335 วรรคสอง รถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายมีราคาถึง 38,000 บาท จึงไม่ใช่ทรัพย์ที่มีราคาเล็กน้อย ทั้งการกระทำความผิดตาม ป.อ. มาตรา 335 จะลงโทษตามมาตรา 334 ได้นั้น ต้องปรากฏว่าเป็นการกระทำโดยความจำใจหรือความยากจนเหลือทนทานอีกด้วย ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 335, 336 ทวิ จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 335 วรรคสาม (ที่ถูก มาตรา 335 (1) (7) วรรคสอง), 336 ทวิ จำคุก 7 ปี 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 ปี 9 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังยุติว่า จำเลยกับพวกอีกสองคนร่วมกันลักรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายโดยจำเลยกับพวกใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด การพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม ที่จำเลยฎีกาว่า ทรัพย์ที่ถูกลักมีราคาเพียงเล็กน้อย การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 วรรคท้าย นั้น เห็นว่า รถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายมีราคาถึง 38,000 บาท จึงไม่ใช่ทรัพย์ที่มีราคาเล็กน้อย ทั้งการกระทำความผิดตามมาตรา 335 จะลงโทษตามมาตรา 334 ได้นั้น ต้องปรากฏว่าเป็นการกระทำโดยความจำใจหรือความยากจนเหลือทนทานอีกด้วย ซึ่งการกระทำของจำเลยก็ไม่เข้าองค์ประกอบดังกล่าว ดังนั้นที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ลงโทษจำเลยตามมาตรา 335 (1) (7) วรรคสอง จึงชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น... พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุกจำเลย 5 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี 6 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3. (สมชาย พงษธา-ประสพสุข บุญเดช-จรัส พวงมณี) ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายอารมณ์ จำปานิล ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายสถิตย์ ไพเราะ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
257362
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดนครราชสีมา",
        "judge": "นายอารมณ์ จำปานิล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 3",
        "judge": "นายสถิตย์ ไพเราะ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082059838"
    }
}
date
2544
deka_no
8540/2544
deka_running_no
8540
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "สมชาย พงษธา",
    "ประสพสุข บุญเดช",
    "จรัส พวงมณี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 334",
            "ม. 335 (1)",
            "ม. 335 (7)",
            "ม. 335 วรรคสอง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายชาลีหรือเอ้ เที่ยงสันเทียะ"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 335, 336 ทวิ

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 335 วรรคสาม (ที่ถูก มาตรา 335 (1) (7) วรรคสอง), 336 ทวิ จำคุก 7 ปี 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 ปี 9 เดือน

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังยุติว่า จำเลยกับพวกอีกสองคนร่วมกันลักรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายโดยจำเลยกับพวกใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด การพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม ที่จำเลยฎีกาว่า ทรัพย์ที่ถูกลักมีราคาเพียงเล็กน้อย การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 วรรคท้าย นั้น เห็นว่า รถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายมีราคาถึง 38,000 บาท จึงไม่ใช่ทรัพย์ที่มีราคาเล็กน้อย ทั้งการกระทำความผิดตามมาตรา 335 จะลงโทษตามมาตรา 334 ได้นั้น ต้องปรากฏว่าเป็นการกระทำโดยความจำใจหรือความยากจนเหลือทนทานอีกด้วย ซึ่งการกระทำของจำเลยก็ไม่เข้าองค์ประกอบดังกล่าว ดังนั้นที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ลงโทษจำเลยตามมาตรา 335 (1) (7) วรรคสอง จึงชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น...

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุกจำเลย 5 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี 6 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001071.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544