คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5678/2544 ฉบับเต็ม

#257573
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5678/2544 พนักงานอัยการจังหวัดนครสรรค์ โจทก์ นางชูใจ สุขเกษม จำเลย ป.อ. มาตรา 91 พ.ร.บ. ยา พ.ศ. 2510 มาตรา 75 ทวิ, 122 ทวิ พ.ร.บ. สถานพยาบาล พ.ศ. 2541 มาตรา 16 วรรคหนึ่ง, 24 วรรคหนึ่ง, 57 พ.ร.บ. วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 มาตรา 26, 43 ป.อ. มาตรา 91 จำเลยกระทำผิดฐานขายยาบรรจุเสร็จหลายขนาน โดยจัดเป็นชุดในคราวเดียวกัน ฐานประกอบกิจการและดำเนินกิจการสถานพยาบาล และฐานประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยมิได้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม การกระทำความผิดแต่ละข้อหาของจำเลย เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายต่างพระราชบัญญัติกันโดยมีเจตนาประสงค์ต่อผลแตกต่างกัน สามารถแยกการกระทำแต่ละความผิดได้ จึงเป็นการกระทำความผิดหลายกรรม ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 มาตรา 4, 75 ทวิ, 122 ทวิ พระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 มาตรา 4, 16, 24, 57 พระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 มาตรา 4, 26, 43 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 33 ริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 มาตรา 74 ทวิ, (ที่ถูกมาตรา 75 ทวิ) 122 ทวิ พระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 มาตรา 16, 24 (ที่ถูกมาตรา 16 วรรคหนึ่ง, 24 วรรคหนึ่ง), 57 พระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 มาตรา 26, 43? จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว ที่จำเลยฎีกาว่าการกระทำความผิดของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทนั้น เห็นว่า การกระทำความผิดแต่ละข้อหาของจำเลยนั้น เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายต่างพระราชบัญญัติกันโดยมีเจตนาประสงค์ต่อผลแตกต่างกัน สามารถแยกการกระทำแต่ละความผิดได้ จึงเป็นการกระทำความผิดหลายกรรมรวม 3 กระทง ไม่ใช่เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท คำพิพากษาศาลล่างทั้งสองชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. (พันธาวุธ ปาณิกบุตร-ดลจรัส รัตนโศภิต-ประพันธ์ ทรัพย์แสง) ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายมงคล แสงอรุณ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นางสาวนันทา ปัทมสูต แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
257573
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดนครสวรรค์",
        "judge": "นายมงคล แสงอรุณ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 6",
        "judge": "นางสาวนันทา ปัทมสูต"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082063717"
    }
}
date
2544
deka_no
5678/2544
deka_running_no
5678
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "พันธาวุธ ปาณิกบุตร",
    "ดลจรัส รัตนโศภิต",
    "ประพันธ์ ทรัพย์แสง"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 91"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดนครสรรค์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางชูใจ สุขเกษม"
    },
    {
        "role": "91",
        "name": "ป.อ. มาตรา"
    },
    {
        "role": "ทวิ",
        "name": "พ.ร.บ. ยา พ.ศ. 2510 มาตรา 75 ทวิ, 122"
    },
    {
        "role": "57",
        "name": "พ.ร.บ. สถานพยาบาล พ.ศ. 2541 มาตรา 16 วรรคหนึ่ง, 24 วรรคหนึ่ง,"
    },
    {
        "role": "43",
        "name": "พ.ร.บ. วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 มาตรา 26,"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 มาตรา 4, 75 ทวิ, 122 ทวิ พระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 มาตรา 4, 16, 24, 57 พระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 มาตรา 4, 26, 43 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 33 ริบของกลาง

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 มาตรา 74 ทวิ, (ที่ถูกมาตรา 75 ทวิ) 122 ทวิ พระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 มาตรา 16, 24 (ที่ถูกมาตรา 16 วรรคหนึ่ง, 24 วรรคหนึ่ง), 57 พระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 มาตรา 26, 43?

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว ที่จำเลยฎีกาว่าการกระทำความผิดของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทนั้น เห็นว่า การกระทำความผิดแต่ละข้อหาของจำเลยนั้น เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายต่างพระราชบัญญัติกันโดยมีเจตนาประสงค์ต่อผลแตกต่างกัน สามารถแยกการกระทำแต่ละความผิดได้ จึงเป็นการกระทำความผิดหลายกรรมรวม 3 กระทง ไม่ใช่เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท คำพิพากษาศาลล่างทั้งสองชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001106.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544