ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6068/2544
พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา
โจทก์
นายปัญญา คำพิรานนท์
โจทก์ร่วม
นายกรี เขียวสลุง กับพวก
จำเลย
ป.อ. มาตรา 59,
63
พ.ร.บ. จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43 (4), 78 วรรคแรก,
157
แม้จำเลยที่ 1 ขับรถแทรกเตอร์เปิดไฟหน้ารถ แต่ไม่มีโคมไฟท้ายรถมาจากถนนดินลูกรังเลี้ยวขวาขึ้นถนน ซึ่งตามพฤติการณ์อาจเกิดอันตรายแก่ผู้อื่นก็ตามแต่เหตุที่เกิดขึ้นจากจำเลยที่ 2 ขับรถจักรยานยนต์ออกมาตัดหน้า รถจักรยานยนต์ของผู้ตาย โดยจำเลยที่ 1 ขับรถแทรกเตอร์อยู่ข้างหน้า เมื่อรถจักรยานยนต์ของผู้ตายชนกับ รถจักรยานยนต์ของจำเลยที่ 2 แล้ว จึงเสียหลักไถลไปชนกับส่วนท้ายของรถแทรกเตอร์พฤติการณ์ที่จำเลยที่ 2 ขับรถจักรยานยนต์ตามจำเลยที่ 1 ออกมาเพื่อส่องไฟให้แก่รถแทรกเตอร์ที่จำเลยที่ 1 ขับ ซึ่งไม่มีไฟท้ายอาจเป็น ความประสงค์ดีของจำเลยที่ 2 เองก็ได้ จึงยังไม่พอฟังได้ว่าเป็นความประมาทของจำเลยที่ 1 ที่มีส่วนก่อให้เกิดขึ้น จำเลยที่ 1 จึงไม่มีความผิดฐานกระทำโดยประมาท
___________________________
แม้จำเลยที่ 1 ขับรถแทรกเตอร์เปิดไฟหน้ารถ แต่ไม่มีโคมไฟท้ายรถมาจากถนนดินลูกรังเลี้ยวขวาขึ้นถนน ซึ่งตามพฤติการณ์อาจเกิดอันตรายแก่ผู้อื่นก็ตามแต่เหตุที่เกิดขึ้นจากจำเลยที่ 2 ขับรถจักรยานยนต์ออกมาตัดหน้า รถจักรยานยนต์ของผู้ตาย โดยจำเลยที่ 1 ขับรถแทรกเตอร์อยู่ข้างหน้า เมื่อรถจักรยานยนต์ของผู้ตายชนกับ รถจักรยานยนต์ของจำเลยที่ 2 แล้ว จึงเสียหลักไถลไปชนกับส่วนท้ายของรถแทรกเตอร์พฤติการณ์ที่จำเลยที่ 2 ขับรถจักรยานยนต์ตามจำเลยที่ 1 ออกมาเพื่อส่องไฟให้แก่รถแทรกเตอร์ที่จำเลยที่ 1 ขับ ซึ่งไม่มีไฟท้ายอาจเป็น ความประสงค์ดีของจำเลยที่ 2 เองก็ได้ จึงยังไม่พอฟังได้ว่าเป็นความประมาทของจำเลยที่ 1 ที่มีส่วนก่อให้เกิดขึ้น จำเลยที่ 1 จึงไม่มีความผิดฐานกระทำโดยประมาท
(ชวลิต ตุลยสิงห์-อำนวย เต้พันธ์-สมชาย จุลนิติ์)
ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายสมชาย พวงภู่
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายสมชาย สินเกษม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ