คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5749/2544 ฉบับเต็ม

#257583
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5749/2544 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดภูเขียว โจทก์ นายอิสรภาพ พิพัฒยากรณ์ กับพวก จำเลย ป.อ. มาตรา 22, 90 ป.วิ.อ. มาตรา 39 (4), 218 วรรคหนึ่ง ป.อ. มาตรา 22, มาตรา 90 ป.วิ.อ. มาตรา 39 (4), มาตรา 218 วรรคหนึ่ง โจทก์ฟ้องจำเลยให้การรับสารภาพและรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ โดยจำเลยไม่ได้ต่อสู้ว่ากรณีไม่อาจนับโทษจำเลยต่อจากโทษในอีกคดีหนึ่งได้เพราะความผิดที่จำเลยกระทำในคดี ดังกล่าวและคดีนี้เป็น การกระทำกรรมเดียวกัน การที่จำเลยฎีกาโดยอ้างข้อเท็จจริงและเหตุผลต่าง ๆ เพื่อให้รับฟังว่าการกระทำความผิดของจำเลยในคดีนี้และคดีอาญาที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อเป็นการกระทำกรรมเดียวกัน จึงไม่อาจนับโทษจำเลยต่อได้เป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย อันเป็นฎีกาในปัญหา ข้อเท็จจริง ในความผิดตาม พ.ร.บ. จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 91 ตรี ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยมีกำหนด 2 ปี นับโทษจำเลยต่อจากโทษของจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลอุทธรณ์พิพากษาเป็นจำคุก 1 ปี 6 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น เป็นการแก้ไขเล็กน้อยและให้จำคุกไม่เกิน 5 ปี จึงต้องห้ามมิให้จำเลยฎีกา ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 30, 82, 91 ตรี โดยนับโทษจำเลยทั้งสองต่อจากโทษในคดีหมายเลขดำ ที่ 1362/2542 ของศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยทั้งสองในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 30 วรรคหนึ่ง, 82, 91 ตรี ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานจัดหางานโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุกคนละ 3 ปี ฐานหลอกลวงผู้อื่นไปทำงานต่างประเทศ จำคุกคนละ 4 ปี รวมจำคุกคนละ 7 ปี จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 3 ปี 6 เดือน นับโทษจำเลยทั้งสองต่อจากโทษของจำเลยทั้งสองในคดีอาญาหมายเลขแดง ที่ 3358/2542 ของศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานร่วมกันหลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหางานในต่างประเทศได้ตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 91 ตรี กระทงเดียว ลงโทษจำคุกคนละ 3 ปี ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงจำคุกคนละ 1 ปี 6 เดือน ยกฟ้อง ข้อหาจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาต นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 ในความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 91 ตรี มีกำหนด 2 ปี ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นจำคุก 1 ปี 6 เดือน เป็นการแก้ไขเล็กน้อยและให้จำคุกไม่เกิน 5 ปี ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า คดีนี้และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3358/2542 มีประเด็นอย่างเดียวกันและเกี่ยวเนื่องกัน จำเลยทั้งสองกระทำความผิดกรรมเดียวแต่ผิดกฎหมายหลายบท ขอให้รวมการพิจารณาคดีนี้เข้ากับคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3358/2542 นั้น เห็นว่า โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสอง และขอให้นับโทษต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1362/2542 ของศาลชั้นต้น ซึ่งก็คือ คดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3358/2542 ของศาลชั้นต้น โดยบรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้งสองเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยทั้งสองในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1362/2542 ของศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพและรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยทั้งสองในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ โดยจำเลยที่ 2 ไม่ได้ต่อสู้ว่ากรณีไม่อาจนับโทษจำเลยที่ 2 ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3358/2542 ได้เพราะความผิดที่จำเลยที่ 2 กระทำในคดีดังกล่าวและคดีนี้เป็นการกระทำกรรมเดียวกัน การที่จำเลยที่ 2 ฎีกาโดยอ้างข้อเท็จจริงและ เหตุผลต่าง ๆ เพื่อให้รับฟังว่าการกระทำความผิดของจำเลยที่ 2 ในคดีนี้และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3358/2542 เป็นการกระทำกรรมเดียวกัน เป็นความผิดหลายบท จะลงโทษทุกบทไม่ได้ จึงไม่อาจนับโทษจำเลยที่ 2 ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3358/2542 ได้ จึงเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย และที่จำเลยที่ 2 ฎีกาขอให้รอการลงโทษ เป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการลงโทษของศาลอุทธรณ์ภาค 3 อันเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเช่นเดียวกัน ฎีกาทั้งสองข้อของจำเลยที่ 2 จึงต้องห้ามตามบทมาตราข้างต้น ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกฎีกาจำเลยที่ 2. (จรัส พวงมณี-กมล เพียรพิทักษ์-สมชาย พงษธา) ศาลจังหวัดภูเขียว - นายพิชิต รงคพิชญ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายนินนาท สาครรัตน์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
257583
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดภูเขียว",
        "judge": "นายพิชิต รงคพิชญ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 3",
        "judge": "นายนินนาท สาครรัตน์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082063603"
    }
}
date
2544
deka_no
5749/2544
deka_running_no
5749
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "จรัส พวงมณี",
    "กมล เพียรพิทักษ์",
    "สมชาย พงษธา"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 22",
            "ม. 90"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 39 (4)",
            "ม. 218 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดภูเขียว"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายอิสรภาพ พิพัฒยากรณ์ กับพวก"
    },
    {
        "role": "90",
        "name": "ป.อ. มาตรา 22,"
    },
    {
        "role": "วรรคหนึ่ง",
        "name": "ป.วิ.อ. มาตรา 39 (4), 218"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 30, 82, 91 ตรี โดยนับโทษจำเลยทั้งสองต่อจากโทษในคดีหมายเลขดำ ที่ 1362/2542 ของศาลชั้นต้น

จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยทั้งสองในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 30 วรรคหนึ่ง, 82, 91 ตรี ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานจัดหางานโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุกคนละ 3 ปี ฐานหลอกลวงผู้อื่นไปทำงานต่างประเทศ จำคุกคนละ 4 ปี รวมจำคุกคนละ 7 ปี จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 3 ปี 6 เดือน นับโทษจำเลยทั้งสองต่อจากโทษของจำเลยทั้งสองในคดีอาญาหมายเลขแดง ที่ 3358/2542 ของศาลชั้นต้น

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานร่วมกันหลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหางานในต่างประเทศได้ตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 91 ตรี กระทงเดียว ลงโทษจำคุกคนละ 3 ปี ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงจำคุกคนละ 1 ปี 6 เดือน ยกฟ้อง ข้อหาจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาต นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 ในความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 91 ตรี มีกำหนด 2 ปี ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นจำคุก 1 ปี 6 เดือน เป็นการแก้ไขเล็กน้อยและให้จำคุกไม่เกิน 5 ปี ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า คดีนี้และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3358/2542 มีประเด็นอย่างเดียวกันและเกี่ยวเนื่องกัน จำเลยทั้งสองกระทำความผิดกรรมเดียวแต่ผิดกฎหมายหลายบท ขอให้รวมการพิจารณาคดีนี้เข้ากับคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3358/2542 นั้น เห็นว่า โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสอง และขอให้นับโทษต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1362/2542 ของศาลชั้นต้น ซึ่งก็คือ คดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3358/2542 ของศาลชั้นต้น โดยบรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้งสองเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยทั้งสองในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1362/2542 ของศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพและรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยทั้งสองในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ โดยจำเลยที่ 2 ไม่ได้ต่อสู้ว่ากรณีไม่อาจนับโทษจำเลยที่ 2 ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3358/2542 ได้เพราะความผิดที่จำเลยที่ 2 กระทำในคดีดังกล่าวและคดีนี้เป็นการกระทำกรรมเดียวกัน การที่จำเลยที่ 2 ฎีกาโดยอ้างข้อเท็จจริงและ เหตุผลต่าง ๆ เพื่อให้รับฟังว่าการกระทำความผิดของจำเลยที่ 2 ในคดีนี้และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3358/2542 เป็นการกระทำกรรมเดียวกัน เป็นความผิดหลายบท จะลงโทษทุกบทไม่ได้ จึงไม่อาจนับโทษจำเลยที่ 2 ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3358/2542 ได้ จึงเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย และที่จำเลยที่ 2 ฎีกาขอให้รอการลงโทษ เป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการลงโทษของศาลอุทธรณ์ภาค 3 อันเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเช่นเดียวกัน ฎีกาทั้งสองข้อของจำเลยที่ 2 จึงต้องห้ามตามบทมาตราข้างต้น ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

พิพากษายกฎีกาจำเลยที่ 2.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001105.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544