คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6415/2543 ฉบับเต็ม

#258531
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6415/2543 บริษัทเด็มโก้ จำกัด โจทก์ บริษัทตรีมิตร อินดัสตรี แอนด์ เอนจิเนียริ่ง จำกัด จำเลย ป.วิ.พ มาตรา 23, 156, 223 คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาชำระเงินค่าธรรมเนียมศาล เนื่องมาจากศาลฎีกามีคำสั่งให้ยก คำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาเสียนั้น มิใช่คำสั่งในเรื่องเกี่ยวเนื่องกับการอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ดำเนินคดี อย่างคนอนาถาในชั้นฎีกา อันจะต้องอุทธรณ์คำสั่งนั้นไปยังศาลฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 156 วรรคท้าย แต่เป็นการสั่งไปตามที่ ป.วิ.พ. มาตรา 23 ให้อำนาจไว้ หากจำเลยไม่เห็นด้วยกับคำสั่งดังกล่าว จะต้องอุทธรณ์ไปยังศาลอุทธรณ์ ตามมาตรา 223 ที่ศาลชั้นต้นส่งคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยมายังศาลฎีกาจึงไม่ชอบ การขอขยายหรือย่นระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ใน ป.วิ.พ. หรือตามที่ศาลกำหนดไว้หรือระยะเวลาที่เกี่ยวด้วย วิธีพิจารณาความแพ่งอันกำหนดไว้ในกฎหมายอื่นเพื่อให้ดำเนินหรือมิให้ดำเนินกระบวนพิจารณาใด ๆ ก่อนสิ้น ระยะเวลานั้น ให้พึงทำได้ต่อเมื่อมีพฤติการณ์พิเศษ และศาลได้มีคำสั่งหรือคู่ความมีคำขอขึ้นมาก่อนสิ้นระยะเวลานั้น เว้นแต่ในกรณีมีเหตุสุดวิสัย ตามนัยแห่ง ป.วิ.พ. มาตรา 23 จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาชำระเงินค่าธรรมเนียมศาลเมื่อสิ้นระยะเวลาที่ศาลฎีกาได้กำหนดไว้เพื่อให้จำเลยชำระเงินค่าธรรมเนียมดังกล่าวแล้ว เมื่อจำเลยฎีกาว่า เหตุที่ไม่ได้ชำระภายในกำหนดเพราะหลงผิดไปว่าศาลชั้นต้นจะแจ้งคิดรายการจำนวนเงินค่าธรรมเนียมที่จะต้องเสียเท่าไรให้จำเลยทราบอีกครึ่งหนึ่งนั้น มิได้เป็นกรณีมีเหตุสุดวิสัยที่จำเลยไม่อาจยื่นคำร้องก่อนสิ้นระยะเวลาที่ศาลกำหนดไว้ได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยใช้ค่าเสียหายเป็นเงินจำนวน ๒๒,๘๑๖,๙๓๑.๘๘ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๒,๓๙๔,๖๓๓.๗๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความให้ ๑๐๐,๐๐๐ บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ ๒๐,๐๐๐ บาท แทนโจทก์ จำเลยฎีกา และยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นฎีกา ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่ง ไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นต่อศาลฎีกา ศาลฎีกามีคำสั่งยืนยันตามคำสั่งศาลชั้นต้น หากจำเลยยังติดใจฎีกาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด ๓๐ วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง ในวันนัดอ่านคำสั่งศาลฎีกา วันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๔๓ ผู้รับมอบฉันทะจากทนายโจทก์มาศาล ส่วนจำเลยและทนายจำเลยทราบนัดโดยชอบแล้วไม่มีผู้ใดมาศาล ศาลชั้นต้นจึงได้อ่านคำสั่งศาลฎีกาให้ฝ่ายโจทก์ฟัง และให้ถือว่าได้อ่านคำสั่งนี้ให้จำเลยฟังโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว ต่อมาวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๔๓ ทนายจำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาชำระเงินค่าธรรมเนียมศาล ศาลชั้นต้น มีคำสั่งว่าศาลชั้นต้นได้แจ้งวันนัดฟังคำสั่งศาลฎีกาให้จำเลยและทนายจำเลยฟังโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว ตามคำร้องของทนายจำเลยเป็นเรื่องที่ทนายจำเลยไม่สนใจที่จะฟังคำสั่งศาลฎีกาและคำร้องขอขยายเวลายื่นเข้ามาเมื่อพ้นกำหนดเวลาตามคำสั่งศาลฎีกา ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ จำเลยอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นส่งคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยมายังศาลฎีกาเพื่อพิจารณา พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาชำระเงินค่าธรรมเนียมศาล เนื่องมาจากศาลฎีกามีคำสั่งให้ยกคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาเสียนั้น คำสั่งศาลชั้นต้นในกรณีเช่นนี้มิได้เป็นคำสั่งในเรื่องเกี่ยวเนื่องกับการอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นฎีกา อันจะต้องอุทธรณ์คำสั่งนั้นไปยังศาลฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๑๕๖ วรรคท้าย แต่เป็นการสั่งไปตามที่ ป.วิ.พ. มาตรา ๒๓ ให้อำนาจไว้ หากจำเลยไม่เห็นด้วยกับคำสั่ง ดังกล่าว จะต้องอุทธรณ์ไปยังศาลอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๒๓ ที่ศาลชั้นต้นส่งคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยมายังศาลฎีกาจึงไม่ชอบ อย่างไรก็ดี ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยปัญหาที่ว่า มีเหตุอันควรขยายระยะเวลาชำระเงิน ค่าธรรมเนียมศาลให้จำเลยหรือไม่ไปเสียทีเดียวโดยไม่ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาในปัญหาดังกล่าวนี้ ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า การขอขยายหรือย่นระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ใน ป.วิ.พ. หรือตามที่ศาลกำหนดไว้หรือระยะเวลาที่เกี่ยวด้วยวิธีพิจารณาความแพ่งอันกำหนดไว้ในกฎหมายอื่นเพื่อให้ดำเนินหรือมิให้ดำเนินกระบวนพิจารณาใด ๆ ก่อนสิ้นระยะเวลานั้น ให้พึงทำได้ต่อเมื่อมีพฤติการณ์พิเศษ และศาลได้มีคำสั่งหรือคู่ความ มีคำขอขึ้นมาก่อนสิ้นระยะเวลานั้น เว้นแต่ในกรณีมีเหตุสุดวิสัยทั้งนี้ตามนัยแห่ง ป.วิ.พ. มาตรา ๒๓ คดีนี้จำเลยยื่น คำร้องขอขยายเวลาชำระเงินค่าธรรมเนียมศาลเมื่อสิ้นระยะเวลาที่ศาลฎีกาได้กำหนดไว้เพื่อให้จำเลยชำระเงิน ค่าธรรมเนียมดังกล่าวแล้ว ที่จำเลยฎีกาว่า เหตุที่ไม่ได้ชำระภายในกำหนดเพราะหลงผิดไปว่าศาลชั้นต้นจะแจ้งคิด รายการจำนวนเงินค่าธรรมเนียมที่จะต้องเสียเท่าไรให้จำเลยทราบอีกครั้งหนึ่งนั้น มิได้เป็นกรณีมีเหตุสุดวิสัยที่จำเลยไม่อาจยื่นคำร้องก่อนสิ้นระยะเวลาที่ศาลกำหนดไว้ได้ ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องของจำเลยชอบแล้ว คำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ . (ผล อนุวัตรนิติการ-พิชิต คำแฝง-สมศักดิ์ เทวรักษ์กุล) ศาลแพ่ง - นายสมนึก พานิช ศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
258531
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายสมนึก พานิช"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ -",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082071255"
    }
}
date
2543
deka_no
6415/2543
deka_running_no
6415
deka_year
2543
department
แผนก
judges
[
    "ผล อนุวัตรนิติการ",
    "พิชิต คำแฝง",
    "สมศักดิ์ เทวรักษ์กุล"
]
laws
[]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทเด็มโก้ จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทตรีมิตร อินดัสตรี แอนด์ เอนจิเนียริ่ง จำกัด"
    },
    {
        "role": "223",
        "name": "ป.วิ.พ มาตรา 23, 156,"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยใช้ค่าเสียหายเป็นเงินจำนวน ๒๒,๘๑๖,๙๓๑.๘๘ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๒,๓๙๔,๖๓๓.๗๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความให้ ๑๐๐,๐๐๐ บาท

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ ๒๐,๐๐๐ บาท แทนโจทก์

จำเลยฎีกา และยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นฎีกา ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่ง ไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง

จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นต่อศาลฎีกา ศาลฎีกามีคำสั่งยืนยันตามคำสั่งศาลชั้นต้น หากจำเลยยังติดใจฎีกาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด ๓๐ วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง ในวันนัดอ่านคำสั่งศาลฎีกา วันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๔๓ ผู้รับมอบฉันทะจากทนายโจทก์มาศาล ส่วนจำเลยและทนายจำเลยทราบนัดโดยชอบแล้วไม่มีผู้ใดมาศาล ศาลชั้นต้นจึงได้อ่านคำสั่งศาลฎีกาให้ฝ่ายโจทก์ฟัง และให้ถือว่าได้อ่านคำสั่งนี้ให้จำเลยฟังโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว

ต่อมาวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๔๓ ทนายจำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาชำระเงินค่าธรรมเนียมศาล ศาลชั้นต้น มีคำสั่งว่าศาลชั้นต้นได้แจ้งวันนัดฟังคำสั่งศาลฎีกาให้จำเลยและทนายจำเลยฟังโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว ตามคำร้องของทนายจำเลยเป็นเรื่องที่ทนายจำเลยไม่สนใจที่จะฟังคำสั่งศาลฎีกาและคำร้องขอขยายเวลายื่นเข้ามาเมื่อพ้นกำหนดเวลาตามคำสั่งศาลฎีกา ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ

จำเลยอุทธรณ์

ศาลชั้นต้นส่งคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยมายังศาลฎีกาเพื่อพิจารณา

พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาชำระเงินค่าธรรมเนียมศาล เนื่องมาจากศาลฎีกามีคำสั่งให้ยกคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาเสียนั้น คำสั่งศาลชั้นต้นในกรณีเช่นนี้มิได้เป็นคำสั่งในเรื่องเกี่ยวเนื่องกับการอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นฎีกา อันจะต้องอุทธรณ์คำสั่งนั้นไปยังศาลฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๑๕๖ วรรคท้าย แต่เป็นการสั่งไปตามที่ ป.วิ.พ. มาตรา ๒๓ ให้อำนาจไว้ หากจำเลยไม่เห็นด้วยกับคำสั่ง ดังกล่าว จะต้องอุทธรณ์ไปยังศาลอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๒๓ ที่ศาลชั้นต้นส่งคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยมายังศาลฎีกาจึงไม่ชอบ อย่างไรก็ดี ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยปัญหาที่ว่า มีเหตุอันควรขยายระยะเวลาชำระเงิน ค่าธรรมเนียมศาลให้จำเลยหรือไม่ไปเสียทีเดียวโดยไม่ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาในปัญหาดังกล่าวนี้ ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า การขอขยายหรือย่นระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ใน ป.วิ.พ. หรือตามที่ศาลกำหนดไว้หรือระยะเวลาที่เกี่ยวด้วยวิธีพิจารณาความแพ่งอันกำหนดไว้ในกฎหมายอื่นเพื่อให้ดำเนินหรือมิให้ดำเนินกระบวนพิจารณาใด ๆ ก่อนสิ้นระยะเวลานั้น ให้พึงทำได้ต่อเมื่อมีพฤติการณ์พิเศษ และศาลได้มีคำสั่งหรือคู่ความ มีคำขอขึ้นมาก่อนสิ้นระยะเวลานั้น เว้นแต่ในกรณีมีเหตุสุดวิสัยทั้งนี้ตามนัยแห่ง ป.วิ.พ. มาตรา ๒๓ คดีนี้จำเลยยื่น คำร้องขอขยายเวลาชำระเงินค่าธรรมเนียมศาลเมื่อสิ้นระยะเวลาที่ศาลฎีกาได้กำหนดไว้เพื่อให้จำเลยชำระเงิน ค่าธรรมเนียมดังกล่าวแล้ว ที่จำเลยฎีกาว่า เหตุที่ไม่ได้ชำระภายในกำหนดเพราะหลงผิดไปว่าศาลชั้นต้นจะแจ้งคิด รายการจำนวนเงินค่าธรรมเนียมที่จะต้องเสียเท่าไรให้จำเลยทราบอีกครั้งหนึ่งนั้น มิได้เป็นกรณีมีเหตุสุดวิสัยที่จำเลยไม่อาจยื่นคำร้องก่อนสิ้นระยะเวลาที่ศาลกำหนดไว้ได้ ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องของจำเลยชอบแล้ว คำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ .
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001174.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2543