คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2338/2547 ฉบับเต็ม

#265577
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2338/2547 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดบัวใหญ่ โจทก์ นายอดุลย์ สันตินุรักษ์ กับพวก จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 198 ทวิ วรรคสาม จำเลยที่ 3 และที่ 4 ยื่นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องในเรื่องความสามารถใน คำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์จำเลยที่ 3 และที่ 4 ไม่ดำเนินการภายในเวลาที่กำหนด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งเดิมที่อนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์และมีคำสั่งไม่รับคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ จำเลยที่ 3 และที่ 4 ยื่นอุทธรณ์เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาหนึ่งเดือนนับแต่ศาลมีคำพิพากษา จึงมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 3 และที่ 4 จำเลยที่ 3 และที่ 4 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิจารณาแล้วเห็นว่า การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 3 และที่ 4 ชอบแล้ว ไม่อาจอนุญาตให้จำเลยที่ 3 และที่ 4 ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องในเรื่องความสามารถได้อีก ให้ยกคำร้อง ดังนี้เท่ากับศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธไม่ยอมรับอุทธรณ์ของศาลชั้นต้น คำสั่งดังกล่าวเป็นที่สุด ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 198 ทวิ วรรคสาม ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตาม ป.อ. มาตรา ๘๓, ๘๖, ๑๕๗, ๑๖๒ (๑), (๔) จำเลยทั้งสี่ ให้การปฏิเสธ โดยจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ แต่งตั้งนายกิตติชัย เป็นทนายความ ส่วนจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ แต่งตั้งนายศราวุธ เป็นทนายความ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดโดยศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ฟังเมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๔๖ ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๖ จำเลยทั้งสี่ยื่นคำร้องขอให้ขยายระเวลายื่นอุทธรณ์ครั้งแรก โดยจำเลยทั้งสี่ลงลายมือชื่อท้ายคำร้องและมีนายกิตติชัย ทนายความของจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ลงลายมือชื่อเป็น ผู้เรียงเขียน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต ต่อมา เมื่อวันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๔๖ จำเลยทั้งสี่ยื่นคำร้องขอให้ขยายระยะเวลา ยื่นอุทธรณ์อีกครั้งหนึ่ง โดยจำเลยทั้งสี่ไม่ได้ลงลายมือชื่อท้ายคำร้อง คงมีแต่นายกิตติชัย ทนายความของจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ลงลายมือชื่อเพียงผู้เดียว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์จนถึงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๖ ตามที่ร้องขอ เมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๔๖ จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นมาในอุทธรณ์ฉบับเดียวกัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในวันเดียวกันว่า จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ไม่ได้แต่งตั้งนายกิตติชัยเป็นทนายความ ให้จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ แต่งตั้งทนายความให้เสร็จภายใน ๕ วัน มิฉะนั้นจะมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ และรอสั่งอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๒ เมื่อจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ดำเนินการหรือไม่ดำเนินการภายในกำหนด ต่อมาวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๔๖ เจ้าหน้าที่ศาล รายงานว่า จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ไม่แต่งตั้งทนายความในเวลาที่ศาลกำหนด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งใหม่ว่า จำเลยที่ ๒ ยื่นอุทธรณ์ภายในกำหนดจึงรับอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๒ ส่วนจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ไม่แต่งตั้งนายกิตติชัย เป็นทนายความ เข้ามาภายในกำหนดเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องในเรื่องความสามารถตามคำสั่งศาล ดังนั้นการที่นายกิตติชัยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์แทนจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ และศาลมีคำสั่งอนุญาตจึงเป็นคำสั่งโดยผิดหลง ให้มีคำสั่งใหม่เพิกถอนคำสั่งเดิมและมีคำสั่งไม่รับคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ฉบับลงวันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๔๖ เฉพาะส่วนของจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ยื่นอุทธรณ์ เมื่อพ้นกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่ศาลมีคำพิพากษา จึงมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ เมื่อวันที่ ๘ เมษายน ๒๕๔๖ จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ แต่งตั้งนายกิตติชัย เป็นทนายความและยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ วินิจฉัยว่า ศาลชั้นต้นให้โอกาสจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ แก้ไขข้อบกพร่องในเรื่องความสามารถแล้ว แต่จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ เพิกเฉยไม่ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องภายในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ดังนั้นการที่ศาลชั้นต้น มีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ จึงชอบแล้ว ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ จึงไม่อาจอนุญาตให้จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องในเรื่องความสามารถได้อีก ให้ยกคำร้อง จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว เห็นว่า การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ และศาลอุทธรณ์ภาค ๓ ยกคำร้อง ดังนี้ เท่ากับศาลอุทธรณ์ภาค ๓ มีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธไม่ยอมรับอุทธรณ์ของศาลชั้นต้น คำสั่งดังกล่าว เป็นที่สุดตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๑๙๘ ทวิ วรรคสาม จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ จึงไม่มีสิทธิฎีกาคัดค้านคำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค ๓ ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ มานั้นเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกฎีกาของจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ . (ชาลี ทัพภวิมล-สมชาย จุลนิติ์-มานะ ศุภวิริยกุล) ศาลจังหวัดบัวใหญ่ - นายนรินทร์ เนื่องจำนงค์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายอาวุธ ปั้นปรีชา แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
265577
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดบัวใหญ่",
        "judge": "นายนรินทร์ เนื่องจำนงค์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 3",
        "judge": "นายอาวุธ ปั้นปรีชา"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082040548"
    }
}
date
2547
deka_no
2338/2547
deka_running_no
2338
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "ชาลี ทัพภวิมล",
    "สมชาย จุลนิติ์",
    "มานะ ศุภวิริยกุล"
]
laws
[]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดบัวใหญ่"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายอดุลย์ สันตินุรักษ์ กับพวก"
    },
    {
        "role": "วรรคสาม",
        "name": "ป.วิ.อ. มาตรา 198 ทวิ"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตาม ป.อ. มาตรา ๘๓, ๘๖, ๑๕๗, ๑๖๒ (๑), (๔) จำเลยทั้งสี่ ให้การปฏิเสธ โดยจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ แต่งตั้งนายกิตติชัย เป็นทนายความ ส่วนจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ แต่งตั้งนายศราวุธ เป็นทนายความ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดโดยศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ฟังเมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๔๖ ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๖ จำเลยทั้งสี่ยื่นคำร้องขอให้ขยายระเวลายื่นอุทธรณ์ครั้งแรก โดยจำเลยทั้งสี่ลงลายมือชื่อท้ายคำร้องและมีนายกิตติชัย ทนายความของจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ลงลายมือชื่อเป็น ผู้เรียงเขียน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต ต่อมา เมื่อวันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๔๖ จำเลยทั้งสี่ยื่นคำร้องขอให้ขยายระยะเวลา ยื่นอุทธรณ์อีกครั้งหนึ่ง โดยจำเลยทั้งสี่ไม่ได้ลงลายมือชื่อท้ายคำร้อง คงมีแต่นายกิตติชัย ทนายความของจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ลงลายมือชื่อเพียงผู้เดียว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์จนถึงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๖ ตามที่ร้องขอ เมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๔๖ จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นมาในอุทธรณ์ฉบับเดียวกัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในวันเดียวกันว่า จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ไม่ได้แต่งตั้งนายกิตติชัยเป็นทนายความ ให้จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ แต่งตั้งทนายความให้เสร็จภายใน ๕ วัน มิฉะนั้นจะมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ และรอสั่งอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๒ เมื่อจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ดำเนินการหรือไม่ดำเนินการภายในกำหนด ต่อมาวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๔๖ เจ้าหน้าที่ศาล รายงานว่า จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ไม่แต่งตั้งทนายความในเวลาที่ศาลกำหนด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งใหม่ว่า จำเลยที่ ๒ ยื่นอุทธรณ์ภายในกำหนดจึงรับอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๒ ส่วนจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ไม่แต่งตั้งนายกิตติชัย เป็นทนายความ เข้ามาภายในกำหนดเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องในเรื่องความสามารถตามคำสั่งศาล ดังนั้นการที่นายกิตติชัยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์แทนจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ และศาลมีคำสั่งอนุญาตจึงเป็นคำสั่งโดยผิดหลง ให้มีคำสั่งใหม่เพิกถอนคำสั่งเดิมและมีคำสั่งไม่รับคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ฉบับลงวันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๔๖ เฉพาะส่วนของจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ยื่นอุทธรณ์ เมื่อพ้นกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่ศาลมีคำพิพากษา จึงมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๓ และที่ ๔

เมื่อวันที่ ๘ เมษายน ๒๕๔๖ จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ แต่งตั้งนายกิตติชัย เป็นทนายความและยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ วินิจฉัยว่า ศาลชั้นต้นให้โอกาสจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ แก้ไขข้อบกพร่องในเรื่องความสามารถแล้ว แต่จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ เพิกเฉยไม่ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องภายในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ดังนั้นการที่ศาลชั้นต้น มีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ จึงชอบแล้ว ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ จึงไม่อาจอนุญาตให้จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องในเรื่องความสามารถได้อีก ให้ยกคำร้อง

จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ฎีกา

ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว เห็นว่า การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ และศาลอุทธรณ์ภาค ๓ ยกคำร้อง ดังนี้ เท่ากับศาลอุทธรณ์ภาค ๓ มีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธไม่ยอมรับอุทธรณ์ของศาลชั้นต้น คำสั่งดังกล่าว เป็นที่สุดตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๑๙๘ ทวิ วรรคสาม จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ จึงไม่มีสิทธิฎีกาคัดค้านคำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค ๓ ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ มานั้นเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

พิพากษายกฎีกาของจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ .
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000900.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547