คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5576/2548 ฉบับเต็ม

#266273
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5576/2548 มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ โจทก์ องค์การบริหารส่วนตำบลเสาธง กับพวก จำเลย พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 9 (3) ตามมาตรา 9 (3) แห่ง พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนฯ ทรัพย์สินของโรงเรียนสาธารณะซึ่งกระทำกิจการอันมิใช่เพื่อผลกำไรส่วนบุคคล และใช้เฉพาะในการศึกษาเท่านั้นที่ได้รับการยกเว้นภาษีโรงเรือนและที่ดิน มหาวิทยาลัยโจทก์มีกำไรจากการดำเนินกิจการเพิ่มสูงขึ้นทุกปี ในปี 2545 ที่โจทก์ยื่นแบบแสดงรายการ โจทก์มีรายได้สูงกว่ารายจ่ายกว่า 700 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าปีที่ผ่านมาถึง 300 ล้านบาท แสดงให้เห็นว่าเป็นกิจการเพื่อแสวงหาผลกำไรส่วนบุคคลมากกว่าจะเป็นกิจการสาธารณะ ทั้งโจทก์ยังนำเอาอาคารเรียนไปให้บุคคลภายนอกเช่าทำเป็นศูนย์การค้า มีร้านอาหาร ร้านเสริมสวย ร้านแว่นตา ร้านถ่ายรูป ธนาคาร ที่ทำการไปรษณีย์ ซึ่งเห็นได้ว่าอาคารของโจทก์มิได้ใช้เฉพาะเพื่อการศึกษาเพียงอย่างเดียว จึงไม่ได้รับยกเว้นภาษีโรงเรือนและที่ดินตามบทบัญญัติดังกล่าว ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดินตาม ภ.ร.ด. 8 เล่มที่ 4/45 เลขที่ 79 และ 80 ลงวันที่ 26 กันยายน 2545 และคำวินิจฉัยชี้ขาดตามใบชี้ขาดเลขที่ สป 73001/1020 ลงวันที่ 22 พฤศจิกายน 2545 ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันคืนเงินค่าภาษีจำนวน 9,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวแก่โจทก์ นับแต่วันที่ 21 ตุลาคม 2545 จนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น จำเลยทั้งสามให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลฎีกาอากรกลางพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ข้อแรกมีว่า โจทก์ได้รับยกเว้นภาษีโรงเรือนและที่ดินตามมาตรา 9 (3) แห่ง พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 หรือไม่ ข้อนี้โจทก์กล่าวอ้างว่าโจทก์ได้รับยกเว้นภาษีโรงเรือนและที่ดินเนื่องจากเป็นโรงเรียนสาธารณะที่มิได้มุ่งแสวงหากำไรส่วนบุคคล เห็นว่า ตามมาตรา 9 (3) แห่ง พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 นั้น ทรัพย์สินของโรงเรียนสาธารณะซึ่งกระทำกิจการอันมิใช่เพื่อผลกำไรส่วนบุคคลและใช้เฉพาะในการศึกษาเท่านั้นที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษี จากบทบัญญัติดังกล่าวเห็นได้ว่าการได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินต้องประกอบด้วยเงื่อนไข 2 ประการ คือต้องเป็นทรัพย์สินของโรงเรียนสาธารณะซึ่งกระทำกิจการอันมิใช่เพื่อผลกำไรส่วนบุคคลและต้องใช้ทรัพย์สินนั้นในการศึกษาโดยเฉพาะเท่านั้น กรณีของโจทก์ ปรากฏว่าโจทก์มีกำไรจากการดำเนินกิจการมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญเพิ่มสูงขึ้นทุกปี งบรายได้และค่าใช้จ่ายรวมของโจทก์ในปี 2545 มีรายได้สูงกว่ารายจ่ายกว่า 700,000,000 บาท ซึ่งสูงกว่าปี 2544 ถึง 300,000,000 บาท แสดงให้เห็นว่าเป็นกิจการเพื่อแสวงหาผลกำไรส่วนบุคคลมากกว่าที่จะเป็นกิจการเพื่อสาธารณะ เพราะถ้าเป็นกิจการเพื่อสาธารณะแล้วก็ไม่ควรจะแสวงหากำไรมากมายถึงขนาดนั้น อีกทั้งโจทก์ยังใช้สถานที่ดังกล่าวแสวงหารายได้นอกเหนือจากการศึกษาโดยนำเอาอาคารสถานที่ไปให้บุคคลภายนอกเช่าทำเป็นศูนย์การค้ามีร้านอาหาร ร้านเสริมสวย ร้านแว่นตา ร้านถ่ายรูป ธนาคาร ที่ทำการไปรษณีย์ ซึ่งเห็นได้ว่าอาคารของโจทก์มิได้ใช้เฉพาะเพื่อการศึกษาเพียงอย่างเดียว ฟังได้ว่ากิจการของโจทก์เป็นกิจการเพื่อแสวงหาผลกำไรส่วนบุคคล และมิได้ใช้เพื่อการศึกษาเท่านั้น จึงไม่ได้รับยกเว้นภาษีโรงเรือนและที่ดินตามมาตรา 9 (3) แห่ง พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 ส่วนปัญหาข้อสุดท้ายเกี่ยวกับการประเมินนั้น เห็นว่า ตามรายละเอียดการประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดิน ซึ่งจำเลยที่ 1 ได้ประเมินค่ารายปีโดยคิดคำนวณจากค่าเช่าเฉลี่ยจากอัตราที่โจทก์ให้เช่าพื้นที่ ประกอบกับราคาค่าเช่ามาตรฐานกลางเฉลี่ยต่อตารางเมตรที่กำหนดขึ้นตามหนังสือแนะนำของกระทรวงมหาดไทย จึงได้ค่ารายปีตามแบบ ภ.ร.ด. 2 เลขที่ 472/2545 เป็นค่ารายปี 28,295,472 บาท และตาม ภ.ร.ด. 2 เลขที่ 473/2545 เป็นค่ารายปี 51,188,688 บาท แต่จำเลยที่ 1 ได้กำหนดลดค่ารายปีลงให้โจทก์อีก ทั้งนี้ตามหนังสือกระทรวงมหาดไทย เรื่อง แนวทางปฏิบัติในการจัดเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดินของสถานการศึกษาเอกชนอันเป็นประโยชน์แก่โจทก์โดยลดลงเหลือค่ารายปีเป็น 24,000,000 บาท เป็นค่าภาษี 3,000,000 บาท และค่ารายปี 48,000,000 บาท ค่าภาษี 6,000,000 บาท ตามลำดับ จึงเป็นการจัดเก็บภาษีด้วยความเป็นธรรม การประเมินของเจ้าพนักงานและคำชี้ขาดดังกล่าวจึงถูกต้องและชอบด้วยกฎหมายแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ. (คมวุฒ บุรีธนวัต-ทองหล่อ โฉมงาม-ธนพจน์ อารยลักษณ์) ศาลภาษีอากรกลาง - นางสุพัตรา อนันตพงศ์ ศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
266273
courts
[
    {
        "court": "ศาลภาษีอากรกลาง",
        "judge": "นางสุพัตรา อนันตพงศ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ -",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082029195"
    }
}
date
2548
deka_no
5576/2548
deka_running_no
5576
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "คมวุฒ บุรีธนวัต",
    "ทองหล่อ โฉมงาม",
    "ธนพจน์ อารยลักษณ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475",
        "sections": [
            "ม. 9 (3)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "องค์การบริหารส่วนตำบลเสาธง กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดินตาม ภ.ร.ด. 8 เล่มที่ 4/45 เลขที่ 79 และ 80 ลงวันที่ 26 กันยายน 2545 และคำวินิจฉัยชี้ขาดตามใบชี้ขาดเลขที่ สป 73001/1020 ลงวันที่ 22 พฤศจิกายน 2545 ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันคืนเงินค่าภาษีจำนวน 9,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวแก่โจทก์ นับแต่วันที่ 21 ตุลาคม 2545 จนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น

จำเลยทั้งสามให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาอากรกลางพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ข้อแรกมีว่า โจทก์ได้รับยกเว้นภาษีโรงเรือนและที่ดินตามมาตรา 9 (3) แห่ง พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 หรือไม่ ข้อนี้โจทก์กล่าวอ้างว่าโจทก์ได้รับยกเว้นภาษีโรงเรือนและที่ดินเนื่องจากเป็นโรงเรียนสาธารณะที่มิได้มุ่งแสวงหากำไรส่วนบุคคล เห็นว่า ตามมาตรา 9 (3) แห่ง พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 นั้น ทรัพย์สินของโรงเรียนสาธารณะซึ่งกระทำกิจการอันมิใช่เพื่อผลกำไรส่วนบุคคลและใช้เฉพาะในการศึกษาเท่านั้นที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษี จากบทบัญญัติดังกล่าวเห็นได้ว่าการได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินต้องประกอบด้วยเงื่อนไข 2 ประการ คือต้องเป็นทรัพย์สินของโรงเรียนสาธารณะซึ่งกระทำกิจการอันมิใช่เพื่อผลกำไรส่วนบุคคลและต้องใช้ทรัพย์สินนั้นในการศึกษาโดยเฉพาะเท่านั้น กรณีของโจทก์ ปรากฏว่าโจทก์มีกำไรจากการดำเนินกิจการมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญเพิ่มสูงขึ้นทุกปี งบรายได้และค่าใช้จ่ายรวมของโจทก์ในปี 2545 มีรายได้สูงกว่ารายจ่ายกว่า 700,000,000 บาท ซึ่งสูงกว่าปี 2544 ถึง 300,000,000 บาท แสดงให้เห็นว่าเป็นกิจการเพื่อแสวงหาผลกำไรส่วนบุคคลมากกว่าที่จะเป็นกิจการเพื่อสาธารณะ เพราะถ้าเป็นกิจการเพื่อสาธารณะแล้วก็ไม่ควรจะแสวงหากำไรมากมายถึงขนาดนั้น อีกทั้งโจทก์ยังใช้สถานที่ดังกล่าวแสวงหารายได้นอกเหนือจากการศึกษาโดยนำเอาอาคารสถานที่ไปให้บุคคลภายนอกเช่าทำเป็นศูนย์การค้ามีร้านอาหาร ร้านเสริมสวย ร้านแว่นตา ร้านถ่ายรูป ธนาคาร ที่ทำการไปรษณีย์ ซึ่งเห็นได้ว่าอาคารของโจทก์มิได้ใช้เฉพาะเพื่อการศึกษาเพียงอย่างเดียว ฟังได้ว่ากิจการของโจทก์เป็นกิจการเพื่อแสวงหาผลกำไรส่วนบุคคล และมิได้ใช้เพื่อการศึกษาเท่านั้น จึงไม่ได้รับยกเว้นภาษีโรงเรือนและที่ดินตามมาตรา 9 (3) แห่ง พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 ส่วนปัญหาข้อสุดท้ายเกี่ยวกับการประเมินนั้น เห็นว่า ตามรายละเอียดการประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดิน ซึ่งจำเลยที่ 1 ได้ประเมินค่ารายปีโดยคิดคำนวณจากค่าเช่าเฉลี่ยจากอัตราที่โจทก์ให้เช่าพื้นที่ ประกอบกับราคาค่าเช่ามาตรฐานกลางเฉลี่ยต่อตารางเมตรที่กำหนดขึ้นตามหนังสือแนะนำของกระทรวงมหาดไทย จึงได้ค่ารายปีตามแบบ ภ.ร.ด. 2 เลขที่ 472/2545 เป็นค่ารายปี 28,295,472 บาท และตาม ภ.ร.ด. 2 เลขที่ 473/2545 เป็นค่ารายปี 51,188,688 บาท แต่จำเลยที่ 1 ได้กำหนดลดค่ารายปีลงให้โจทก์อีก ทั้งนี้ตามหนังสือกระทรวงมหาดไทย เรื่อง แนวทางปฏิบัติในการจัดเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดินของสถานการศึกษาเอกชนอันเป็นประโยชน์แก่โจทก์โดยลดลงเหลือค่ารายปีเป็น 24,000,000 บาท เป็นค่าภาษี 3,000,000 บาท และค่ารายปี 48,000,000 บาท ค่าภาษี 6,000,000 บาท ตามลำดับ จึงเป็นการจัดเก็บภาษีด้วยความเป็นธรรม การประเมินของเจ้าพนักงานและคำชี้ขาดดังกล่าวจึงถูกต้องและชอบด้วยกฎหมายแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000797.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548