คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4859/2548 ฉบับเต็ม

#266276
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4859/2548 นายอ่อน บุญสวาย โจทก์ นางสาวมะนิดา ทันลา จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยเพียงข้อเดียวว่า โจทก์มิได้บรรยายฟ้องกล่าวอ้างถึงเหตุที่โจทก์มีสิทธิในที่ดินพิพาทดีกว่าจำเลย ฟ้องโจทก์จึงเคลือบคลุมไม่ได้แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหา ส่วนอุทธรณ์ข้ออื่นไม่ได้วินิจฉัยให้ โจทก์ฎีกากล่าวถึงแต่ความเป็นมาของการครอบครองที่ดินพิพาทจนกระทั่งตกทอดมาถึงโจทก์ได้อย่างไร จำเลยไม่อาจได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์เพราะเหตุใด มิได้โต้แย้งคัดค้านว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ไม่ชอบอย่างไร จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้ง ไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ___________________________ คำสั่งศาลชั้นต้นในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 57/2538 ซึ่งให้จำเลยได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์นั้นไม่มีผล โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยบุกรุกเข้าทำประโยชน์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 25296 ตำบลกระทุนราย อำเภอประทาย จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นมรดกของนายสอนบิดาโจทก์ทำให้โจทก์เสียหาย จำเลยไม่มีสิทธิบุกรุกเข้าทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทและไม่มีสิทธิจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย ขอให้ศาลมีคำสั่งให้จดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายสอน จำเลยให้การว่า จำเลยครอบครองทำประโยชน์ที่ดินพิพาทโดย สุจริต สงบ เปิดเผยและเจตนาเป็นเจ้าของจนได้กรรมสิทธิแล้ว ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนการจดทะเบียนการได้มาซึ่งที่ดินพิพาท โดยการครอบครองปรปักษ์ของจำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องคดีใหม่ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยเพียงข้อเดียวว่า โจทก์มิได้บรรยายฟ้องกล่าวอ้างถึงเหตุที่โจทก์มีสิทธิในที่ดินพิพาทดีกว่าจำเลย ฟ้องโจทก์จึงเคลือบคลุม ไม่ได้แสดงโดยชัดแจ้งซึ่งสภาพแห่งข้อหา ส่วนอุทธรณ์ข้ออื่นไม่ได้วินิจฉัยให้ โจทก์ฎีกากล่าวถึงแต่ความเป็นมาของการครอบครองที่ดินพิพาทจนกระทั่งตกทอดมาถึงโจทก์ได้อย่างไร จำเลยไม่อาจได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์เพราะเหตุใด มิได้โต้แย้งคัดค้านว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ไม่ชอบอย่างไร จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้ง ไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ พิพากษายกฎีกาโจทก์ ให้คืนค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดในชั้นฎีกาแก่โจทก์ ค่าทนายความชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (ไพโรจน์ วายุภาพ-จิระวรรณ ศิริบุตร-เกษม เวชศิลป์) ศาลจังหวัดบัวใหญ่ - นายวันชัย ธีราทรง ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายนินนาท สาครรัตน์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
266276
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดบัวใหญ่",
        "judge": "นายวันชัย ธีราทรง"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 3",
        "judge": "นายนินนาท สาครรัตน์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082029952"
    }
}
date
2548
deka_no
4859/2548
deka_running_no
4859
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "ไพโรจน์ วายุภาพ",
    "จิระวรรณ ศิริบุตร",
    "เกษม เวชศิลป์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 249 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายอ่อน บุญสวาย"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาวมะนิดา ทันลา"
    }
]
long_text
คำสั่งศาลชั้นต้นในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 57/2538 ซึ่งให้จำเลยได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์นั้นไม่มีผล โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยบุกรุกเข้าทำประโยชน์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 25296 ตำบลกระทุนราย อำเภอประทาย จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นมรดกของนายสอนบิดาโจทก์ทำให้โจทก์เสียหาย จำเลยไม่มีสิทธิบุกรุกเข้าทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทและไม่มีสิทธิจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย ขอให้ศาลมีคำสั่งให้จดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายสอน

จำเลยให้การว่า จำเลยครอบครองทำประโยชน์ที่ดินพิพาทโดย

สุจริต สงบ เปิดเผยและเจตนาเป็นเจ้าของจนได้กรรมสิทธิแล้ว ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนการจดทะเบียนการได้มาซึ่งที่ดินพิพาท โดยการครอบครองปรปักษ์ของจำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องคดีใหม่

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยเพียงข้อเดียวว่า โจทก์มิได้บรรยายฟ้องกล่าวอ้างถึงเหตุที่โจทก์มีสิทธิในที่ดินพิพาทดีกว่าจำเลย ฟ้องโจทก์จึงเคลือบคลุม ไม่ได้แสดงโดยชัดแจ้งซึ่งสภาพแห่งข้อหา ส่วนอุทธรณ์ข้ออื่นไม่ได้วินิจฉัยให้ โจทก์ฎีกากล่าวถึงแต่ความเป็นมาของการครอบครองที่ดินพิพาทจนกระทั่งตกทอดมาถึงโจทก์ได้อย่างไร จำเลยไม่อาจได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์เพราะเหตุใด มิได้โต้แย้งคัดค้านว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ไม่ชอบอย่างไร จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้ง ไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้

พิพากษายกฎีกาโจทก์ ให้คืนค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดในชั้นฎีกาแก่โจทก์ ค่าทนายความชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000804.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548