คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4812/2548 ฉบับเต็ม

#266278
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4812/2548 พนักงานอัยการจังหวัดพะเยา โจทก์ นายสุวิชัย แซ่หลอ จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 18 วรรคสอง ป.วิ.อ. มาตรา 15, มาตรา 198 วรรคสอง, มาตรา 198 ทวิ จำเลยอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ลงโทษจำเลย และศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า อุทธรณ์จำเลยฟุ่มเฟือยเกินไป ให้จำเลยแก้ไขอุทธรณ์มาใหม่ แต่จำเลยไม่ได้แก้ไขอุทธรณ์ กลับอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น การที่ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งว่า อุทธรณ์คำสั่งของจำเลยฟุ่มเฟือยเกินไป ให้คืนคำคู่ความไปทำมาใหม่ภายในกำหนด จึงเป็นคำสั่งในกรณีที่ศาลชั้นต้นตรวจคำคู่ความที่ยื่นต่อศาล แล้วมีคำสั่งให้คืนคำคู่ความนั้นไปทำมาใหม่ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 18 วรรคสอง ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 มิใช่เป็นการตรวจอุทธรณ์ แล้วมีคำสั่งว่าควรจะรับส่งขึ้นไปยังศาลอุทธรณ์หรือไม่ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 198 วรรคสอง ซึ่งศาลชั้นต้นจะต้องมีคำสั่งปฏิเสธไม่ยอมรับอุทธรณ์เสียก่อน ผู้อุทธรณ์จึงอาจอุทธรณ์คำสั่งของศาลนั้นต่อศาลอุทธรณ์ได้ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 198 ทวิ แห่ง ป.วิ.อ. เมื่อคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้คืนคำคู่ความให้ทำมาใหม่ไม่มีกฎหมายบัญญัติห้ามอุทธรณ์ไว้ จำเลยจึงมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวได้ภายในกำหนด 1 เดือนนับแต่วันอ่านหรือถือว่าได้อ่านคำสั่งให้จำเลยที่อุทธรณ์ฟัง โดยไม่ต้องรอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ก่อน ___________________________ คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 17 วรรคสอง, 69 วรรคสี่ (ที่ถูกวรรคสาม) จำคุก 10 ปี และปรับ 1,000,000 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า อุทธรณ์จำเลยฟุ่มเฟือยเกินไป ให้จำเลยแก้อุทธรณ์มาใหม่และยื่นต่อศาลภายใน 7 วัน แล้วจะพิจารณาสั่ง จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น แต่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า อุทธรณ์คำสั่งของจำเลยฟุ่มเฟือยเกินไป ให้คืนคำคู่ความนี้ไปทำมาใหม่ภายใน 5 วัน แล้วจะพิจารณาสั่ง จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น และศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลยังไม่ได้มีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์คำสั่ง แต่จำเลยยื่นก่อนศาลมีคำสั่งไม่รับ จึงไม่รับอุทธรณ์ฉบับนี้ จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 5 มีคำสั่งว่า จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นเกี่ยวกับอุทธรณ์คำสั่ง ฉบับลงวันที่ 23 มิถุนายน 2546 ซึ่งศาลชั้นต้นเห็นว่าเป็นอุทธรณ์คำสั่งที่ฟุ่มเฟือย คืนคำคู่ความให้ทำมาใหม่ แต่จำเลยยื่นอุทธรณ์คำสั่งก่อนศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์คำสั่ง คำสั่งศาลชั้นต้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้จำเลยอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ลงโทษจำเลย และศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า อุทธรณ์จำเลยฟุ่มเฟือยเกินไป ให้จำเลยแก้ไขอุทธรณ์มาใหม่ แต่จำเลยไม่ได้แก้ไขอุทธรณ์ กลับอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นตามอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย ฉบับลงวันที่ 23 มิถุนายน 2546 การที่ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งว่า อุทธรณ์คำสั่งของจำเลยฟุ่มเฟือยเกินไป ให้คืนคำคู่ความไปทำมาใหม่ภายในกำหนด จึงเป็นคำสั่งในกรณีที่ศาลชั้นต้นตรวจคำคู่ความที่ยื่นต่อศาล แล้วมีคำสั่งให้คืนคำคู่ความนั้นไปทำมาใหม่ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 18 วรรคสอง ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 มิใช่เป็นการตรวจอุทธรณ์ แล้วมีคำสั่งว่าควรจะรับส่งขึ้นไปยังศาลอุทธรณ์หรือไม่ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 198 วรรคสอง ซึ่งศาลชั้นต้นจะต้องมีคำสั่งปฏิเสธไม่ยอมรับอุทธรณ์เสียก่อน ผู้อุทธรณ์จึงอาจอุทธรณ์คำสั่งของศาลนั้นต่อศาลอุทธรณ์ได้ ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 198 ทวิ แห่ง ป.วิ.อ. เมื่อคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้คืนคำคู่ความให้ทำมาใหม่ไม่มีกฎหมายบัญญัติห้ามอุทธรณ์ไว้ จำเลยจึงมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวได้ภายในกำหนด 1 เดือน นับแต่วันอ่านหรือถือว่าได้อ่านคำสั่งให้จำเลยที่อุทธรณ์ฟัง โดยไม่ต้องรอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ก่อน ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 5 มีคำสั่งเกี่ยวกับอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย ฉบับลงวันที่ 8 กรกฎาคม 2546 ว่า ศาลยังไม่ได้มีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์คำสั่ง จำเลยยื่นอุทธรณ์คำสั่งก่อนศาลมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ จึงไม่รับอุทธรณ์นั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นรับอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย ฉบับลงวันที่ 8 กรกฎาคม 2546 แล้วดำเนินการต่อไป. (สถิตย์ ทาวุฒิ-จรัส พวงมณี-นินนาท สาครรัตน์) ศาลจังหวัดพะเยา - นายนพคุณ ไชยเทพ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายชุติมนต์ โพธิเดช แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
266278
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดพะเยา",
        "judge": "นายนพคุณ ไชยเทพ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 5",
        "judge": "นายชุติมนต์ โพธิเดช"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082030054"
    }
}
date
2548
deka_no
4812/2548
deka_running_no
4812
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "สถิตย์ ทาวุฒิ",
    "จรัส พวงมณี",
    "นินนาท สาครรัตน์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 18 วรรคสอง"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 15",
            "ม. 198 วรรคสอง",
            "ม. 198 ทวิ"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดพะเยา"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสุวิชัย แซ่หลอ"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 17 วรรคสอง, 69 วรรคสี่ (ที่ถูกวรรคสาม) จำคุก 10 ปี และปรับ 1,000,000 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า อุทธรณ์จำเลยฟุ่มเฟือยเกินไป ให้จำเลยแก้อุทธรณ์มาใหม่และยื่นต่อศาลภายใน 7 วัน แล้วจะพิจารณาสั่ง จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น แต่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า อุทธรณ์คำสั่งของจำเลยฟุ่มเฟือยเกินไป ให้คืนคำคู่ความนี้ไปทำมาใหม่ภายใน 5 วัน แล้วจะพิจารณาสั่ง จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น และศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลยังไม่ได้มีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์คำสั่ง แต่จำเลยยื่นก่อนศาลมีคำสั่งไม่รับ จึงไม่รับอุทธรณ์ฉบับนี้ จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 มีคำสั่งว่า จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นเกี่ยวกับอุทธรณ์คำสั่ง ฉบับลงวันที่ 23 มิถุนายน 2546 ซึ่งศาลชั้นต้นเห็นว่าเป็นอุทธรณ์คำสั่งที่ฟุ่มเฟือย คืนคำคู่ความให้ทำมาใหม่ แต่จำเลยยื่นอุทธรณ์คำสั่งก่อนศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์คำสั่ง คำสั่งศาลชั้นต้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้จำเลยอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ลงโทษจำเลย และศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า อุทธรณ์จำเลยฟุ่มเฟือยเกินไป ให้จำเลยแก้ไขอุทธรณ์มาใหม่ แต่จำเลยไม่ได้แก้ไขอุทธรณ์ กลับอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นตามอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย ฉบับลงวันที่ 23 มิถุนายน 2546 การที่ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งว่า อุทธรณ์คำสั่งของจำเลยฟุ่มเฟือยเกินไป ให้คืนคำคู่ความไปทำมาใหม่ภายในกำหนด จึงเป็นคำสั่งในกรณีที่ศาลชั้นต้นตรวจคำคู่ความที่ยื่นต่อศาล แล้วมีคำสั่งให้คืนคำคู่ความนั้นไปทำมาใหม่ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 18 วรรคสอง ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 มิใช่เป็นการตรวจอุทธรณ์ แล้วมีคำสั่งว่าควรจะรับส่งขึ้นไปยังศาลอุทธรณ์หรือไม่ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 198 วรรคสอง ซึ่งศาลชั้นต้นจะต้องมีคำสั่งปฏิเสธไม่ยอมรับอุทธรณ์เสียก่อน ผู้อุทธรณ์จึงอาจอุทธรณ์คำสั่งของศาลนั้นต่อศาลอุทธรณ์ได้ ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 198 ทวิ แห่ง ป.วิ.อ. เมื่อคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้คืนคำคู่ความให้ทำมาใหม่ไม่มีกฎหมายบัญญัติห้ามอุทธรณ์ไว้ จำเลยจึงมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวได้ภายในกำหนด 1 เดือน นับแต่วันอ่านหรือถือว่าได้อ่านคำสั่งให้จำเลยที่อุทธรณ์ฟัง โดยไม่ต้องรอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ก่อน ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 5 มีคำสั่งเกี่ยวกับอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย ฉบับลงวันที่ 8 กรกฎาคม 2546 ว่า ศาลยังไม่ได้มีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์คำสั่ง จำเลยยื่นอุทธรณ์คำสั่งก่อนศาลมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ จึงไม่รับอุทธรณ์นั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น

พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นรับอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย ฉบับลงวันที่ 8 กรกฎาคม 2546 แล้วดำเนินการต่อไป.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000805.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548