คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3822/2548 ฉบับเต็ม

#266373
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3822/2548 นางศรีประไพ คุณประทุม โจทก์ เทศบาลเมืองสระบุรี กับพวก จำเลย พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 มาตรา 5 สัญญาเช่าเดิมระงับเพราะสิ้นกำหนดเวลาเช่า และไม่มีเงื่อนไขหรือข้อผูกพันว่าจำเลยที่ 1 จะต้องต่อสัญญาเช่าให้แก่โจทก์ การที่จำเลยที่ 1 ไม่ยอมต่อสัญญาเช่าให้แก่โจทก์ต่อไปย่อมเป็นสิทธิของจำเลยที่ 1 ที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ตามกฎหมาย การที่จำเลยที่ 1 มีหนังสือแจ้งให้โจทก์ทราบว่าไม่ประสงค์จะต่อสัญญาเช่าที่ดินให้แก่โจทก์ จึงไม่ใช่คำสั่งทางปกครองที่โจทก์จะขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งที่จำเลยทั้งสองระงับการต่อสัญญาเช่าที่ดินโฉนดที่ดิน 4815 ตำบลปากเพรียว อำเภอเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี และที่ดินข้างเคียงพร้อมอาคารเรือนไม้ระหว่างโจทก์และจำเลยทั้งสอง ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันต่อสัญญาเช่าที่ดินและอาคารประจำปี 2543 และปีต่อไปทุกปี หากจำเลยทั้งสองไม่ดำเนินการให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันรับเงินค่าเช่าและค่าธรรมเนียมต่อสัญญาของสัญญาเช่าฉบับลงวันที่ 2 มิถุนายน 2542 จำนวน 22,000 บาท และของปีต่อไปทุกปี ปีละไม่เกิน 22,000 บาท ให้จำเลยทั้งสองระงับการทำโครงการสร้างศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่จะปลูกสร้างหรือทำลงในที่ดินที่โจทก์เช่า จำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีพอวินิจฉัยได้จึงให้งดสืบพยานโจทก์แล้วมีคำพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่ จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติตามที่คู่ความไม่โต้แย้งว่า โจทก์ทำสัญญาเช่าที่ดินพร้อมอาคารพิพาทจากจำเลยที่ 1 และสัญญาเช่าได้สิ้นกำหนดเวลาเช่าลง โจทก์ได้ขอต่อสัญญาเช่าที่ดินพร้อมอาคารดังกล่าวจากจำเลยที่ 1 แต่จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 ไม่ยอมต่อสัญญาเช่าให้อ้างว่าจะใช้ที่ดินดังกล่าวสร้างศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เห็นว่า กรณีนี้เป็นกรณีสัญญาเช่าเดิมระงับเพราะสิ้นกำหนดเวลาเช่าและไม่มีเงื่อนไขหรือข้อผูกพันว่าจำเลยที่ 1 จะต้องต่อสัญญาเช่าให้แก่โจทก์ การที่จำเลยที่ 1 ไม่ยอมต่อสัญญาเช่าให้แก่โจทก์ต่อไปย่อมเป็นสิทธิของจำเลยที่ 1 ที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ตามกฎหมาย การที่จำเลยที่ 1 มีหนังสือแจ้งให้โจทก์ทราบว่าไม่ประสงค์จะต่อสัญญาเช่าที่ดินให้แก่โจทก์ จึงมิใช่คำสั่งทางปกครองที่จะขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังขึ้น พิพากษากลับ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ. (มงคล ทับเที่ยง-วิชัย วิวิตเสวี-พลรัตน์ ประทุมทาน) ศาลแพ่ง - นายอรุณ พิชญาพงศ์ ศาลอุทธรณ์ - นายพรเพชร วิชิตชลชัย แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
266373
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายอรุณ พิชญาพงศ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายพรเพชร วิชิตชลชัย"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082031025"
    }
}
date
2548
deka_no
3822/2548
deka_running_no
3822
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "มงคล ทับเที่ยง",
    "วิชัย วิวิตเสวี",
    "พลรัตน์ ประทุมทาน"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539",
        "sections": [
            "ม. 5"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางศรีประไพ คุณประทุม"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "เทศบาลเมืองสระบุรี กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งที่จำเลยทั้งสองระงับการต่อสัญญาเช่าที่ดินโฉนดที่ดิน 4815 ตำบลปากเพรียว อำเภอเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี และที่ดินข้างเคียงพร้อมอาคารเรือนไม้ระหว่างโจทก์และจำเลยทั้งสอง ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันต่อสัญญาเช่าที่ดินและอาคารประจำปี 2543 และปีต่อไปทุกปี หากจำเลยทั้งสองไม่ดำเนินการให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันรับเงินค่าเช่าและค่าธรรมเนียมต่อสัญญาของสัญญาเช่าฉบับลงวันที่ 2 มิถุนายน 2542 จำนวน 22,000 บาท และของปีต่อไปทุกปี ปีละไม่เกิน 22,000 บาท ให้จำเลยทั้งสองระงับการทำโครงการสร้างศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่จะปลูกสร้างหรือทำลงในที่ดินที่โจทก์เช่า

จำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การ

ศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีพอวินิจฉัยได้จึงให้งดสืบพยานโจทก์แล้วมีคำพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติตามที่คู่ความไม่โต้แย้งว่า โจทก์ทำสัญญาเช่าที่ดินพร้อมอาคารพิพาทจากจำเลยที่ 1 และสัญญาเช่าได้สิ้นกำหนดเวลาเช่าลง โจทก์ได้ขอต่อสัญญาเช่าที่ดินพร้อมอาคารดังกล่าวจากจำเลยที่ 1 แต่จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 ไม่ยอมต่อสัญญาเช่าให้อ้างว่าจะใช้ที่ดินดังกล่าวสร้างศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เห็นว่า กรณีนี้เป็นกรณีสัญญาเช่าเดิมระงับเพราะสิ้นกำหนดเวลาเช่าและไม่มีเงื่อนไขหรือข้อผูกพันว่าจำเลยที่ 1 จะต้องต่อสัญญาเช่าให้แก่โจทก์ การที่จำเลยที่ 1 ไม่ยอมต่อสัญญาเช่าให้แก่โจทก์ต่อไปย่อมเป็นสิทธิของจำเลยที่ 1 ที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ตามกฎหมาย การที่จำเลยที่ 1 มีหนังสือแจ้งให้โจทก์ทราบว่าไม่ประสงค์จะต่อสัญญาเช่าที่ดินให้แก่โจทก์ จึงมิใช่คำสั่งทางปกครองที่จะขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังขึ้น

พิพากษากลับ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000814.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548