คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5633 -ที่ 5638/2548 ฉบับเต็ม

#266380
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5633 - 5638/2548 บริษัทพรีเมียร์ เอ็นเตอร์ไพรซ์ จำกัด (มหาชน) ลูกหนี้ผู้ร้องขอ บริษัทเนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) กับพวก ผู้ร้อง ป.พ.พ. มาตรา 149, มาตรา 390, มาตรา 1025 พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/41 ทวิ, มาตรา 90/42 (10) การไม่ยอมรับทรัพย์สินของลูกหนี้หรือสิทธิตามสัญญาที่มีภาระเกินควรกว่าประโยชน์ที่จะพึงได้ตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 90/41 ทวิ นั้น ต้องกำหนดรายการปฏิเสธสิทธิดังกล่าวไว้ในแผนฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ตามมาตรา 90/42 (10) และเนื่องจากแผนฟื้นฟูกิจการเป็นข้อตกลงร่วมกันระหว่างลูกหนี้กับเจ้าหนี้เกี่ยวกับรายละเอียดในการชำระหนี้ตลอดจนการปรับโครงสร้างหนี้ของลูกหนี้ภายใต้กรอบของกฎหมายว่าด้วยการฟื้นฟูกิจการ จึงเป็นนิติกรรมอย่างหนึ่ง กรณีใดที่กฎหมายว่าด้วยการฟื้นฟูกิจการมิได้บัญญัติไว้โดยเฉพาะแล้วก็จะต้องนำบทบัญญัติในเรื่องอื่นหรือกฎหมายอื่นมาใช้บังคับ การเลิกสัญญาในกรณีที่คู่สัญญาเป็นบุคคลหลายคนด้วยกันอยู่ข้างหนึ่งหรืออีกข้างหนึ่ง กฎหมายว่าด้วยการฟื้นฟูกิจการมิได้บัญญัติหลักเกณฑ์ไว้ จึงต้องบังคับตาม ป.พ.พ. มาตรา 390 ซึ่งบัญญัติว่า "ถ้าในสัญญาใดคู่สัญญาเป็นบุคคลหลายคนด้วยกันอยู่ข้างหนึ่งหรืออีกข้างหนึ่ง ท่านว่าจะใช้สิทธิเลิกสัญญาได้ก็แต่เมื่อบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดรวมกันใช้ ทั้งใช้ต่อบุคคลเหล่านั้นรวมหมดทุกคนด้วยกัน?" บทบัญญัติดังกล่าวแสดงว่าการที่ลูกหนี้จะไม่ยอมรับสิทธิตามสัญญาก่อสร้างในโครงการบำบัดน้ำเสียกับผู้ร้องที่ 4 ซึ่งมีผลเท่ากับบอกเลิกสัญญาก่อสร้างโครงการบำบัดน้ำเสียได้นั้น ลูกหนี้กับบริษัท พ. และบริษัท ล. ซึ่งได้ตกลงทำสัญญากิจการร่วมค้าในลักษณะห้างหุ้นส่วนสามัญที่มิได้จดทะเบียนจะต้องแสดงเจตนาบอกเลิกสัญญาด้วยกัน ลูกหนี้จะแสดงเจตนาไปโดยลำพังหาได้ไม่ ___________________________ คดีทั้งหกสำนวนนี้ศาลชั้นต้นสั่งให้รวมการพิจารณาเป็นคดีเดียวกัน โดยให้เรียกบริษัทเนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) ว่า ผู้ร้องที่ 1 นายมานะ กรรณสูต ว่า ผู้ร้องที่ 2 ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ว่า ผู้ร้องที่ 3 กรุงเทพมหานคร ว่า ผู้ร้องที่ 4 คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้และตั้งบริษัทพรีเมียร์แพลนเนอร์ จำกัด เป็นผู้ทำแผนเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2543 แล้วมีคำสั่งไม่เห็นชอบด้วยแผนและให้ยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2544 ลูกหนี้และผู้ทำแผนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ต่อมาศาลฎีกามีคำพิพากษากลับเห็นชอบด้วยแผนฟื้นฟูกิจการเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2545 โดยมีผู้ทำแผนเป็นผู้บริหารแผน ผู้ร้องทั้งสี่ยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งยกเลิกการไม่ยอมรับสิทธิตามสัญญาของผู้บริหารแผนเกี่ยวกับ (1) สัญญากิจการร่วมค้า (JOINT VENTURE) พีอี-เพท/แลน (PE-PATE/LAND) ฉบับลงวันที่ 31 มีนาคม 2538 ระหว่าง ลูกหนี้กับบริษัทเพท เอ็นจิเนียส์ อิงค์ และบริษัทล็อควูด แอนดรูส์ แอนด์ นิวแนม อิงค์ (PATE ENGINEERS, INC./LOCKWOOD ANDREWS AND NEWNAM, INC.) (2) หนังสือมอบอำนาจให้ผู้ร้องที่ 2 เป็นผู้จัดการกิจการร่วมค้า พีอี-เพท/แลน (3) สัญญาการก่อสร้างโครงการบำบัดน้ำเสียกรุงเทพมหานคร เลขที่ DDS 182/2539 ฉบับลงวันที่ 19 กันยายน 2539 ระหว่างกิจการร่วมค้า พีอี-เพท/แลน กับผู้ร้องที่ 4 (4) สัญญาโอนสิทธิการรับชำระเงินฉบับลงวันที่ 19 กันยายน 2539 ระหว่างกิจการร่วมค้า พีอี-เพท/แลน กับผู้ร้องที่ 3 และ (5) สัญญารับจ้างช่วงการก่อสร้างโครงการบำบัดน้ำเสียกรุงเทพมหานคร ฉบับลงวันที่ 1 ตุลาคม 2539 ระหว่างกิจการร่วมค้า พีอี-เพท/แลน กับผู้ร้องที่ 1 ผู้บริหารแผนยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ยกเลิกการไม่ยอมรับสิทธิตามสัญญาพิพาทของผู้บริหารแผน ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งหกสำนวนให้เป็นพับ ผู้บริหารแผนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า การไม่ยอมรับทรัพย์สินของลูกหนี้หรือสิทธิตามสัญญาที่มีภาระเกินควรกว่าประโยชน์ที่จะพึงได้ตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 90/41 ทวิ นั้น ต้องกำหนดรายการปฏิเสธสิทธิดังกล่าวไว้ในแผนฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 90/42 (10) และเนื่องจากแผนฟื้นฟูกิจการเป็นข้อตกลงร่วมกันระหว่างลูกหนี้กับเจ้าหนี้เกี่ยวกับรายละเอียดในการชำระหนี้ตลอดจนการปรับโครงสร้างหนี้ของลูกหนี้ภายใต้กรอบของกฎหมายว่าด้วยการฟื้นฟูกิจการ จึงเป็นนิติกรรมอย่างหนึ่ง ดังนั้น กรณีใดที่กฎหมายว่าด้วยการฟื้นฟูกิจการมิได้บัญญัติไว้โดยเฉพาะแล้ว ก็จะต้องนำบทบัญญัติในเรื่องอื่นหรือกฎหมายอื่นมาใช้บังคับ การเลิกสัญญาในกรณีที่คู่สัญญาเป็นบุคคลหลายคนด้วยกันอยู่ข้างหนึ่งหรืออีกข้างหนึ่งดังเช่นกรณีของลูกหนี้ในคดีนี้กฎหมายว่าด้วยการฟื้นฟูกิจการมิได้บัญญัติหลักเกณฑ์ไว้ จึงต้องบังคับตาม ป.พ.พ. มาตรา 390 ซึ่งบัญญัติว่า "ถ้าในสัญญาใดคู่สัญญาเป็นบุคคลหลายคนด้วยกันอยู่ข้างหนึ่งหรืออีกข้างหนึ่งท่านว่าจะใช้สิทธิเลิกสัญญาได้ก็แต่เมื่อบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดรวมกันใช้ ทั้งใช้ต่อบุคคลเหล่านั้นรวมหมดทุกคนด้วย ถ้าสิทธิเลิกสัญญาอันมีแก่บุคคลคนหนึ่งในจำพวกที่มีสิทธินั้นเป็นอันระงับสิ้นไปแล้ว สิทธิเลิกสัญญาอันมีแก่คนอื่น ๆ ก็ย่อมระงับสิ้นไปด้วย" บทบัญญัติดังกล่าวแสดงว่าการที่ลูกหนี้จะไม่ยอมรับสิทธิตามสัญญาก่อสร้างโครงการบำบัดน้ำเสียกับผู้ร้องที่ 4 ซึ่งมีผลเท่ากับบอกเลิกสัญญาก่อสร้างโครงการบำบัดน้ำเสียได้นั้น ลูกหนี้กับบริษัทเพท เอ็นจิเนียส์ อิงค์ และบริษัทล็อควูด แอนดรูส์ แอนด์ นิวแนม อิงค์ จะต้องแสดงเจตนาบอกเลิกสัญญาด้วยกัน ลูกหนี้จะแสดงเจตนาไปโดยลำพังหาได้ไม่เพราะเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 390 อย่างชัดแจ้ง ที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ยกเลิกการไม่ยอมรับสิทธิตามสัญญาดังกล่าวของผู้บริหารแผนมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งหกสำนวนในชั้นนี้ให้เป็นพับ. (กุลพัชร์ อิทธิธรรมวินิจ-สมชาย พงษธา-สุพัฒน์ บุญยุบล) ศาลล้มละลายกลาง - นายวิรัตน์ วิศิษฎ์วงศกร ศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
266380
courts
[
    {
        "court": "ศาลล้มละลายกลาง",
        "judge": "นายวิรัตน์ วิศิษฎ์วงศกร"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ -",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082028990"
    }
}
date
2548
deka_no
5638/2548
deka_running_no
5638
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "กุลพัชร์ อิทธิธรรมวินิจ",
    "สมชาย พงษธา",
    "สุพัฒน์ บุญยุบล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 149",
            "ม. 390",
            "ม. 1025"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "sections": [
            "ม. 90/41 ทวิ",
            "ม. 90/42 (10)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ลูกหนี้ผู้ร้องขอ",
        "name": "บริษัทพรีเมียร์ เอ็นเตอร์ไพรซ์ จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "บริษัทเนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) กับพวก"
    }
]
long_text
คดีทั้งหกสำนวนนี้ศาลชั้นต้นสั่งให้รวมการพิจารณาเป็นคดีเดียวกัน โดยให้เรียกบริษัทเนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) ว่า ผู้ร้องที่ 1 นายมานะ กรรณสูต ว่า ผู้ร้องที่ 2 ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ว่า ผู้ร้องที่ 3 กรุงเทพมหานคร ว่า ผู้ร้องที่ 4

คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้และตั้งบริษัทพรีเมียร์แพลนเนอร์ จำกัด เป็นผู้ทำแผนเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2543 แล้วมีคำสั่งไม่เห็นชอบด้วยแผนและให้ยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2544 ลูกหนี้และผู้ทำแผนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ต่อมาศาลฎีกามีคำพิพากษากลับเห็นชอบด้วยแผนฟื้นฟูกิจการเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2545 โดยมีผู้ทำแผนเป็นผู้บริหารแผน

ผู้ร้องทั้งสี่ยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งยกเลิกการไม่ยอมรับสิทธิตามสัญญาของผู้บริหารแผนเกี่ยวกับ (1) สัญญากิจการร่วมค้า (JOINT VENTURE) พีอี-เพท/แลน (PE-PATE/LAND) ฉบับลงวันที่ 31 มีนาคม 2538 ระหว่าง ลูกหนี้กับบริษัทเพท เอ็นจิเนียส์ อิงค์ และบริษัทล็อควูด แอนดรูส์ แอนด์ นิวแนม อิงค์ (PATE ENGINEERS, INC./LOCKWOOD ANDREWS AND NEWNAM, INC.) (2) หนังสือมอบอำนาจให้ผู้ร้องที่ 2 เป็นผู้จัดการกิจการร่วมค้า พีอี-เพท/แลน (3) สัญญาการก่อสร้างโครงการบำบัดน้ำเสียกรุงเทพมหานคร เลขที่ DDS 182/2539 ฉบับลงวันที่ 19 กันยายน 2539 ระหว่างกิจการร่วมค้า พีอี-เพท/แลน กับผู้ร้องที่ 4 (4) สัญญาโอนสิทธิการรับชำระเงินฉบับลงวันที่ 19 กันยายน 2539 ระหว่างกิจการร่วมค้า พีอี-เพท/แลน กับผู้ร้องที่ 3 และ (5) สัญญารับจ้างช่วงการก่อสร้างโครงการบำบัดน้ำเสียกรุงเทพมหานคร ฉบับลงวันที่ 1 ตุลาคม 2539 ระหว่างกิจการร่วมค้า พีอี-เพท/แลน กับผู้ร้องที่ 1

ผู้บริหารแผนยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง

ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ยกเลิกการไม่ยอมรับสิทธิตามสัญญาพิพาทของผู้บริหารแผน ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งหกสำนวนให้เป็นพับ

ผู้บริหารแผนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า การไม่ยอมรับทรัพย์สินของลูกหนี้หรือสิทธิตามสัญญาที่มีภาระเกินควรกว่าประโยชน์ที่จะพึงได้ตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 90/41 ทวิ นั้น ต้องกำหนดรายการปฏิเสธสิทธิดังกล่าวไว้ในแผนฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 90/42 (10) และเนื่องจากแผนฟื้นฟูกิจการเป็นข้อตกลงร่วมกันระหว่างลูกหนี้กับเจ้าหนี้เกี่ยวกับรายละเอียดในการชำระหนี้ตลอดจนการปรับโครงสร้างหนี้ของลูกหนี้ภายใต้กรอบของกฎหมายว่าด้วยการฟื้นฟูกิจการ จึงเป็นนิติกรรมอย่างหนึ่ง ดังนั้น กรณีใดที่กฎหมายว่าด้วยการฟื้นฟูกิจการมิได้บัญญัติไว้โดยเฉพาะแล้ว ก็จะต้องนำบทบัญญัติในเรื่องอื่นหรือกฎหมายอื่นมาใช้บังคับ การเลิกสัญญาในกรณีที่คู่สัญญาเป็นบุคคลหลายคนด้วยกันอยู่ข้างหนึ่งหรืออีกข้างหนึ่งดังเช่นกรณีของลูกหนี้ในคดีนี้กฎหมายว่าด้วยการฟื้นฟูกิจการมิได้บัญญัติหลักเกณฑ์ไว้ จึงต้องบังคับตาม ป.พ.พ. มาตรา 390 ซึ่งบัญญัติว่า "ถ้าในสัญญาใดคู่สัญญาเป็นบุคคลหลายคนด้วยกันอยู่ข้างหนึ่งหรืออีกข้างหนึ่งท่านว่าจะใช้สิทธิเลิกสัญญาได้ก็แต่เมื่อบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดรวมกันใช้ ทั้งใช้ต่อบุคคลเหล่านั้นรวมหมดทุกคนด้วย ถ้าสิทธิเลิกสัญญาอันมีแก่บุคคลคนหนึ่งในจำพวกที่มีสิทธินั้นเป็นอันระงับสิ้นไปแล้ว สิทธิเลิกสัญญาอันมีแก่คนอื่น ๆ ก็ย่อมระงับสิ้นไปด้วย" บทบัญญัติดังกล่าวแสดงว่าการที่ลูกหนี้จะไม่ยอมรับสิทธิตามสัญญาก่อสร้างโครงการบำบัดน้ำเสียกับผู้ร้องที่ 4 ซึ่งมีผลเท่ากับบอกเลิกสัญญาก่อสร้างโครงการบำบัดน้ำเสียได้นั้น ลูกหนี้กับบริษัทเพท เอ็นจิเนียส์ อิงค์ และบริษัทล็อควูด แอนดรูส์ แอนด์ นิวแนม อิงค์ จะต้องแสดงเจตนาบอกเลิกสัญญาด้วยกัน ลูกหนี้จะแสดงเจตนาไปโดยลำพังหาได้ไม่เพราะเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 390 อย่างชัดแจ้ง ที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ยกเลิกการไม่ยอมรับสิทธิตามสัญญาดังกล่าวของผู้บริหารแผนมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งหกสำนวนในชั้นนี้ให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000795.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5633 -
year
2548