คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2178/2548 ฉบับเต็ม

#266386
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2178/2548 นางสาวพรรณสิริ ทุมมณี โจทก์ นายทิฆัมพร กำเนิดเพ็ชร์ จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 798, มาตรา 810 โจทก์ให้จำเลยเป็นตัวแทนรับจำนองที่ดินและโจทก์ฟ้องบังคับให้จำเลยเปลี่ยนชื่อผู้รับจำนองมาเป็นชื่อโจทก์ อันเป็นเรื่องตัวการฟ้องเรียกทรัพย์สินจากจำเลยซึ่งเป็นตัวแทนตาม ป.พ.พ. มาตรา 810 แม้ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือก็ฟ้องร้องบังคับคดีกันได้ ไม่ขัดต่อ ป.พ.พ. มาตรา 798 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อจำเลยในฐานะตัวแทนเชิดรับจำนองที่ดินหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 215 และ 217 ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี เป็นชื่อโจทก์โดยให้จำเลยเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อดังกล่าว หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยไปจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อผู้รับจำนองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก) ทะเบียนเลขที่ 215 และ 217 ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี จากจำเลยในฐานะตัวแทนเชิดมาเป็นชื่อโจทก์ หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 20,000 บาท คำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยใช้ค่าทนายความทั้งสองศาลรวม 4,000 บาท แทนโจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่า การตั้งตัวแทนเพื่อรับจำนองที่ดินต้องทำเป็นหนังสือ แต่โจทก์ไม่มีหลักฐานเช่นนั้นจึงไม่มีอำนาจฟ้องนั้น เห็นว่า คดีนี้เป็นเรื่องพิพาทกันระหว่างโจทก์ตัวการและจำเลยตัวแทน โดยโจทก์ให้จำเลยเป็นตัวแทนรับจำนองที่ดิน และโจทก์ฟ้องบังคับให้จำเลยเปลี่ยนชื่อผู้รับจำนองมาเป็นชื่อโจทก์อันเป็นเรื่องตัวการฟ้องเรียกทรัพย์สินจากจำเลยซึ่งเป็นตัวแทน ตาม ป.พ.พ. มาตรา 810 แม้ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือก็ฟ้องร้องให้บังคับคดีกันได้โดยไม่ขัดต่อ ป.พ.พ. มาตรา 798 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยในประเด็นข้อนี้มานั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยในประเด็นข้อนี้ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา 1,500 บาท แทนโจทก์. (วัฒนชัย โชติชูตระกูล-อุดมศักดิ์ นิติมนตรี-พิทยา บุญชู) ศาลจังหวัดอุบลราชธานี - นายวิวุฒิ มณีนิล ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายบัณฑิต รชตะนันทน์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
266386
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดอุบลราชธานี",
        "judge": "นายวิวุฒิ มณีนิล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นายบัณฑิต รชตะนันทน์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082032915"
    }
}
date
2548
deka_no
2178/2548
deka_running_no
2178
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "วัฒนชัย โชติชูตระกูล",
    "อุดมศักดิ์ นิติมนตรี",
    "พิทยา บุญชู"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 798",
            "ม. 810"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางสาวพรรณสิริ ทุมมณี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายทิฆัมพร กำเนิดเพ็ชร์"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อจำเลยในฐานะตัวแทนเชิดรับจำนองที่ดินหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 215 และ 217 ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี เป็นชื่อโจทก์โดยให้จำเลยเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อดังกล่าว หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยไปจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อผู้รับจำนองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก) ทะเบียนเลขที่ 215 และ 217 ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี จากจำเลยในฐานะตัวแทนเชิดมาเป็นชื่อโจทก์ หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 20,000 บาท คำขออื่นให้ยก

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยใช้ค่าทนายความทั้งสองศาลรวม 4,000 บาท แทนโจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่า การตั้งตัวแทนเพื่อรับจำนองที่ดินต้องทำเป็นหนังสือ แต่โจทก์ไม่มีหลักฐานเช่นนั้นจึงไม่มีอำนาจฟ้องนั้น เห็นว่า คดีนี้เป็นเรื่องพิพาทกันระหว่างโจทก์ตัวการและจำเลยตัวแทน โดยโจทก์ให้จำเลยเป็นตัวแทนรับจำนองที่ดิน และโจทก์ฟ้องบังคับให้จำเลยเปลี่ยนชื่อผู้รับจำนองมาเป็นชื่อโจทก์อันเป็นเรื่องตัวการฟ้องเรียกทรัพย์สินจากจำเลยซึ่งเป็นตัวแทน ตาม ป.พ.พ. มาตรา 810 แม้ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือก็ฟ้องร้องให้บังคับคดีกันได้โดยไม่ขัดต่อ ป.พ.พ. มาตรา 798 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยในประเด็นข้อนี้มานั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยในประเด็นข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา 1,500 บาท แทนโจทก์.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000831.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548