คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4057/2548 ฉบับเต็ม

#266387
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4057/2548 บริษัท พี แอนด์ เจ อีเล็คโทรนิค จำกัด โจทก์ นายอภิชาติ เมฆรา จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 680 สัญญาค้ำประกันเป็นสัญญาที่ผู้ค้ำประกันมีความรับผิดแต่เพียงฝ่ายเดียว การตีความให้ผู้ค้ำประกันรับผิดจึงต้องเป็นไปโดยเคร่งครัด จะตีความไปในทางขยายความรับผิดของผู้ค้ำประกันให้เกินเลยไปกว่าข้อความที่ปรากฏชัดแจ้งในสัญญาค้ำประกันไม่ได้ จำเลยเข้าทำสัญญาค้ำประกันการทำงานของ ภ. วันใดย่อมหมายถึงจำเลยยอมค้ำประกันการทำงานของ ภ. นับแต่วันที่ทำสัญญาค้ำประกันนั้นเป็นต้นไป มิใช่หมายความถึงยอมค้ำประกันหนี้ที่ ภ. เป็นหนี้โจทก์อยู่แล้วก่อนหน้าวันที่จำเลยตกลงยอมเข้าเป็นผู้ค้ำประกันซึ่งเป็นการขยายความรับผิดของผู้ค้ำประกัน หากโจทก์ประสงค์จะให้จำเลยรับผิดในหนี้ที่ ภ. ก่อให้เกิดขึ้นก่อนหน้าวันที่จำเลยเข้าเป็นผู้ค้ำประกันก็ต้องระบุไว้ให้ชัดเจน เมื่อสัญญาค้ำประกันไม่มีข้อความระบุไว้ชัดแจ้งว่าจำเลยยอมรับผิดในหนี้ที่ ภ. ก่อให้เกิดขึ้นแล้วก่อนวันทำสัญญา แต่หนี้ที่โจทก์นำมาฟ้องเป็นหนี้ที่ ภ. ก่อให้เกิดขึ้นก่อนวันที่จำเลยเข้าเป็นผู้ค้ำประกัน จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดชำระหนี้ตามฟ้องให้แก่โจทก์ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 82,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 80,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยขาดนัด ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานกลางรับฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด ระหว่างวันที่ 2 มิถุนายน 2543 ถึงวันที่ 29 มีนาคม 2544 นายเภาซึ่งเป็นลูกจ้างโจทก์ตำแหน่งพนักงานขายและเก็บเงินสดได้เก็บเงินค่าสินค้าจากลูกค้าโจทก์รวมเป็นเงิน 88,350 บาท แล้วเบียดบังเอาเป็นของตนเองทั้งหมด ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายเป็นเงิน 88,350 บาท ต่อมาเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2544 จำเลยเข้าทำสัญญาค้ำประกันการทำงานของนายเภา โดยยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม วงเงินไม่เกิน 80,000 บาท ภายหลังนายเภาไม่ชำระเงินค่าสินค้าที่เก็บจากลูกค้าแล้วเบียดบังไว้ดังกล่าวให้แก่โจทก์ โจทก์มอบอำนาจให้ทนายความทวงถามจำเลยในฐานะผู้ค้ำประกันให้ชำระหนี้ที่นายเภาเบียดบังเอาไว้ จำเลยได้รับหนังสือแล้วเพิกเฉย ปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์มีว่า จำเลยในฐานะผู้ค้ำประกันการทำงานของนายเภาตามสัญญาค้ำประกันจะต้องรับผิดในหนี้เงินที่นายเภาเบียดบังเป็นของตน ซึ่งเป็นหนี้ที่เกิดขึ้นก่อนวันที่จำเลยเข้าเป็นผู้ค้ำประกันการทำงานของนายเภาหรือไม่ เห็นว่า สัญญาค้ำประกันเป็นสัญญาที่ผู้ค้ำประกันมีความรับผิดแต่เพียงฝ่ายเดียว การตีความให้ผู้ค้ำประกันรับผิดจึงต้องเป็นไปโดยเคร่งครัด จะตีความไปในทางขยายความรับผิดของผู้ค้ำประกันให้เกินเลยไปกว่าข้อความที่ปรากฏชัดแจ้งในสัญญาค้ำประกันไม่ได้ จำเลยเข้าทำสัญญาค้ำประกันการทำงานของนายเภาวันใด ย่อมหมายถึงจำเลยยอมค้ำประกันการทำงานของนายเภานับแต่วันที่ทำสัญญาค้ำประกันนั้นเป็นต้นไป มิใช่หมายความถึงยอมค้ำประกันหนี้ที่นายเภาเป็นหนี้โจทก์อยู่แล้วก่อนหน้าวันที่จำเลยตกลงยอมเข้าเป็นผู้ค้ำประกันซึ่งเป็นการขยายความรับผิดของผู้ค้ำประกัน หากโจทก์ประสงค์จะให้จำเลยรับผิดในหนี้ที่นายเภาก่อให้เกิดขึ้นก่อนหน้าวันที่จำเลยเข้าเป็นผู้ค้ำประกันก็ต้องระบุไว้ให้ชัดเจน เมื่อสัญญาค้ำประกันไม่มีข้อความระบุไว้ชัดแจ้งว่าจำเลยยอมรับผิดในหนี้ที่นายเภาก่อให้เกิดขึ้นแล้วก่อนวันทำสัญญา ดังนั้นหนี้ที่โจทก์นำมาฟ้องเป็นหนี้ที่นายเภาก่อให้เกิดขึ้นก่อนวันที่จำเลยเข้าเป็นผู้ค้ำประกัน จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดชำระหนี้ตามฟ้องให้แก่โจทก์ ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องชอบแล้ว? พิพากษายืน. (พิทยา บุญชู-ชวลิต ยอดเณร-จรัส พวงมณี) ศาลแรงงานกลาง (สมุทรปราการ) - นายสมฤกษ์ โรจนสุพจน์ ศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
266387
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานกลาง (สมุทรปราการ)",
        "judge": "นายสมฤกษ์ โรจนสุพจน์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ -",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082030677"
    }
}
date
2548
deka_no
4057/2548
deka_running_no
4057
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "พิทยา บุญชู",
    "ชวลิต ยอดเณร",
    "จรัส พวงมณี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 680"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัท พี แอนด์ เจ อีเล็คโทรนิค จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายอภิชาติ เมฆรา"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 82,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 80,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยขาดนัด

ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานกลางรับฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด ระหว่างวันที่ 2 มิถุนายน 2543 ถึงวันที่ 29 มีนาคม 2544 นายเภาซึ่งเป็นลูกจ้างโจทก์ตำแหน่งพนักงานขายและเก็บเงินสดได้เก็บเงินค่าสินค้าจากลูกค้าโจทก์รวมเป็นเงิน 88,350 บาท แล้วเบียดบังเอาเป็นของตนเองทั้งหมด ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายเป็นเงิน 88,350 บาท ต่อมาเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2544 จำเลยเข้าทำสัญญาค้ำประกันการทำงานของนายเภา โดยยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม วงเงินไม่เกิน 80,000 บาท ภายหลังนายเภาไม่ชำระเงินค่าสินค้าที่เก็บจากลูกค้าแล้วเบียดบังไว้ดังกล่าวให้แก่โจทก์ โจทก์มอบอำนาจให้ทนายความทวงถามจำเลยในฐานะผู้ค้ำประกันให้ชำระหนี้ที่นายเภาเบียดบังเอาไว้ จำเลยได้รับหนังสือแล้วเพิกเฉย ปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์มีว่า จำเลยในฐานะผู้ค้ำประกันการทำงานของนายเภาตามสัญญาค้ำประกันจะต้องรับผิดในหนี้เงินที่นายเภาเบียดบังเป็นของตน ซึ่งเป็นหนี้ที่เกิดขึ้นก่อนวันที่จำเลยเข้าเป็นผู้ค้ำประกันการทำงานของนายเภาหรือไม่ เห็นว่า สัญญาค้ำประกันเป็นสัญญาที่ผู้ค้ำประกันมีความรับผิดแต่เพียงฝ่ายเดียว การตีความให้ผู้ค้ำประกันรับผิดจึงต้องเป็นไปโดยเคร่งครัด จะตีความไปในทางขยายความรับผิดของผู้ค้ำประกันให้เกินเลยไปกว่าข้อความที่ปรากฏชัดแจ้งในสัญญาค้ำประกันไม่ได้ จำเลยเข้าทำสัญญาค้ำประกันการทำงานของนายเภาวันใด ย่อมหมายถึงจำเลยยอมค้ำประกันการทำงานของนายเภานับแต่วันที่ทำสัญญาค้ำประกันนั้นเป็นต้นไป มิใช่หมายความถึงยอมค้ำประกันหนี้ที่นายเภาเป็นหนี้โจทก์อยู่แล้วก่อนหน้าวันที่จำเลยตกลงยอมเข้าเป็นผู้ค้ำประกันซึ่งเป็นการขยายความรับผิดของผู้ค้ำประกัน หากโจทก์ประสงค์จะให้จำเลยรับผิดในหนี้ที่นายเภาก่อให้เกิดขึ้นก่อนหน้าวันที่จำเลยเข้าเป็นผู้ค้ำประกันก็ต้องระบุไว้ให้ชัดเจน เมื่อสัญญาค้ำประกันไม่มีข้อความระบุไว้ชัดแจ้งว่าจำเลยยอมรับผิดในหนี้ที่นายเภาก่อให้เกิดขึ้นแล้วก่อนวันทำสัญญา ดังนั้นหนี้ที่โจทก์นำมาฟ้องเป็นหนี้ที่นายเภาก่อให้เกิดขึ้นก่อนวันที่จำเลยเข้าเป็นผู้ค้ำประกัน จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดชำระหนี้ตามฟ้องให้แก่โจทก์ ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องชอบแล้ว?

พิพากษายืน.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000811.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548