คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7983/2547 ฉบับเต็ม

#266397
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7983/2547 บริษัทบางจากกรีนไลน์ จำกัด โจทก์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ กับพวก จำเลย พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 23, มาตรา 88, มาตรา 89 จำเลยทั้งสี่ซึ่งเป็นนายทะเบียนตาม พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 ได้รับจดทะเบียนจัดตั้งสหภาพแรงงานกรีนไลน์ ซึ่งมี ส. กับพวก รวม 11 คน เป็นผู้ยื่นคำขอ โดยมีเอกสารประกอบคำขอครบถ้วน ทั้งผู้เริ่มก่อการยืนยันว่าเป็นลูกจ้างโจทก์โดยมีหนังสือสัญญาจ้างขนส่งน้ำมันระหว่างผู้เริ่มก่อการกับโจทก์ ต่อมาสหภาพแรงงานกรีนไลน์ได้จัดประชุมใหญ่สามัญครั้งแรกและยื่นขอจดทะเบียนกรรมการสหภาพและข้อบังคับสหภาพต่อสำนักงาน สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสมุทรปราการ จำเลยมีหนังสือสอบถามโจทก์ว่า ผู้ขอจดทะเบียนเป็นลูกจ้างของโจทก์จริงหรือไม่ โจทก์มีหนังสือตอบปฏิเสธ สหภาพแรงงานกรีนไลน์ได้ยื่นข้อเรียกร้องขอเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างแต่มิได้เจรจา เกิดเป็นข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้ตาม พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 23 คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์วินิจฉัยว่า ความสัมพันธ์ระหว่างโจทก์กับพนักงานขับรถขนส่งน้ำมันมีฐานะเป็นนายจ้าง ลูกจ้าง อันมีลักษณะเป็นสัญญาจ้างแรงงาน ดังนี้ เมื่อเกิดข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้ และคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ได้มีคำวินิจฉัยแล้ว โจทก์และสหภาพแรงงานกรีนไลน์ต่างมีสิทธิที่จะอุทธรณ์คำวินิจฉัยต่อรัฐมนตรีภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำวินิจฉัย กรณีที่มิได้อุทธรณ์ภายในกำหนด คำวินิจฉัยของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ดังกล่าวย่อมเป็นที่สุด ฝ่ายแจ้งข้อเรียกร้องและฝ่ายรับข้อเรียกร้องต้องปฏิบัติตาม ตามนัย พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 23 ดังนั้น เมื่อโจทก์มิได้ใช้สิทธิอุทธรณ์ภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด คำวินิจฉัยของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ย่อมเป็นที่สุด ข้อเท็จจริงย่อมฟังเป็นยุติว่า นายสังเวียนกับพวกรวม 11 คน ที่ยื่นคำขอจดทะเบียนสหภาพแรงงานกรีนไลน์นั้นเป็นลูกจ้างโจทก์ การรับจดทะเบียนจัดตั้งสหภาพแรงงานกรีนไลน์ของจำเลยทั้งสี่จึงชอบด้วยกฎหมายแรงงานสัมพันธ์แล้ว ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งรับจดทะเบียนสหภาพแรงงานกรีนไลน์ของจำเลยทั้งสี่ จำเลยทั้งสี่ให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานกลางรับฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด ประกอบกิจการขนส่งและขนถ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงและผลิตภัณฑ์น้ำมันและอื่น ๆ กรรมการผู้มีอำนาจทำการแทนโจทก์ได้มอบอำนาจให้นายณรงค์พลฟ้องคดีแทนโจทก์ ในการดำเนินกิจการโจทก์ได้ว่าจ้างพนักงานขับรถขนส่งน้ำมัน คิดค่าจ้างเป็นรายเที่ยวโดยกำหนดอัตราค่าจ้างขึ้นอยู่กับระยะทางที่ขนส่งตามสัญญาขนส่งน้ำมัน อัตราค่าจ้าง และคุณสมบัติสำหรับผู้รับจ้าง นายสังเวียนกับพวกรวม 11 คน ซึ่งเป็นผู้รับจ้างขนส่งน้ำมันให้แก่โจทก์ได้ยื่นคำขอจดทะเบียนสหภาพแรงงานตาม พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 ต่อนายทะเบียนสำนักงานทะเบียนจังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2545 โดยมีเอกสารครบถ้วน จำเลยทั้งสี่ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ที่ได้ตรวจสอบแล้วเห็นว่าถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด จึงได้รับจดทะเบียนเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2545 และออกใบสำคัญการจดทะเบียนสหภาพแรงงานให้ สหภาพแรงงานกรีนไลน์ได้จัดประชุมใหญ่สามัญครั้งแรกและยื่นขอจดทะเบียนกรรมการสหภาพและข้อบังคับสหภาพต่อสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสมุทรปราการ จำเลยจึงมีหนังสือสอบถามโจทก์ว่าผู้ขอจดทะเบียนเป็นลูกจ้างของโจทก์จริงหรือไม่ โจทก์มีหนังสือลงวันที่ 26 กันยายน 2545 ตอบจำเลยว่า ผู้ขอจดทะเบียนไม่ใช่ลูกจ้างของโจทก์ สหภาพแรงงานกรีนไลน์ได้ยื่นข้อเรียกร้องขอเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างแต่มิได้เจรจา เกิดเป็นข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้ตาม พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 23 พนักงานประนอมข้อพิพาทจึงเสนอให้คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์พิจารณา คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ วินิจฉัยว่าความสัมพันธ์ระหว่างโจทก์กับพนักงานขับรถขนส่งน้ำมันมีฐานะเป็นนายจ้างกับลูกจ้าง ลักษณะงานที่ผู้รับจ้างปฏิบัติคืองานตามคำสั่งของนายจ้างอันเป็นสัญญาจ้างแรงงาน ผู้ยื่นคำร้องขอจดทะเบียนสหภาพแรงงานกรีนไลน์มีฐานะเป็นลูกจ้างของโจทก์ จำเลยทั้งสี่รับจดทะเบียนสหภาพแรงงานให้นั้นเป็นการปฏิบัติการตามอำนาจหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด คำสั่งรับจดทะเบียนเป็นคำสั่งที่ชอบด้วย พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ข้อแรกว่า กรณีมีเหตุที่จะเพิกถอนคำสั่งรับจดทะเบียนสหภาพแรงงานกรีนไลน์ของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 หรือไม่ เห็นว่า เมื่อเกิดข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้และคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ได้มีคำวินิจฉัยแล้ว โจทก์และสหภาพแรงงานกรีนไลน์ต่างมีสิทธิที่จะอุทธรณ์คำวินิจฉัยต่อรัฐมนตรีภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำวินิจฉัย กรณีที่มิได้อุทธรณ์ภายในกำหนดคำวินิจฉัยของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ดังกล่าวย่อมเป็นที่สุด ฝ่ายแจ้งข้อเรียกร้องและฝ่ายรับข้อเรียกร้องต้องปฏิบัติตาม ตามนัย พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 23 ดังนั้น เมื่อโจทก์มิได้ใช้สิทธิอุทธรณ์ภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดคำวินิจฉัยของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ย่อมเป็นที่สุด ข้อเท็จจริงต้องฟังเป็นยุติว่านายสังเวียนกับพวกรวม 11 คน เป็นลูกจ้างโจทก์ ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นด้วยในผล ส่วนอุทธรณ์ข้อที่ว่า จำเลยทั้งสี่รับจดทะเบียนจัดตั้งสหภาพแรงงานกรีนไลน์ของนายสังเวียนกับพวกรวม 11 คน โดยพิจารณาเพียงหลักฐานของผู้เริ่มก่อการเพียงฝ่ายเดียวโดยไม่สอบถามข้อเท็จจริงจากโจทก์ก่อน เมื่อจดทะเบียนแล้วจึงมาสอบถามข้อเท็จจริงจากโจทก์ในภายหลัง เป็นการปฏิบัติงานที่ข้ามขั้นตอนซึ่งเป็นการไม่ชอบด้วย พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 นั้น เห็นว่า ไม่ว่าการปฏิบัติงานของจำเลยทั้งสี่จะเป็นการปฏิบัติที่ไม่มีการพิจารณาหลักฐานของโจทก์ที่เกี่ยวกับการจดทะเบียนสหภาพแรงงานและข้ามขั้นตอนดังที่โจทก์อ้างหรือไม่ก็ตาม แต่เมื่อข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติแล้วว่า นายสังเวียนกับพวกรวม 11 คน ที่ยื่นคำขอจดทะเบียนสหภาพแรงงานกรีนไลน์นั้นเป็นลูกจ้างของโจทก์ การรับจดทะเบียนจัดตั้งสหภาพแรงงานกรีนไลน์ของจำเลยทั้งสี่จึงชอบด้วยกฎหมายแรงงานสัมพันธ์แล้ว พิพากษายืน. (รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์-ชวลิต ยอดเณร-ปราโมทย์ พิพัทธ์ปราโมทย์) ศาลแรงงานกลาง - นายอนันต์ โรจนเนืองนิตย์ ศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
266397
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานกลาง",
        "judge": "นายอนันต์ โรจนเนืองนิตย์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ -",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082037222"
    }
}
date
2547
deka_no
7983/2547
deka_running_no
7983
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์",
    "ชวลิต ยอดเณร",
    "ปราโมทย์ พิพัทธ์ปราโมทย์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518",
        "sections": [
            "ม. 23",
            "ม. 88",
            "ม. 89"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทบางจากกรีนไลน์ จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งรับจดทะเบียนสหภาพแรงงานกรีนไลน์ของจำเลยทั้งสี่

จำเลยทั้งสี่ให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานกลางรับฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด ประกอบกิจการขนส่งและขนถ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงและผลิตภัณฑ์น้ำมันและอื่น ๆ กรรมการผู้มีอำนาจทำการแทนโจทก์ได้มอบอำนาจให้นายณรงค์พลฟ้องคดีแทนโจทก์ ในการดำเนินกิจการโจทก์ได้ว่าจ้างพนักงานขับรถขนส่งน้ำมัน คิดค่าจ้างเป็นรายเที่ยวโดยกำหนดอัตราค่าจ้างขึ้นอยู่กับระยะทางที่ขนส่งตามสัญญาขนส่งน้ำมัน อัตราค่าจ้าง และคุณสมบัติสำหรับผู้รับจ้าง นายสังเวียนกับพวกรวม 11 คน ซึ่งเป็นผู้รับจ้างขนส่งน้ำมันให้แก่โจทก์ได้ยื่นคำขอจดทะเบียนสหภาพแรงงานตาม พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 ต่อนายทะเบียนสำนักงานทะเบียนจังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2545 โดยมีเอกสารครบถ้วน จำเลยทั้งสี่ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ที่ได้ตรวจสอบแล้วเห็นว่าถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด จึงได้รับจดทะเบียนเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2545 และออกใบสำคัญการจดทะเบียนสหภาพแรงงานให้ สหภาพแรงงานกรีนไลน์ได้จัดประชุมใหญ่สามัญครั้งแรกและยื่นขอจดทะเบียนกรรมการสหภาพและข้อบังคับสหภาพต่อสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสมุทรปราการ จำเลยจึงมีหนังสือสอบถามโจทก์ว่าผู้ขอจดทะเบียนเป็นลูกจ้างของโจทก์จริงหรือไม่ โจทก์มีหนังสือลงวันที่ 26 กันยายน 2545 ตอบจำเลยว่า ผู้ขอจดทะเบียนไม่ใช่ลูกจ้างของโจทก์ สหภาพแรงงานกรีนไลน์ได้ยื่นข้อเรียกร้องขอเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างแต่มิได้เจรจา เกิดเป็นข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้ตาม พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 23 พนักงานประนอมข้อพิพาทจึงเสนอให้คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์พิจารณา คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ วินิจฉัยว่าความสัมพันธ์ระหว่างโจทก์กับพนักงานขับรถขนส่งน้ำมันมีฐานะเป็นนายจ้างกับลูกจ้าง ลักษณะงานที่ผู้รับจ้างปฏิบัติคืองานตามคำสั่งของนายจ้างอันเป็นสัญญาจ้างแรงงาน ผู้ยื่นคำร้องขอจดทะเบียนสหภาพแรงงานกรีนไลน์มีฐานะเป็นลูกจ้างของโจทก์ จำเลยทั้งสี่รับจดทะเบียนสหภาพแรงงานให้นั้นเป็นการปฏิบัติการตามอำนาจหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด คำสั่งรับจดทะเบียนเป็นคำสั่งที่ชอบด้วย พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ข้อแรกว่า กรณีมีเหตุที่จะเพิกถอนคำสั่งรับจดทะเบียนสหภาพแรงงานกรีนไลน์ของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 หรือไม่ เห็นว่า เมื่อเกิดข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้และคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ได้มีคำวินิจฉัยแล้ว โจทก์และสหภาพแรงงานกรีนไลน์ต่างมีสิทธิที่จะอุทธรณ์คำวินิจฉัยต่อรัฐมนตรีภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำวินิจฉัย กรณีที่มิได้อุทธรณ์ภายในกำหนดคำวินิจฉัยของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ดังกล่าวย่อมเป็นที่สุด ฝ่ายแจ้งข้อเรียกร้องและฝ่ายรับข้อเรียกร้องต้องปฏิบัติตาม ตามนัย พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 23 ดังนั้น เมื่อโจทก์มิได้ใช้สิทธิอุทธรณ์ภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดคำวินิจฉัยของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ย่อมเป็นที่สุด ข้อเท็จจริงต้องฟังเป็นยุติว่านายสังเวียนกับพวกรวม 11 คน เป็นลูกจ้างโจทก์ ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นด้วยในผล ส่วนอุทธรณ์ข้อที่ว่า จำเลยทั้งสี่รับจดทะเบียนจัดตั้งสหภาพแรงงานกรีนไลน์ของนายสังเวียนกับพวกรวม 11 คน โดยพิจารณาเพียงหลักฐานของผู้เริ่มก่อการเพียงฝ่ายเดียวโดยไม่สอบถามข้อเท็จจริงจากโจทก์ก่อน เมื่อจดทะเบียนแล้วจึงมาสอบถามข้อเท็จจริงจากโจทก์ในภายหลัง เป็นการปฏิบัติงานที่ข้ามขั้นตอนซึ่งเป็นการไม่ชอบด้วย พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 นั้น เห็นว่า ไม่ว่าการปฏิบัติงานของจำเลยทั้งสี่จะเป็นการปฏิบัติที่ไม่มีการพิจารณาหลักฐานของโจทก์ที่เกี่ยวกับการจดทะเบียนสหภาพแรงงานและข้ามขั้นตอนดังที่โจทก์อ้างหรือไม่ก็ตาม แต่เมื่อข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติแล้วว่า นายสังเวียนกับพวกรวม 11 คน ที่ยื่นคำขอจดทะเบียนสหภาพแรงงานกรีนไลน์นั้นเป็นลูกจ้างของโจทก์ การรับจดทะเบียนจัดตั้งสหภาพแรงงานกรีนไลน์ของจำเลยทั้งสี่จึงชอบด้วยกฎหมายแรงงานสัมพันธ์แล้ว

พิพากษายืน.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000870.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547