คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4842/2548 ฉบับเต็ม

#266411
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4842/2548 นายกิตติพัฒน์ ใจดี โจทก์ บริษัทบ้านแพน เอนจิเนียริ่ง แอนด์ โฮลดิ้ง จำกัด จำเลย พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 5 จำเลยเหมาจ่ายค่าน้ำมันรถให้แก่โจทก์เป็นรายเดือนทุกเดือน เดือนละ 3,000 บาท เพื่อชดเชยกับการที่โจทก์ใช้รถยนต์ส่วนตัวของโจทก์ไปในการทำงานให้แก่จำเลย ค่าน้ำมันรถดังกล่าวจึงมิใช่เงินที่นายจ้างตกลงจ่ายเป็นค่าตอบแทนในการทำงานให้แก่ลูกจ้างตามสัญญาจ้าง ไม่เป็นค่าจ้างตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 5 ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2544 จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้าง ตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายบุคคล ได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายเดือนละ 20,000 บาท กับค่าน้ำมันรถเหมาจ่ายเดือนละ 3,000 บาท รวมเป็นเงิน 23,000 บาท วันที่ 11 กันยายน 2545 จำเลยให้โจทก์เขียนใบลาออกระบุว่าจะไปทำธุรกิจส่วนตัวแล้วจะให้เงินโจทก์ 3 เดือน เป็นเงิน 69,000 บาท แล้วจำเลยไม่จ่ายให้ ขอให้บังคับจำเลยจ่ายเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง วันนัดพิจารณา ศาลแรงงานกลางสอบโจทก์ว่าฟ้องอย่างใด โจทก์แถลงว่าฟ้องโจทก์หมายถึงโจทก์ไม่ได้ลาออกโดยสมัครใจ แต่ถูกจำเลยหลอกลวงให้ลงชื่อลาออกแล้วจะให้เงิน 69,000 บาท ถือว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์ ขอเรียกค่าชดเชยตามกฎหมายทนายจำเลยจึงแถลงขอถอนข้อต่อสู้เรื่องอำนาจฟ้อง และขอต่อสู้ว่าโจทก์ลาออกโดยสมัครใจจึงไม่มีสิทธิได้ค่าชดเชย ศาลแรงงานกลาง พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์เป็นเงิน 69,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า ค่าน้ำมันรถมิได้เป็นเงินที่จำเลยจ่ายให้โจทก์เป็นค่าตอบแทนในการทำงานให้แก่จำเลย จึงไม่ใช่ค่าจ้างที่จะนำไปรวมคำนวณเป็นค่าชดเชยหรือไม่ เห็นว่า จำเลยเหมาจ่ายค่าน้ำมันรถให้แก่โจทก์เป็นรายเดือนทุกเดือน เดือนละ 3,000 บาท เพื่อชดเชยกับการที่โจทก์ใช้รถยนต์ส่วนตัวของโจทก์ไปในการทำงานให้แก่จำเลย ค่าน้ำมันดังกล่าวจึงมิใช่เป็นเงินที่นายจ้างตกลงจ่ายเป็นค่าตอบแทนในการทำงานให้แก่ลูกจ้างตามสัญญาจ้าง ย่อมไม่เป็นค่าจ้างตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 5 ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าเป็นค่าจ้างแล้วนำไปรวมกับเงินเดือนเพื่อคำนวณเป็นค่าชดเชยที่จำเลยต้องจ่ายให้แก่โจทก์นั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้น โจทก์ย่อมมีสิทธิได้รับค่าชดเชยเพียง 60,000 บาท เท่านั้น อุทธรณ์ของจำเลยข้อนี้ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์เป็นเงิน 60,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง. (ปราโมทย์ พิพัทธ์ปราโมทย์-ชวลิต ยอดเณร-รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์) ศาลแรงงานกลาง - นายวิชัย วิสิทธวงศ์ ศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
266411
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานกลาง",
        "judge": "นายวิชัย วิสิทธวงศ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ -",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082029955"
    }
}
date
2548
deka_no
4842/2548
deka_running_no
4842
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "ปราโมทย์ พิพัทธ์ปราโมทย์",
    "ชวลิต ยอดเณร",
    "รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541",
        "sections": [
            "ม. 5"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายกิตติพัฒน์ ใจดี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทบ้านแพน เอนจิเนียริ่ง แอนด์ โฮลดิ้ง จำกัด"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2544 จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้าง ตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายบุคคล ได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายเดือนละ 20,000 บาท กับค่าน้ำมันรถเหมาจ่ายเดือนละ 3,000 บาท รวมเป็นเงิน 23,000 บาท วันที่ 11 กันยายน 2545 จำเลยให้โจทก์เขียนใบลาออกระบุว่าจะไปทำธุรกิจส่วนตัวแล้วจะให้เงินโจทก์ 3 เดือน เป็นเงิน 69,000 บาท แล้วจำเลยไม่จ่ายให้ ขอให้บังคับจำเลยจ่ายเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง

วันนัดพิจารณา ศาลแรงงานกลางสอบโจทก์ว่าฟ้องอย่างใด โจทก์แถลงว่าฟ้องโจทก์หมายถึงโจทก์ไม่ได้ลาออกโดยสมัครใจ แต่ถูกจำเลยหลอกลวงให้ลงชื่อลาออกแล้วจะให้เงิน 69,000 บาท ถือว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์ ขอเรียกค่าชดเชยตามกฎหมายทนายจำเลยจึงแถลงขอถอนข้อต่อสู้เรื่องอำนาจฟ้อง และขอต่อสู้ว่าโจทก์ลาออกโดยสมัครใจจึงไม่มีสิทธิได้ค่าชดเชย

ศาลแรงงานกลาง พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์เป็นเงิน 69,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า ค่าน้ำมันรถมิได้เป็นเงินที่จำเลยจ่ายให้โจทก์เป็นค่าตอบแทนในการทำงานให้แก่จำเลย จึงไม่ใช่ค่าจ้างที่จะนำไปรวมคำนวณเป็นค่าชดเชยหรือไม่ เห็นว่า จำเลยเหมาจ่ายค่าน้ำมันรถให้แก่โจทก์เป็นรายเดือนทุกเดือน เดือนละ 3,000 บาท เพื่อชดเชยกับการที่โจทก์ใช้รถยนต์ส่วนตัวของโจทก์ไปในการทำงานให้แก่จำเลย ค่าน้ำมันดังกล่าวจึงมิใช่เป็นเงินที่นายจ้างตกลงจ่ายเป็นค่าตอบแทนในการทำงานให้แก่ลูกจ้างตามสัญญาจ้าง ย่อมไม่เป็นค่าจ้างตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 5 ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าเป็นค่าจ้างแล้วนำไปรวมกับเงินเดือนเพื่อคำนวณเป็นค่าชดเชยที่จำเลยต้องจ่ายให้แก่โจทก์นั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้น โจทก์ย่อมมีสิทธิได้รับค่าชดเชยเพียง 60,000 บาท เท่านั้น อุทธรณ์ของจำเลยข้อนี้ฟังขึ้น

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์เป็นเงิน 60,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000804.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548