คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5858/2548 ฉบับเต็ม

#266417
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5858/2548 พนักงานอัยการจังหวัดกาฬสินธุ์ โจทก์ นายธนงค์ ตรีศิริโสภณ จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 15 ป.วิ.พ. มาตรา 62 คำร้องขอขยายระยะเวลาฎีกา คำร้องขอให้รับรองฎีกาว่ามีเหตุอันควรฎีกาได้และคำฟ้องฎีกาของจำเลย ที่ บ. ทนายเป็นผู้ยื่นคำร้องและฎีกาแทนจำเลย แต่ตามใบแต่งทนายความที่จำเลยแต่งให้ บ. ทนายความของจำเลยไม่ได้ระบุให้มีอำนาจใช้สิทธิในการฎีกา บ. ทนายความของจำเลยจึงไม่มีอำนาจที่จะดำเนินกระบวนพิจารณาใช้สิทธิในการฎีกาคดีนี้แทนจำเลยได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 62 ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 คำร้องขอขยายระยะเวลา คำร้องขอให้รับรองฎีกาว่ามีเหตุอันควรฎีกาได้ และคำฟ้องฎีกา จึงเป็นคำร้องและคำฟ้องไม่ชอบ แม้ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลาฎีกาและมีคำสั่งอนุญาตให้ฎีกาและมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยมา ก็เป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 ป.อ. มาตรา 91 จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตาม ป.อ. มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 1 เดือน รวม 6 กระทง เป็นจำคุก 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตาม ป.อ. มาตรา 78 คงจำคุก 3 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุกจำเลยกระทงละ 20 วัน รวม 6 กระทง เป็นจำคุก 120 วัน ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตาม ป.อ. มาตรา 78 แล้ว คงจำคุก 60 วัน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามคำร้องขอขยายระยะเวลาฎีกาฉบับลงวันที่ 14 ธันวาคม 2547 และวันที่ 13 มกราคม 2548 คำร้องขอให้รับรองฎีกาว่ามีเหตุอันควรฎีกาได้ฉบับลงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2548 และคำฟ้องฎีกาของจำเลยลงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2548 ปรากฏว่านายบัญชา ทนายความของจำเลยลงชื่อเป็นผู้ยื่นคำร้องและผู้ฎีกา แต่ตามใบแต่งทนายความลงวันที่ 20 กรกฎาคม 2544 ที่จำเลยแต่งให้นายบัญชา เป็นทนายความของจำเลยในคดีเรื่องนี้ ปรากฏว่าได้ระบุให้นายบัญชา มีอำนาจเพียงว่าต่างแก้ต่างในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เท่านั้น ไม่ได้ระบุให้มีอำนาจใช้สิทธิในการฎีกา นายบัญชา ทนายความของจำเลยจึงไม่มีอำนาจที่จะดำเนินกระบวนพิจารณาใช้สิทธิในการฎีกาคดีนี้แทนจำเลยได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 62 ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 คำร้องขอขยายระยะเวลา คำร้องขอให้รับรองฎีกาว่ามีเหตุอันควรฎีกาได้ และคำฟ้องฎีกา จึงเป็นคำร้องและคำฟ้องที่ไม่ชอบ แม้ศาลชั้นต้นจะอนุญาตให้ขยายระยะเวลาฎีกา ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาคดีนี้ในศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งอนุญาตให้ฎีกา และมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยมา ก็เป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกฎีกาของจำเลย. (จรัส พวงมณี-นินนาท สาครรัตน์-สถิตย์ ทาวุฒิ) ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ - นางสาวปาริฉัตร ศิริมนตรี ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายจักษ์ชัย เยพิทักษ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
266417
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์",
        "judge": "นางสาวปาริฉัตร ศิริมนตรี"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 4",
        "judge": "นายจักษ์ชัย เยพิทักษ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082028780"
    }
}
date
2548
deka_no
5858/2548
deka_running_no
5858
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "จรัส พวงมณี",
    "นินนาท สาครรัตน์",
    "สถิตย์ ทาวุฒิ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 15"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 62"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดกาฬสินธุ์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายธนงค์ ตรีศิริโสภณ"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 ป.อ. มาตรา 91

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตาม ป.อ. มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 1 เดือน รวม 6 กระทง เป็นจำคุก 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตาม ป.อ. มาตรา 78 คงจำคุก 3 เดือน

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุกจำเลยกระทงละ 20 วัน รวม 6 กระทง เป็นจำคุก 120 วัน ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตาม ป.อ. มาตรา 78 แล้ว คงจำคุก 60 วัน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามคำร้องขอขยายระยะเวลาฎีกาฉบับลงวันที่ 14 ธันวาคม 2547 และวันที่ 13 มกราคม 2548 คำร้องขอให้รับรองฎีกาว่ามีเหตุอันควรฎีกาได้ฉบับลงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2548 และคำฟ้องฎีกาของจำเลยลงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2548 ปรากฏว่านายบัญชา ทนายความของจำเลยลงชื่อเป็นผู้ยื่นคำร้องและผู้ฎีกา แต่ตามใบแต่งทนายความลงวันที่ 20 กรกฎาคม 2544 ที่จำเลยแต่งให้นายบัญชา เป็นทนายความของจำเลยในคดีเรื่องนี้ ปรากฏว่าได้ระบุให้นายบัญชา มีอำนาจเพียงว่าต่างแก้ต่างในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เท่านั้น ไม่ได้ระบุให้มีอำนาจใช้สิทธิในการฎีกา นายบัญชา ทนายความของจำเลยจึงไม่มีอำนาจที่จะดำเนินกระบวนพิจารณาใช้สิทธิในการฎีกาคดีนี้แทนจำเลยได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 62 ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 คำร้องขอขยายระยะเวลา คำร้องขอให้รับรองฎีกาว่ามีเหตุอันควรฎีกาได้ และคำฟ้องฎีกา จึงเป็นคำร้องและคำฟ้องที่ไม่ชอบ แม้ศาลชั้นต้นจะอนุญาตให้ขยายระยะเวลาฎีกา ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาคดีนี้ในศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งอนุญาตให้ฎีกา และมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยมา ก็เป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

พิพากษายกฎีกาของจำเลย.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000793.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548