คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5881/2548 ฉบับเต็ม

#266418
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5881/2548 นางวิลัย ว่องปลูกศิลป์ โจทก์ นางเบี๋ยน ไชยทุม จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 1349 ป.วิ.พ. มาตรา 177 โจทก์ฟ้องขอให้เปิดทางภาระจำยอมและอ้างว่าทางพิพาทเป็นทางจำเป็นเนื่องจากที่ดินของโจทก์ถูกที่ดินแปลงอื่นปิดล้อมไม่มีทางออกสู่สาธารณะ เป็นคำฟ้องให้ศาลเลือกวินิจฉัยจากพยานหลักฐานว่า เมื่อทางพิจารณาได้ความว่าทางพิพาทเป็นทางจำเป็น ก็สามารถพิพากษาบังคับให้เปิดทางในฐานะทางจำเป็นได้ด้วย เมื่อที่ดินโจทก์ถูกที่ดินแปลงอื่นล้อมอยู่จนไม่มีทางออกถึงทางสาธารณะ โจทก์ย่อมผ่านที่ดินซึ่งล้อมอยู่ไปสู่ทางสาธารณะได้ ทางพิพาทจึงเป็นทางจำเป็น การที่จำเลยฟ้องแย้งอ้างว่าการใช้ทางจำเป็นของโจทก์เป็นการทำละเมิดทำให้จำเลยเสียหายและจำเลยขาดประโยชน์จากการใช้ทรัพย์และเรียกค่าเสียหายมาด้วย ถือได้ว่าจำเลยได้ฟ้องแย้งเรียกค่าทดแทนอันเกิดจากการใช้ทางจำเป็นมาด้วยแล้ว ศาลจึงกำหนดให้โจทก์ใช้ค่าทดแทนแก่จำเลยได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่าทางพิพาทกว้าง 4 เมตร ในที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 29 หมู่ที่ 4 ตำบลทุ่งคาโงก อำเภอเมืองพังงา จังหวัดพังงา ของจำเลยเป็นทางจำเป็นหรือทางภาระจำยอมแก่โจทก์ ให้จำเลยจดทะเบียนภาระจำยอมที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ให้จำเลยรื้อถอนเสาไม้และต้นมะพร้าว สิ่งกีดขวางทางเข้าออกในที่ดินของจำเลยออกและให้โจทก์ใช้ทางเข้าออกสู่ถนนสาธารณะได้ตามปกติ จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า ทางพิพาทมิใช่ทางภาระจำยอม การที่โจทก์ใช้รถยนต์โดยสารขนาดเล็กแล่นผ่านทางพิพาทตลอด เป็นการละเมิดต่อจำเลยเป็นเหตุให้จำเลยเสียหายขาดประโยชน์จากการใช้ทางพิพาทส่วนที่ผ่านที่ดินของจำเลยมีขนาดกว้าง 2.30 เมตร ยาวประมาณ 88 เมตร เดือนละ 2,000 บาท ขอให้ยกฟ้องและบังคับโจทก์ชดใช้ค่าเสียหายแก่จำเลยเดือนละ 2,000 บาท นับแต่วันฟ้องแย้งจนกว่าโจทก์จะหยุดใช้ทางพิพาท โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ทางพิพาทในที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 29 หมู่ที่ 4 ตำบลทุ่งคาโงก อำเภอเมืองพังงา จังหวัดพังงา ของจำเลยเป็นภาระจำยอมกว้าง 2.30 เมตร ให้จำเลยจดทะเบียนภาระจำยอมดังกล่าวให้แก่โจทก์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ให้จำเลยรื้อถอนเสาไม้ ต้นมะพร้าว และสิ่งกีดขวางออกจากทางพิพาท ให้ยกฟ้องแย้ง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์เสียด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้ข้อเท็จจริงจะฟังไม่ได้ว่าทางพิพาทเป็นทางภาระจำยอม แต่เมื่อปรากฏว่าโจทก์ฟ้องในลักษณะขอให้เปิดทางภาระจำยอมและอ้างว่าทางพิพาทเป็นทางจำเป็นเนื่องจากที่ดินของโจทก์ถูกที่ดินแปลงอื่นปิดล้อมไม่มีทางออกสู่สาธารณะ จึงเป็นคำฟ้องให้ศาลเลือกวินิจฉัยเอาจากพยานหลักฐานว่า เมื่อทางพิจารณาได้ความว่าทางพิพาทเป็นทางจำเป็นก็สามารถพิพากษาบังคับให้เปิดทางในฐานะทางจำเป็นได้ด้วย ทั้งโจทก์ได้กล่าวแก้ไว้ในคำแก้อุทธรณ์และกล่าวไว้ในฎีกาเกี่ยวกับทางจำเป็น ดังนี้เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าที่ดินโจทก์ถูกที่ดินแปลงอื่นล้อมอยู่จนไม่มีทางออกถึงทางสาธารณะได้ โจทก์ย่อมผ่านที่ดินซึ่งล้อมอยู่ไปสู่ทางสาธารณะได้ ทางพิพาทจึงเป็นทางจำเป็น การที่จำเลยปิดกั้นทางพิพาทที่โจทก์เคยใช้รถยนต์โดยสารเข้าออกสู่ทางสาธารณะมาโดยตลอดจนทำให้โจทก์ไม่สามารถออกสู่ทางสาธารณะได้ย่อมไม่ชอบด้วย ป.พ.พ. มาตรา 1349 และเนื่องจากจำเลยฟ้องแย้งอ้างว่าการใช้ทางของโจทก์เป็นการทำละเมิดทำให้จำเลยเสียหายจำเลยขาดประโยชน์จากการใช้ทรัพย์และเรียกค่าเสียหายมาด้วย ถือได้ว่าจำเลยได้ฟ้องแย้งเรียกค่าทดแทนอันเกิดจากการใช้ทางจำเป็นมาด้วย จึงกำหนดค่าทดแทนให้เป็นเงินเดือนละ 1,000 บาท นับแต่วันฟ้องแย้งเป็นต้นไปจนกว่าโจทก์จะหมดความจำเป็นต้องใช้ทางพิพาท พิพากษากลับเป็นว่า ทางพิพาทขนาดกว้าง 2.30 เมตร ในที่ดินหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 29 หมู่ที่ 4 ตำบลทุ่งคาโงก อำเภอเมืองพังงา จังหวัดพังงา ของจำเลยเป็นทางจำเป็น ให้จำเลยรื้อถอนเสาไม้ ต้นมะพร้าวและสิ่งกีดขวางออกจากพิพาทและทำทางพิพาทให้โจทก์ใช้รถยนต์เข้าออกสู่ทางสาธารณะตามเดิม ให้โจทก์ใช้ค่าทดแทนแก่จำเลยเดือนละ 1,000 บาท นับแต่วันฟ้องแย้งไปจนกว่าโจทก์จะหมดความจำเป็นใช้ทางพิพาท ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (จิระ โชติพงศ์-โนรี จันทร์ทร-ธนพจน์ อารยลักษณ์) ศาลจังหวัดพังงา - นายจักรชัย ศรีบวรมงคล ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นางสิริรัตน์ จันทรา แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
266418
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดพังงา",
        "judge": "นายจักรชัย ศรีบวรมงคล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 8",
        "judge": "นางสิริรัตน์ จันทรา"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082028778"
    }
}
date
2548
deka_no
5881/2548
deka_running_no
5881
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "จิระ โชติพงศ์",
    "โนรี จันทร์ทร",
    "ธนพจน์ อารยลักษณ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1349"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 177"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางวิลัย ว่องปลูกศิลป์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางเบี๋ยน ไชยทุม"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่าทางพิพาทกว้าง 4 เมตร ในที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 29 หมู่ที่ 4 ตำบลทุ่งคาโงก อำเภอเมืองพังงา จังหวัดพังงา ของจำเลยเป็นทางจำเป็นหรือทางภาระจำยอมแก่โจทก์ ให้จำเลยจดทะเบียนภาระจำยอมที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ให้จำเลยรื้อถอนเสาไม้และต้นมะพร้าว สิ่งกีดขวางทางเข้าออกในที่ดินของจำเลยออกและให้โจทก์ใช้ทางเข้าออกสู่ถนนสาธารณะได้ตามปกติ

จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า ทางพิพาทมิใช่ทางภาระจำยอม การที่โจทก์ใช้รถยนต์โดยสารขนาดเล็กแล่นผ่านทางพิพาทตลอด เป็นการละเมิดต่อจำเลยเป็นเหตุให้จำเลยเสียหายขาดประโยชน์จากการใช้ทางพิพาทส่วนที่ผ่านที่ดินของจำเลยมีขนาดกว้าง 2.30 เมตร ยาวประมาณ 88 เมตร เดือนละ 2,000 บาท ขอให้ยกฟ้องและบังคับโจทก์ชดใช้ค่าเสียหายแก่จำเลยเดือนละ 2,000 บาท นับแต่วันฟ้องแย้งจนกว่าโจทก์จะหยุดใช้ทางพิพาท

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องแย้ง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ทางพิพาทในที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 29 หมู่ที่ 4 ตำบลทุ่งคาโงก อำเภอเมืองพังงา จังหวัดพังงา ของจำเลยเป็นภาระจำยอมกว้าง 2.30 เมตร ให้จำเลยจดทะเบียนภาระจำยอมดังกล่าวให้แก่โจทก์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ให้จำเลยรื้อถอนเสาไม้ ต้นมะพร้าว และสิ่งกีดขวางออกจากทางพิพาท ให้ยกฟ้องแย้ง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์เสียด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้ข้อเท็จจริงจะฟังไม่ได้ว่าทางพิพาทเป็นทางภาระจำยอม แต่เมื่อปรากฏว่าโจทก์ฟ้องในลักษณะขอให้เปิดทางภาระจำยอมและอ้างว่าทางพิพาทเป็นทางจำเป็นเนื่องจากที่ดินของโจทก์ถูกที่ดินแปลงอื่นปิดล้อมไม่มีทางออกสู่สาธารณะ จึงเป็นคำฟ้องให้ศาลเลือกวินิจฉัยเอาจากพยานหลักฐานว่า เมื่อทางพิจารณาได้ความว่าทางพิพาทเป็นทางจำเป็นก็สามารถพิพากษาบังคับให้เปิดทางในฐานะทางจำเป็นได้ด้วย ทั้งโจทก์ได้กล่าวแก้ไว้ในคำแก้อุทธรณ์และกล่าวไว้ในฎีกาเกี่ยวกับทางจำเป็น ดังนี้เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าที่ดินโจทก์ถูกที่ดินแปลงอื่นล้อมอยู่จนไม่มีทางออกถึงทางสาธารณะได้ โจทก์ย่อมผ่านที่ดินซึ่งล้อมอยู่ไปสู่ทางสาธารณะได้ ทางพิพาทจึงเป็นทางจำเป็น การที่จำเลยปิดกั้นทางพิพาทที่โจทก์เคยใช้รถยนต์โดยสารเข้าออกสู่ทางสาธารณะมาโดยตลอดจนทำให้โจทก์ไม่สามารถออกสู่ทางสาธารณะได้ย่อมไม่ชอบด้วย ป.พ.พ. มาตรา 1349 และเนื่องจากจำเลยฟ้องแย้งอ้างว่าการใช้ทางของโจทก์เป็นการทำละเมิดทำให้จำเลยเสียหายจำเลยขาดประโยชน์จากการใช้ทรัพย์และเรียกค่าเสียหายมาด้วย ถือได้ว่าจำเลยได้ฟ้องแย้งเรียกค่าทดแทนอันเกิดจากการใช้ทางจำเป็นมาด้วย จึงกำหนดค่าทดแทนให้เป็นเงินเดือนละ 1,000 บาท นับแต่วันฟ้องแย้งเป็นต้นไปจนกว่าโจทก์จะหมดความจำเป็นต้องใช้ทางพิพาท

พิพากษากลับเป็นว่า ทางพิพาทขนาดกว้าง 2.30 เมตร ในที่ดินหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 29 หมู่ที่ 4 ตำบลทุ่งคาโงก อำเภอเมืองพังงา จังหวัดพังงา ของจำเลยเป็นทางจำเป็น ให้จำเลยรื้อถอนเสาไม้ ต้นมะพร้าวและสิ่งกีดขวางออกจากพิพาทและทำทางพิพาทให้โจทก์ใช้รถยนต์เข้าออกสู่ทางสาธารณะตามเดิม ให้โจทก์ใช้ค่าทดแทนแก่จำเลยเดือนละ 1,000 บาท นับแต่วันฟ้องแย้งไปจนกว่าโจทก์จะหมดความจำเป็นใช้ทางพิพาท ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000793.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548