คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6432/2548 ฉบับเต็ม

#266420
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6432/2548 นายอัครเดช ตะน่าน กับพวก โจทก์ ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 55 โจทก์ทั้งสองขอรับเงินบำเหน็จตกทอดของนาย ป. กับนาง อ. ข้าราชการสังกัดกระทรวงสาธารณสุขซึ่งถูกคนร้ายยิงถึงแก่ความตาย จำเลยที่ 2 จึงทำหนังสือเสนอให้กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลังพิจารณา แต่กรมบัญชีกลางแจ้งให้จำเลยที่ 1 สอบสวนข้อเท็จจริงก่อนว่าการตายของนาย ป. กับ นาง อ. มีสาเหตุเนื่องมาจากความประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงของผู้ตายทั้งสองหรือไม่ เพื่อประกอบการพิจารณาสั่งจ่ายเงินบำเหน็จตกทอด จำเลยที่ 1 จึงมีคำสั่งแต่งตั้งจำเลยที่ 3 ถึงที่ 7 เป็นคณะกรรมการสอบสวนหาข้อเท็จจริงดังกล่าว คณะกรรมการดังกล่าวสอบสวนแล้วมีความเห็นหรือมติว่าสาเหตุการตายของนาย ป. เนื่องมาจากความประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงของนาย ป. ส่วนสาเหตุการตายของนาง อ. ไม่ได้เนื่องมาจากความประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงของนาง อ. กรมบัญชีกลางจึงไม่จ่ายเงินบำเหน็จตกทอดของนาย ป. ให้แก่โจทก์ทั้งสอง คงจ่ายให้เฉพาะส่วนของนาง อ. การกระทำของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ดังกล่าวหาได้กระทำการใดอันจะถือว่าเป็นการโต้แย้งสิทธิหรือหน้าที่ของโจทก์ทั้งสอง ส่วนการกระทำของจำเลยที่ 3 ถึงที่ 7 เป็นการกระทำในอำนาจหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย แต่ความเห็นดังกล่าวหามีผลเป็นการวินิจฉัยชี้ขาด หรือฟังเป็นยุติที่กรมบัญชีกลางจะต้องปฏิบัติตามแต่อย่างใดไม่ กรณียังถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 3 ถึงที่ 7 ได้กระทำการอันเป็นการโต้แย้งสิทธิหรือหน้าที่ของโจทก์ทั้งสองเช่นเดียวกัน โจทก์ทั้งสองจึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งเจ็ด ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่ามติของจำเลยทั้งเจ็ดเป็นมติที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และให้เพิกถอนมติดังกล่าว จำเลยทั้งเจ็ดให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า โจทก์ทั้งสองขอรับเงินบำเหน็จตกทอดของนายประเสริฐ กับนางอุราญ ข้าราชการสังกัดกระทรวงสาธารณสุขซึ่งถูกคนร้ายยิงถึงแก่ความตาย จำเลยที่ 2 จึงทำหนังสือเสนอให้กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลังพิจารณา แต่กรมบัญชีกลางแจ้งให้จำเลยที่ 1 สอบสวนข้อเท็จจริงก่อนว่าการตายของนายประเสริฐกับนางอุราญมีสาเหตุเนื่องมาจากความประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงของผู้ตายทั้งสองหรือไม่เพื่อประกอบการพิจารณาสั่งจ่ายเงินบำเหน็จตกทอด จำเลยที่ 1 จึงมีคำสั่งแต่งตั้งจำเลยที่ 3 ถึงที่ 7 เป็นคณะกรรมการสอบสวนหาข้อเท็จจริงดังกล่าว คณะกรรมการดังกล่าวสอบสวนแล้วมีความเห็นหรือมติว่าสาเหตุการตายของนายประเสริฐเนื่องมาจากความประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงของนายประเสริฐ ส่วนสาเหตุการตายของนางอุราญไม่ได้เนื่องมาจากความประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงของนางอุราญ กรมบัญชีกลางจึงไม่จ่ายเงินบำเหน็จตกทอดของนายประเสริฐให้แก่โจทก์ทั้งสอง คงจ่ายให้เฉพาะส่วนของนางอุราญ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสองว่า โจทก์ทั้งสองมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งเจ็ดหรือไม่ เห็นว่า อำนาจหน้าที่ในการพิจารณาและสั่งจ่ายเงินบำเหน็จตกทอดให้แก่โจทก์ทั้งสองเป็นของกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลังโดยเฉพาะ เมื่อโจทก์ทั้งสองขอรับเงินบำเหน็จตกทอดของนายประเสริฐ จำเลยที่ 2 เป็นผู้เสนอเรื่องไปให้กรมบัญชีกลางเป็นผู้พิจารณา กรมบัญชีกลางส่งเรื่องให้จำเลยที่ 1 สอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อประกอบการพิจารณา จำเลยที่ 1 จึงมีคำสั่งแต่งตั้งจำเลยที่ 3 ถึงที่ 7 เป็นกรรมการสอบสวนหาข้อเท็จจริง ดังนี้ การกระทำของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ดังกล่าวหาได้กระทำการใดอันจะถือว่าเป็นการโต้แย้งสิทธิหรือหน้าที่ของโจทก์ทั้งสอง ส่วนจำเลยที่ 3 ถึงที่ 7 ซึ่งเป็นคณะกรรมการสอบสวนหาข้อเท็จจริง เมื่อได้ทำการสอบสวนแล้วมีความเห็นว่า สาเหตุการตายของนายประเสริฐเกิดขึ้นเนื่องมาจากการประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงของนายประเสริฐ และต่อมาได้ส่งความเห็นนี้ไปให้กรมบัญชีกลางเป็นผู้พิจารณา ความเห็นของจำเลยที่ 3 ถึงที่ 7 ที่ได้จากการสอบสวนจึงเป็นการกระทำในอำนาจหน้าที่ที่ได้รับความหมายมาจากจำเลยที่ 1 แต่ความเห็นดังกล่าวหามีผลเป็นการวินิจฉัยชี้ขาด หรือฟังเป็นยุติที่กรมบัญชีกลางจะต้องปฏิบัติตามแต่อย่างใดไม่ กรณียังถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 3 ถึงที่ 7 ได้กระทำการอันเป็นการโต้แย้งสิทธิหรือหน้าที่ของโจทก์ทั้งสองเช่นเดียวกัน โจทก์ทั้งสองจึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งเจ็ด ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสองมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (มนตรี ยอดปัญญา-วิชัย วิวิตเสวี-ธานิศ เกศวพิทักษ์) ศาลจังหวัดขอนแก่น - นายอุทัย พิศวง ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายวิจิตร วิสุชาติ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
266420
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดขอนแก่น",
        "judge": "นายอุทัย พิศวง"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 4",
        "judge": "นายวิจิตร วิสุชาติ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082028351"
    }
}
date
2548
deka_no
6432/2548
deka_running_no
6432
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "มนตรี ยอดปัญญา",
    "วิชัย วิวิตเสวี",
    "ธานิศ เกศวพิทักษ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 55"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายอัครเดช ตะน่าน กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่ามติของจำเลยทั้งเจ็ดเป็นมติที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และให้เพิกถอนมติดังกล่าว

จำเลยทั้งเจ็ดให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า โจทก์ทั้งสองขอรับเงินบำเหน็จตกทอดของนายประเสริฐ กับนางอุราญ ข้าราชการสังกัดกระทรวงสาธารณสุขซึ่งถูกคนร้ายยิงถึงแก่ความตาย จำเลยที่ 2 จึงทำหนังสือเสนอให้กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลังพิจารณา แต่กรมบัญชีกลางแจ้งให้จำเลยที่ 1 สอบสวนข้อเท็จจริงก่อนว่าการตายของนายประเสริฐกับนางอุราญมีสาเหตุเนื่องมาจากความประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงของผู้ตายทั้งสองหรือไม่เพื่อประกอบการพิจารณาสั่งจ่ายเงินบำเหน็จตกทอด จำเลยที่ 1 จึงมีคำสั่งแต่งตั้งจำเลยที่ 3 ถึงที่ 7 เป็นคณะกรรมการสอบสวนหาข้อเท็จจริงดังกล่าว คณะกรรมการดังกล่าวสอบสวนแล้วมีความเห็นหรือมติว่าสาเหตุการตายของนายประเสริฐเนื่องมาจากความประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงของนายประเสริฐ ส่วนสาเหตุการตายของนางอุราญไม่ได้เนื่องมาจากความประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงของนางอุราญ กรมบัญชีกลางจึงไม่จ่ายเงินบำเหน็จตกทอดของนายประเสริฐให้แก่โจทก์ทั้งสอง คงจ่ายให้เฉพาะส่วนของนางอุราญ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสองว่า โจทก์ทั้งสองมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งเจ็ดหรือไม่ เห็นว่า อำนาจหน้าที่ในการพิจารณาและสั่งจ่ายเงินบำเหน็จตกทอดให้แก่โจทก์ทั้งสองเป็นของกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลังโดยเฉพาะ เมื่อโจทก์ทั้งสองขอรับเงินบำเหน็จตกทอดของนายประเสริฐ จำเลยที่ 2 เป็นผู้เสนอเรื่องไปให้กรมบัญชีกลางเป็นผู้พิจารณา กรมบัญชีกลางส่งเรื่องให้จำเลยที่ 1 สอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อประกอบการพิจารณา จำเลยที่ 1 จึงมีคำสั่งแต่งตั้งจำเลยที่ 3 ถึงที่ 7 เป็นกรรมการสอบสวนหาข้อเท็จจริง ดังนี้ การกระทำของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ดังกล่าวหาได้กระทำการใดอันจะถือว่าเป็นการโต้แย้งสิทธิหรือหน้าที่ของโจทก์ทั้งสอง ส่วนจำเลยที่ 3 ถึงที่ 7 ซึ่งเป็นคณะกรรมการสอบสวนหาข้อเท็จจริง เมื่อได้ทำการสอบสวนแล้วมีความเห็นว่า สาเหตุการตายของนายประเสริฐเกิดขึ้นเนื่องมาจากการประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงของนายประเสริฐ และต่อมาได้ส่งความเห็นนี้ไปให้กรมบัญชีกลางเป็นผู้พิจารณา ความเห็นของจำเลยที่ 3 ถึงที่ 7 ที่ได้จากการสอบสวนจึงเป็นการกระทำในอำนาจหน้าที่ที่ได้รับความหมายมาจากจำเลยที่ 1 แต่ความเห็นดังกล่าวหามีผลเป็นการวินิจฉัยชี้ขาด หรือฟังเป็นยุติที่กรมบัญชีกลางจะต้องปฏิบัติตามแต่อย่างใดไม่ กรณียังถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 3 ถึงที่ 7 ได้กระทำการอันเป็นการโต้แย้งสิทธิหรือหน้าที่ของโจทก์ทั้งสองเช่นเดียวกัน โจทก์ทั้งสองจึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งเจ็ด ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสองมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000789.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548