คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 986/2548 ฉบับเต็ม

#266439
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 986/2548 ธนาคารอาคารสงเคราะห์ โจทก์ นางสุพร้อม ชัยกูล จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 323 โจทก์แถลงขอรับเงินค่าขึ้นศาลที่ศาลสั่งคืน ศาลมีคำสั่งอนุญาตโดยสั่งจ่ายเช็คให้โจทก์ไป แต่ตราบใดที่โจทก์มิได้นำเช็คไปเรียกเก็บจากธนาคาร เงินดังกล่าวย่อมถือว่าเป็นเงินค้างจ่ายอยู่ในศาล ถ้าโจทก์มิได้เรียกเอาภายใน 5 ปี นับแต่วันที่ศาลสั่งอนุญาตเงินดังกล่าวย่อมตกเป็นของแผ่นดินตาม ป.วิ.พ. มาตรา 323 ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความฉบับลงวันที่ 23 กรกฎาคม 2539 และสั่งคืนค่าขึ้นศาลให้โจทก์จำนวน 80,000 บาท ต่อมาวันที่ 19 มกราคม 2541 โจทก์ยื่นคำแถลงขอรับเงินค่าขึ้นศาลที่ศาลสั่งคืน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต และทนายโจทก์ได้รับเช็คสั่งจ่ายเงินจำนวน 80,000 บาท ไปจากศาลเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2541 ต่อมาวันที่ 14 ตุลาคม 2546 โจทก์ยื่นคำร้องว่า ทนายโจทก์ทำเช็คค่าขึ้นศาลที่ศาลสั่งคืนหาย ขอให้ศาลจ่ายเงินจำนวน 80,000 บาท แก่โจทก์แทนเช็คฉบับดังกล่าว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าศาลนำเงินค่าธรรมเนียมที่สั่งคืนส่งเป็นรายได้ของแผ่นดินแล้ว ประกอบกับโจทก์ยื่นคำร้องฉบับนี้เมื่อพ้น 5 ปี นับแต่มีสิทธิได้รับคืน โจทก์จึงไม่อาจขอรับเงินดังกล่าวได้ ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์มีสิทธิขอรับเงินค่าขึ้นศาลที่ศาลสั่งคืนจำนวน 80,000 บาท ได้หรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมและสั่งคืนค่าขึ้นศาลแก่โจทก์จำนวน 80,000 บาท แม้โจทก์ได้แถลงขอรับเงินดังกล่าวเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2541 และศาลมีคำสั่งอนุญาตโดยสั่งจ่ายเป็นเช็คให้โจทก์ไปเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2541 ก็ตาม แต่ตราบใดที่โจทก์มิได้นำเช็คดังกล่าวไปเรียกเก็บเงินจากธนาคาร เงินดังกล่าวย่อมถือว่าเป็นเงินค้างจ่ายอยู่ในศาล ซึ่งถ้าโจทก์มิได้เรียกเอาภายใน 5 ปี นับแต่วันที่ศาลสั่งอนุญาต เงินดังกล่าวย่อมตกเป็นของแผ่นดินตาม ป.วิ.พ. มาตรา 323 ดังนั้น เมื่อโจทก์มายื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งจ่ายเงินค่าขึ้นศาลอีกครั้งในวันที่ 14 ตุลาคม 2546 ซึ่งพ้นกำหนด 5 ปี นับแต่วันที่ศาลสั่งอนุญาตให้โจทก์รับไปเงินดังกล่าวจึงตกเป็นของแผ่นดินไปแล้วที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยต้องกันมาไม่คืนเงินให้โจทก์นั้นชอบแล้ว พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (สมชาย จุลนิติ์-มานะ ศุภวิริยกุล-ชาลี ทัพภวิมล) ศาลแพ่ง - นางวาสนา อัจฉรานุวัฒน์ ศาลอุทธรณ์ - นายชัยยันต์ ศุขโชติ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
266439
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นางวาสนา อัจฉรานุวัฒน์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายชัยยันต์ ศุขโชติ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082034522"
    }
}
date
2548
deka_no
986/2548
deka_running_no
986
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "สมชาย จุลนิติ์",
    "มานะ ศุภวิริยกุล",
    "ชาลี ทัพภวิมล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 323"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคารอาคารสงเคราะห์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสุพร้อม ชัยกูล"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความฉบับลงวันที่ 23 กรกฎาคม 2539 และสั่งคืนค่าขึ้นศาลให้โจทก์จำนวน 80,000 บาท ต่อมาวันที่ 19 มกราคม 2541 โจทก์ยื่นคำแถลงขอรับเงินค่าขึ้นศาลที่ศาลสั่งคืน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต และทนายโจทก์ได้รับเช็คสั่งจ่ายเงินจำนวน 80,000 บาท ไปจากศาลเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2541 ต่อมาวันที่ 14 ตุลาคม 2546 โจทก์ยื่นคำร้องว่า ทนายโจทก์ทำเช็คค่าขึ้นศาลที่ศาลสั่งคืนหาย ขอให้ศาลจ่ายเงินจำนวน 80,000 บาท แก่โจทก์แทนเช็คฉบับดังกล่าว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าศาลนำเงินค่าธรรมเนียมที่สั่งคืนส่งเป็นรายได้ของแผ่นดินแล้ว ประกอบกับโจทก์ยื่นคำร้องฉบับนี้เมื่อพ้น 5 ปี นับแต่มีสิทธิได้รับคืน โจทก์จึงไม่อาจขอรับเงินดังกล่าวได้ ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์มีสิทธิขอรับเงินค่าขึ้นศาลที่ศาลสั่งคืนจำนวน 80,000 บาท ได้หรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมและสั่งคืนค่าขึ้นศาลแก่โจทก์จำนวน 80,000 บาท แม้โจทก์ได้แถลงขอรับเงินดังกล่าวเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2541 และศาลมีคำสั่งอนุญาตโดยสั่งจ่ายเป็นเช็คให้โจทก์ไปเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2541 ก็ตาม แต่ตราบใดที่โจทก์มิได้นำเช็คดังกล่าวไปเรียกเก็บเงินจากธนาคาร เงินดังกล่าวย่อมถือว่าเป็นเงินค้างจ่ายอยู่ในศาล ซึ่งถ้าโจทก์มิได้เรียกเอาภายใน 5 ปี นับแต่วันที่ศาลสั่งอนุญาต เงินดังกล่าวย่อมตกเป็นของแผ่นดินตาม ป.วิ.พ. มาตรา 323 ดังนั้น เมื่อโจทก์มายื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งจ่ายเงินค่าขึ้นศาลอีกครั้งในวันที่ 14 ตุลาคม 2546 ซึ่งพ้นกำหนด 5 ปี นับแต่วันที่ศาลสั่งอนุญาตให้โจทก์รับไปเงินดังกล่าวจึงตกเป็นของแผ่นดินไปแล้วที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยต้องกันมาไม่คืนเงินให้โจทก์นั้นชอบแล้ว

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000846.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548