คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5914/2548 ฉบับเต็ม

#266484
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5914/2548 นางสาวอัศรา นัยวุฒิ โจทก์ นางประไพ ศิริวัฒน์ จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 23, มาตรา 27, มาตรา 46 วรรคสอง, มาตรา 229 คำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งอุทธรณ์ของจำเลยลงวันที่ 8 ตุลาคม 2546 ปรากฏมีรอยลบด้วยหมึกสีขาวในตอนท้าย แล้วมีข้อความเขียนทับลงบนรอยลบดังกล่าวใหม่เป็นที่ประจักษ์ดังที่จำเลยกล่าวอ้าง อันเป็นการขูดลบโดยศาลชั้นต้นมิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่ง ป.วิ.พ. มาตรา 46 วรรคสอง เป็นการไม่ชอบ และตามสำนวนที่ปรากฏต่อมาว่าจำเลยได้ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมฉบับลงวันที่ 13 ตุลาคม 2546 อ้างว่าจำเลยไม่สามารถหาเงินค่าธรรมเนียมดังกล่าวมาวางศาลได้ทันตามกำหนด อันเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ขัดแย้งกับคำสั่งของศาลชั้นต้นบนรอยลบด้วยหมึกสีขาวที่มีข้อความสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยไปแล้ว และเมื่อตามรูปคดีประกอบคำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งอุทธรณ์ในส่วนไม่มีรอยลบด้วยหมึกสีขาวตอนแรกที่ว่า การที่จำเลยอุทธรณ์ขอให้ศาลพิจารณาคดีใหม่นั้นเท่ากับขอให้ศาลอุทธรณ์ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและให้พิจารณาคดีใหม่ซึ่งอาจมีผลให้จำเลยชนะคดีโจทก์ได้ จำเลยจึงต้องนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แทนคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งมาวางศาลพร้อมอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 229 แล้ว ข้อความเดิมต่อจากข้อความดังกล่าวนี้ก็ไม่อาจจะเป็นอย่างอื่นได้นอกจากเป็นข้อความที่สั่งกำหนดเวลาให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมดังกล่าวมาวางต่อศาลภายในระยะเวลาที่กำหนด ประกอบกับจำเลยได้ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมต่อศาลชั้นต้นฉบับลงวันที่ 13 ตุลาคม 2546 ภายหลังวันที่จำเลยยื่นอุทธรณ์เพียง 5 วัน พฤติการณ์แห่งคดีตามสำนวนที่ปรากฏแก่ศาลเช่นนี้ จึงมีเหตุอันควรแสดงให้เห็นว่าจำเลยไม่ทราบคำสั่งของศาลชั้นต้นที่แก้ไขคำสั่งเดิมแล้วมีคำสั่งใหม่เป็นไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยดังกล่าวดังที่กล่าวอ้างมาในคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง มิฉะนั้นก็ไม่มีเหตุผลใดที่จำเลยจะยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมต่อศาลชั้นต้นโดยอ้างว่าจำเลยไม่สามารถหาเงินมาวางต่อศาลได้ทันตามกำหนด เมื่อความปรากฏแก่ศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกาเช่นนี้ ย่อมมีเหตุผลสมควรที่ศาลจะมีคำสั่งให้เพิกถอนหรือมีคำสั่งในเรื่องนั้นอย่างใดอย่างหนึ่งเสียได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 27 ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมโดยหาจำต้องให้จำเลยต้องยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนเสียก่อนอีกไม่ ดังนั้น ศาลฎีกาเห็นสมควรมีคำสั่งแก้ไขกระบวนพิจารณาที่มิชอบของศาลชั้นต้นดังกล่าวเสีย โดยเพียงแต่กำหนดระยะเวลาให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แทนคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งมาวางต่อศาลชั้นต้นเพื่อให้จำเลยสามารถดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปได้เท่านั้น ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิจารณาโดยขาดนัดแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 160,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 20,000 บาท นับแต่วันที่ 5 พฤศจิกายน 2540 ของต้นเงิน 140,000 บาท นับแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2541 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยถึงวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 1 พฤศจิกายน) ไม่เกิน 47,813 บาท กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 1,500 บาท จำเลยยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งอนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่ โจทก์ยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงตามสำนวนได้ความว่า เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2546 จำเลยยื่นอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ของจำเลย โดยจำเลยมิได้นำเงินค่าฤชาธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แทนโจทก์มาวางศาลพร้อมกับอุทธรณ์นั้น ศาลชั้นต้นสั่งอุทธรณ์ของจำเลยในวันเดียวกันว่า การที่จำเลยอุทธรณ์ขอให้ศาลพิจารณาคดีใหม่นั้นเท่ากับขอให้ศาลอุทธรณ์ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและให้พิจารณาคดีใหม่ซึ่งอาจมีผลให้จำเลยชนะคดีโจทก์ได้ จำเลยจึงต้องนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แทนคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งมาวางศาลพร้อมอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 229 เมื่อจำเลยไม่นำเงินค่าธรรมเนียมใช้แทนมาวางศาลพร้อมกับอุทธรณ์ จึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบ ไม่รับอุทธรณ์ คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมดให้จำเลย วันที่ 13 เดือนเดียวกัน จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมดังกล่าวอ้างว่าจะครบกำหนดวางเงินค่าธรรมเนียมในวันรุ่งขึ้น แต่จำเลยไม่สามารถจัดหาเงินค่าธรรมเนียมได้ทันตามกำหนด ขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมออกไปถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2546 ศาลชั้นต้นสั่งคำร้องของจำเลยว่า เนื่องจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยแล้ว จำเลยจึงไม่อาจขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียม ให้ยกคำร้อง จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งว่าจำเลยทราบคำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งอุทธรณ์ของจำเลยฉบับลงวันที่ 8 ตุลาคม 2546 ก่อนจะมีรอยลบว่าให้จำเลยวางค่าธรรมเนียมใช้แทนคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งภายใน 7 วัน นับแต่วันที่มีคำสั่ง จึงจะรับอุทธรณ์จำเลย คำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งใหม่บนรอยลบด้วยน้ำหมึกสีขาวที่ว่า "เมื่อจำเลยไม่นำเงินค่าธรรมเนียมใช้แทนมาวางศาลพร้อมกับอุทธรณ์ จึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบ ไม่รับอุทธรณ์ คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมดให้จำเลย" ซึ่งเป็นคำสั่งเปลี่ยนแปลงแก้ไขคำสั่งเดิมโดยมิได้แจ้งให้จำเลยทราบและทำให้จำเลยเสียหาย จึงเป็นการไม่ชอบ ศาลอุทธรณ์พิเคราะห์แล้วเห็นว่า คำสั่งศาลชั้นต้นลงวันที่ 8 ตุลาคม 2546 มีรอยลบออกและเขียนลงใหม่ เป็นการไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 46 วรรคสอง ดังที่จำเลยอ้างในคำร้องจริง แต่ในชั้นนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าคำสั่งเดิมของศาลชั้นต้นจะเป็นจริงดังที่จำเลยกล่าวอ้างในคำร้องหรือไม่ อีกทั้งจำเลยยังมิได้อ้างเหตุผลเช่นนี้เพื่อร้องขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งยกคำร้องฉบับลงวันที่ 13 ตุลาคม 2546 ก่อน ข้อที่จำเลยอ้างในคำร้องอุทธรณ์คำสั่งนี้ จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ไม่อาจวินิจฉัยให้ได้ ให้ยกคำร้อง คดีมีปัญหาตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยจะต้องยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้เพิกถอนคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องฉบับลงวันที่ 13 ตุลาคม 2546 เสียก่อนหรือไม่ ศาลฎีกา เห็นว่า เมื่อตามคำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งอุทธรณ์ของจำเลยลงวันที่ 8 ตุลาคม 2546 ปรากฏมีรอยลบด้วยหมึกสีขาวในตอนท้ายแล้วมีข้อความเขียนทับลงบนรอยลบดังกล่าวใหม่เป็นที่ประจักษ์ดังที่จำเลยกล่าวอ้าง อันเป็นการขูดลบโดยศาลชั้นต้นมิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่ง ป.วิ.พ. มาตรา 46 วรรคสอง เป็นการไม่ชอบดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย และตามสำนวนที่ปรากฏต่อมาจำเลยได้ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมฉบับลงวันที่ 13 ตุลาคม 2546 อ้างว่าจำเลยไม่สามารถหาเงินค่าธรรมเนียมดังกล่าวมาวางศาลได้ทันตามกำหนด อันเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ขัดแย้งกับคำสั่งของศาลชั้นต้นบนรอยลบด้วยหมึกสีขาวที่มีข้อความสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยไปแล้ว และเมื่อพิเคราะห์ตามรูปคดีประกอบคำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งอุทธรณ์ในส่วนไม่มีรอยลบด้วยหมึกสีขาวตอนแรกที่ว่า การที่จำเลยอุทธรณ์ขอให้ศาลพิจารณาคดีใหม่นั้นเท่ากับขอให้ศาลอุทธรณ์ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและให้พิจารณาคดีใหม่ซึ่งอาจมีผลให้จำเลยชนะคดีโจทก์ได้ จำเลยจึงต้องนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แทนคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งมาวางศาลพร้อมอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 229 แล้ว ข้อความเดิมต่อจากข้อความดังกล่าวนี้ก็ไม่อาจจะเป็นอย่างอื่นได้นอกจากเป็นข้อความที่สั่งกำหนดเวลาให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมดังกล่าวมาวางต่อศาลภายในระยะเวลาที่กำหนด ประกอบกับจำเลยได้ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมต่อศาลชั้นต้นฉบับลงวันที่ 13 ตุลาคม 2546 ภายหลังวันที่จำเลยยื่นอุทธรณ์เพียง 5 วัน พฤติการณ์แห่งคดีตามสำนวนที่ปรากฏแก่ศาลเช่นนี้ จึงมีเหตุอันควรแสดงให้เห็นว่าจำเลยไม่ทราบคำสั่งของศาลชั้นต้นที่แก้ไขคำสั่งเดิมแล้วมีคำสั่งใหม่เป็นไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยดังกล่าวดังที่จำเลยกล่าวอ้างมาในคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง มิฉะนั้นก็ไม่มีเหตุผลใดที่จำเลยจะยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมต่อศาลชั้นต้นโดยอ้างว่าจำเลยไม่สามารถหาเงินมาวางต่อศาลได้ทันตามกำหนด เมื่อความปรากฏแก่ศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกาเช่นนี้ ย่อมมีเหตุสมควรที่ศาลจะมีคำสั่งให้เพิกถอนหรือคำสั่งในเรื่องนั้นอย่างใดอย่างหนึ่งเสียได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 27 ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม โดยหาจำต้องให้จำเลยต้องยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนเสียก่อนดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยอีกไม่ ดังนั้น ศาลฎีกาเห็นสมควรมีคำสั่งแก้ไขกระบวนพิจารณาที่มิชอบของศาลชั้นต้นดังกล่าวเสีย โดยเพียงแต่กำหนดระยะเวลาให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แทนคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งมาวางต่อศาลชั้นต้นเพื่อให้จำเลยสามารถดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปได้เท่านั้น ที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งมานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามคำพิพากษามาวางต่อศาลชั้นต้นภายใน 15 วัน นับแต่วันฟังคำพิพากษาศาลฎีกา แล้วให้ศาลชั้นต้นพิจารณาสั่งอุทธรณ์ฉบับลงวันที่ 8 ตุลาคม 2546 ของจำเลยต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมในการชั้นนี้ให้เป็นพับ. (สมศักดิ์ เนตรมัย-สุภิญโญ ชยารักษ์-ประทีป ปิติสันต์) ศาลแขวงดุสิต - นายวิทูร จันทร์แจ้งดี ศาลอุทธรณ์ - นางสาวสุนันท์ ชัยชูสอน แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
266484
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงดุสิต",
        "judge": "นายวิทูร จันทร์แจ้งดี"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นางสาวสุนันท์ ชัยชูสอน"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082028773"
    }
}
date
2548
deka_no
5914/2548
deka_running_no
5914
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "สมศักดิ์ เนตรมัย",
    "สุภิญโญ ชยารักษ์",
    "ประทีป ปิติสันต์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 23",
            "ม. 27",
            "ม. 46 วรรคสอง",
            "ม. 229"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางสาวอัศรา นัยวุฒิ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางประไพ ศิริวัฒน์"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิจารณาโดยขาดนัดแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 160,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 20,000 บาท นับแต่วันที่ 5 พฤศจิกายน 2540 ของต้นเงิน 140,000 บาท นับแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2541 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยถึงวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 1 พฤศจิกายน) ไม่เกิน 47,813 บาท กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 1,500 บาท

จำเลยยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งอนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่

โจทก์ยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงตามสำนวนได้ความว่า เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2546 จำเลยยื่นอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ของจำเลย โดยจำเลยมิได้นำเงินค่าฤชาธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แทนโจทก์มาวางศาลพร้อมกับอุทธรณ์นั้น ศาลชั้นต้นสั่งอุทธรณ์ของจำเลยในวันเดียวกันว่า การที่จำเลยอุทธรณ์ขอให้ศาลพิจารณาคดีใหม่นั้นเท่ากับขอให้ศาลอุทธรณ์ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและให้พิจารณาคดีใหม่ซึ่งอาจมีผลให้จำเลยชนะคดีโจทก์ได้ จำเลยจึงต้องนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แทนคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งมาวางศาลพร้อมอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 229 เมื่อจำเลยไม่นำเงินค่าธรรมเนียมใช้แทนมาวางศาลพร้อมกับอุทธรณ์ จึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบ ไม่รับอุทธรณ์ คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมดให้จำเลย วันที่ 13 เดือนเดียวกัน จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมดังกล่าวอ้างว่าจะครบกำหนดวางเงินค่าธรรมเนียมในวันรุ่งขึ้น แต่จำเลยไม่สามารถจัดหาเงินค่าธรรมเนียมได้ทันตามกำหนด ขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมออกไปถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2546 ศาลชั้นต้นสั่งคำร้องของจำเลยว่า เนื่องจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยแล้ว จำเลยจึงไม่อาจขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียม ให้ยกคำร้อง จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งว่าจำเลยทราบคำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งอุทธรณ์ของจำเลยฉบับลงวันที่ 8 ตุลาคม 2546 ก่อนจะมีรอยลบว่าให้จำเลยวางค่าธรรมเนียมใช้แทนคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งภายใน 7 วัน นับแต่วันที่มีคำสั่ง จึงจะรับอุทธรณ์จำเลย คำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งใหม่บนรอยลบด้วยน้ำหมึกสีขาวที่ว่า "เมื่อจำเลยไม่นำเงินค่าธรรมเนียมใช้แทนมาวางศาลพร้อมกับอุทธรณ์ จึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบ ไม่รับอุทธรณ์ คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมดให้จำเลย" ซึ่งเป็นคำสั่งเปลี่ยนแปลงแก้ไขคำสั่งเดิมโดยมิได้แจ้งให้จำเลยทราบและทำให้จำเลยเสียหาย จึงเป็นการไม่ชอบ ศาลอุทธรณ์พิเคราะห์แล้วเห็นว่า คำสั่งศาลชั้นต้นลงวันที่ 8 ตุลาคม 2546 มีรอยลบออกและเขียนลงใหม่ เป็นการไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 46 วรรคสอง ดังที่จำเลยอ้างในคำร้องจริง แต่ในชั้นนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าคำสั่งเดิมของศาลชั้นต้นจะเป็นจริงดังที่จำเลยกล่าวอ้างในคำร้องหรือไม่ อีกทั้งจำเลยยังมิได้อ้างเหตุผลเช่นนี้เพื่อร้องขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งยกคำร้องฉบับลงวันที่ 13 ตุลาคม 2546 ก่อน ข้อที่จำเลยอ้างในคำร้องอุทธรณ์คำสั่งนี้ จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ไม่อาจวินิจฉัยให้ได้ ให้ยกคำร้อง คดีมีปัญหาตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยจะต้องยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้เพิกถอนคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องฉบับลงวันที่ 13 ตุลาคม 2546 เสียก่อนหรือไม่ ศาลฎีกา เห็นว่า เมื่อตามคำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งอุทธรณ์ของจำเลยลงวันที่ 8 ตุลาคม 2546 ปรากฏมีรอยลบด้วยหมึกสีขาวในตอนท้ายแล้วมีข้อความเขียนทับลงบนรอยลบดังกล่าวใหม่เป็นที่ประจักษ์ดังที่จำเลยกล่าวอ้าง อันเป็นการขูดลบโดยศาลชั้นต้นมิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่ง ป.วิ.พ. มาตรา 46 วรรคสอง เป็นการไม่ชอบดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย และตามสำนวนที่ปรากฏต่อมาจำเลยได้ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมฉบับลงวันที่ 13 ตุลาคม 2546 อ้างว่าจำเลยไม่สามารถหาเงินค่าธรรมเนียมดังกล่าวมาวางศาลได้ทันตามกำหนด อันเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ขัดแย้งกับคำสั่งของศาลชั้นต้นบนรอยลบด้วยหมึกสีขาวที่มีข้อความสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยไปแล้ว และเมื่อพิเคราะห์ตามรูปคดีประกอบคำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งอุทธรณ์ในส่วนไม่มีรอยลบด้วยหมึกสีขาวตอนแรกที่ว่า การที่จำเลยอุทธรณ์ขอให้ศาลพิจารณาคดีใหม่นั้นเท่ากับขอให้ศาลอุทธรณ์ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและให้พิจารณาคดีใหม่ซึ่งอาจมีผลให้จำเลยชนะคดีโจทก์ได้ จำเลยจึงต้องนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แทนคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งมาวางศาลพร้อมอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 229 แล้ว ข้อความเดิมต่อจากข้อความดังกล่าวนี้ก็ไม่อาจจะเป็นอย่างอื่นได้นอกจากเป็นข้อความที่สั่งกำหนดเวลาให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมดังกล่าวมาวางต่อศาลภายในระยะเวลาที่กำหนด ประกอบกับจำเลยได้ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมต่อศาลชั้นต้นฉบับลงวันที่ 13 ตุลาคม 2546 ภายหลังวันที่จำเลยยื่นอุทธรณ์เพียง 5 วัน พฤติการณ์แห่งคดีตามสำนวนที่ปรากฏแก่ศาลเช่นนี้ จึงมีเหตุอันควรแสดงให้เห็นว่าจำเลยไม่ทราบคำสั่งของศาลชั้นต้นที่แก้ไขคำสั่งเดิมแล้วมีคำสั่งใหม่เป็นไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยดังกล่าวดังที่จำเลยกล่าวอ้างมาในคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง มิฉะนั้นก็ไม่มีเหตุผลใดที่จำเลยจะยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมต่อศาลชั้นต้นโดยอ้างว่าจำเลยไม่สามารถหาเงินมาวางต่อศาลได้ทันตามกำหนด

เมื่อความปรากฏแก่ศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกาเช่นนี้ ย่อมมีเหตุสมควรที่ศาลจะมีคำสั่งให้เพิกถอนหรือคำสั่งในเรื่องนั้นอย่างใดอย่างหนึ่งเสียได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 27 ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม โดยหาจำต้องให้จำเลยต้องยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนเสียก่อนดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยอีกไม่ ดังนั้น ศาลฎีกาเห็นสมควรมีคำสั่งแก้ไขกระบวนพิจารณาที่มิชอบของศาลชั้นต้นดังกล่าวเสีย โดยเพียงแต่กำหนดระยะเวลาให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แทนคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งมาวางต่อศาลชั้นต้นเพื่อให้จำเลยสามารถดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปได้เท่านั้น ที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งมานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น

พิพากษากลับ ให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามคำพิพากษามาวางต่อศาลชั้นต้นภายใน 15 วัน นับแต่วันฟังคำพิพากษาศาลฎีกา แล้วให้ศาลชั้นต้นพิจารณาสั่งอุทธรณ์ฉบับลงวันที่ 8 ตุลาคม 2546 ของจำเลยต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมในการชั้นนี้ให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000793.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548