คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6514/2547 ฉบับเต็ม

#266493
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6514/2547 นายยศธน ตั้งสมบัติวิสิทธิ์ โจทก์ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 4 (1), มาตรา 18 วรรคสอง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา 9 (1) พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 9 โจทก์อุทธรณ์โต้แย้งคำสั่งของศาลจังหวัดนนทบุรีที่สั่งไม่รับคำฟ้องของโจทก์และให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ เนื่องจากศาลจังหวัดนนทบุรีเห็นว่าคดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งแม้โจทก์จะอุทธรณ์กล่าวอ้างว่าคดีนี้ควรอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ตามมาตรา 9 (1) แห่ง พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ซึ่งใช้บังคับแล้วในขณะที่โจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้ แต่ขณะยื่นฟ้องศาลปกครองกลางยังมิได้เปิดทำการ คดีนี้จึงอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรมคือศาลจังหวัดนนทบุรีอันเป็นศาลที่จำเลยทั้งแปดมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาล ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 4 (1) ดังนี้ ย่อมมีปัญหาว่าคดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลจังหวัดนนทบุรีหรือศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ซึ่งเป็นศาลยุติธรรมด้วยกันเท่านั้น จึงเป็นกรณีที่มีปัญหาว่าคดีอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศหรือไม่ อันเป็นกรณีที่จะต้องเสนอปัญหาดังกล่าวให้ประธานศาลฎีกาเป็นผู้วินิจฉัย ตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. 2539 มาตรา 9 และต่อมาประธานศาลฎีกาได้มีคำวินิจฉัยแล้วว่าคดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ ดังนั้น การที่ศาลจังหวัดนนทบุรีมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องของโจทก์และจำหน่ายคดีออกจากสารบบความนั้นชอบแล้ว ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่ามติที่ประชุมของจำเลยที่ 2 และที่ 4 ถึงที่ 8 เป็นมติที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย มีคำสั่งให้เพิกถอนมติที่ประชุมของจำเลยที่ 2 และที่ 4 ถึงที่ 8 รวมทั้งให้เพิกถอนคำสั่งนายทะเบียนฉบับลงวันที่ 12 เมษายน 2543 ทุกฉบับ กับมีคำส่งให้จำเลยที่ 1 ดำเนินการรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าและเครื่องหมายบริการของโจทก์ทั้งสามคำขอตามคำสั่งนายทะเบียนฉบับลงวันที่ 7 มีนาคม 2543 จำเลยทั้งแปดให้การขอให้ยกฟ้อง วันนัดชี้สองสถาน ศาลจังหวัดนนทบุรีตรวจสำนวนแล้วเห็นว่า คดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ ดังนั้น การที่ศาลรับคดีนี้ไว้พิจารณาจึงเป็นการผิดระเบียบ ให้เพิกถอนคำสั่งที่รับฟังคดีนี้ไว้และให้จำหน่ายคดีโจทก์เสียจากสารบบความ กับให้โจทก์นำคดีไปฟ้องต่อศาลที่มีอำนาจ ค่าขึ้นศาลให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า โจทก์อุทธรณ์ในข้อกฎหมายว่า แม้คำฟ้องของโจทก์จะเกี่ยวข้องกับเครื่องหมายการค้า แต่เป็นการฟ้องอันเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมายของจำเลยทั้งแปดซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ข้อพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลยทั้งแปดจึงเป็นคดีที่ศาลปกครองมีอำนาจพิจารณาพิพากษาหรือมีคำสั่งตามความในมาตรา 9 (1) แห่ง พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ซึ่งมีผลใช้บังคับแล้วในขณะที่โจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้ แต่ขณะยื่นฟ้องศาลปกครองยังมิได้เปิดทำการ โจทก์จึงต้องนำคดีนี้มายื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นศาลที่จำเลยทั้งแปดมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาล คำฟ้องของโจทก์ดังกล่าวมิใช่คำฟ้องที่กล่าวอ้างถึงการโต้แย้งสิทธิในเครื่องหมายการค้าหรือขอให้เพิกถอนคำสั่งของนายทะเบียนที่ปฏิบัติตามขั้นตอนดังที่กฎหมายให้อำนาจไว้ และมิใช่คดีที่ฟ้องร้องเกี่ยวกับการไม่เห็นด้วยกับคำสั่งของนายทะเบียนหรือคำสั่งของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าซึ่งอยู่ในอำนาจของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศแต่อย่างใด ขอให้ศาลฎีกาพิพากษายกคำสั่งให้จำหน่ายคดีของศาลจังหวัดนนทบุรีและมีคำสั่งให้ศาลจังหวัดนนทบุรีรับฟ้องคดีของโจทก์ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป เห็นว่า คดีนี้โจทก์อุทธรณ์โต้แย้งคำสั่งของศาลจังหวัดนนทบุรีที่สั่งไม่รับคำฟ้องของโจทก์และให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ เนื่องจากศาลจังหวัดนนทบุรีเห็นว่าคดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งแม้โจทก์จะอุทธรณ์กล่าวอ้างว่าคดีนี้ควรอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ตามมาตรา 9 (1) แห่ง พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ซึ่งใช้บังคับเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2542 แต่ขณะที่โจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2543 ศาลปกครองกลางยังมิได้เปิดทำการ คดีนี้จึงอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรมคือศาลจังหวัดนนทบุรีอันเป็นศาลที่จำเลยทั้งแปดมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาล ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 4 (1) ดังนี้ ย่อมมีปัญหาคดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลจังหวัดนนทบุรีหรือศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ซึ่งเป็นศาลยุติธรรมด้วยกันเท่านั้น จึงเป็นกรณีที่มีปัญหาให้ต้องวินิจฉัยว่าคดีอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศหรือไม่ อันเป็นกรณีที่จะต้องเสนอปัญหาดังกล่าวให้ประธานศาลฎีกาเป็นผู้วินิจฉัย ตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. 2539 มาตรา 9 จึงเห็นสมควรเสนอปัญหาให้ประธานศาลฎีกาวินิจฉัยโดยไม่จำต้องย้อนไปให้ศาลจังหวัดนนทบุรีดำเนินการและปรากฏว่าประธานศาลฎีกาได้มีคำวินิจฉัยแล้วว่าคดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ ตามคำวินิจฉัยของประธานศาลฎีกาที่ ทก. 27/2545 ลงวันที่ 13 กันยายน 2547 ดังนั้น การที่ศาลจังหวัดนนทบุรีมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องของโจทก์และจำหน่ายคดีออกจากสารบบความของศาลจังหวัดนนทบุรีนั้น ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นพ้องด้วยในผล พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ. (ประชา ประสงค์จรรยา-กำพล ภู่สุดแสวง-สุรชาติ บุญศิริพันธ์) ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายอดิศร คลี่สุวรรณ ศาลอุทธรณ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
266493
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดนนทบุรี",
        "judge": "นายอดิศร คลี่สุวรรณ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082038222"
    }
}
date
2547
deka_no
6514/2547
deka_running_no
6514
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "ประชา ประสงค์จรรยา",
    "กำพล ภู่สุดแสวง",
    "สุรชาติ บุญศิริพันธ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 4 (1)",
            "ม. 18 วรรคสอง"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542",
        "sections": [
            "ม. 9 (1)"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539",
        "sections": [
            "ม. 9"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายยศธน ตั้งสมบัติวิสิทธิ์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่ามติที่ประชุมของจำเลยที่ 2 และที่ 4 ถึงที่ 8 เป็นมติที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย มีคำสั่งให้เพิกถอนมติที่ประชุมของจำเลยที่ 2 และที่ 4 ถึงที่ 8 รวมทั้งให้เพิกถอนคำสั่งนายทะเบียนฉบับลงวันที่ 12 เมษายน 2543 ทุกฉบับ กับมีคำส่งให้จำเลยที่ 1 ดำเนินการรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าและเครื่องหมายบริการของโจทก์ทั้งสามคำขอตามคำสั่งนายทะเบียนฉบับลงวันที่ 7 มีนาคม 2543

จำเลยทั้งแปดให้การขอให้ยกฟ้อง

วันนัดชี้สองสถาน ศาลจังหวัดนนทบุรีตรวจสำนวนแล้วเห็นว่า คดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ ดังนั้น การที่ศาลรับคดีนี้ไว้พิจารณาจึงเป็นการผิดระเบียบ ให้เพิกถอนคำสั่งที่รับฟังคดีนี้ไว้และให้จำหน่ายคดีโจทก์เสียจากสารบบความ กับให้โจทก์นำคดีไปฟ้องต่อศาลที่มีอำนาจ ค่าขึ้นศาลให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์ปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 223 ทวิ

ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า โจทก์อุทธรณ์ในข้อกฎหมายว่า แม้คำฟ้องของโจทก์จะเกี่ยวข้องกับเครื่องหมายการค้า แต่เป็นการฟ้องอันเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมายของจำเลยทั้งแปดซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ข้อพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลยทั้งแปดจึงเป็นคดีที่ศาลปกครองมีอำนาจพิจารณาพิพากษาหรือมีคำสั่งตามความในมาตรา 9 (1) แห่ง พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ซึ่งมีผลใช้บังคับแล้วในขณะที่โจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้ แต่ขณะยื่นฟ้องศาลปกครองยังมิได้เปิดทำการ โจทก์จึงต้องนำคดีนี้มายื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นศาลที่จำเลยทั้งแปดมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาล คำฟ้องของโจทก์ดังกล่าวมิใช่คำฟ้องที่กล่าวอ้างถึงการโต้แย้งสิทธิในเครื่องหมายการค้าหรือขอให้เพิกถอนคำสั่งของนายทะเบียนที่ปฏิบัติตามขั้นตอนดังที่กฎหมายให้อำนาจไว้ และมิใช่คดีที่ฟ้องร้องเกี่ยวกับการไม่เห็นด้วยกับคำสั่งของนายทะเบียนหรือคำสั่งของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าซึ่งอยู่ในอำนาจของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศแต่อย่างใด ขอให้ศาลฎีกาพิพากษายกคำสั่งให้จำหน่ายคดีของศาลจังหวัดนนทบุรีและมีคำสั่งให้ศาลจังหวัดนนทบุรีรับฟ้องคดีของโจทก์ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป เห็นว่า คดีนี้โจทก์อุทธรณ์โต้แย้งคำสั่งของศาลจังหวัดนนทบุรีที่สั่งไม่รับคำฟ้องของโจทก์และให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ เนื่องจากศาลจังหวัดนนทบุรีเห็นว่าคดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งแม้โจทก์จะอุทธรณ์กล่าวอ้างว่าคดีนี้ควรอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ตามมาตรา 9 (1) แห่ง พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ซึ่งใช้บังคับเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2542 แต่ขณะที่โจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2543 ศาลปกครองกลางยังมิได้เปิดทำการ คดีนี้จึงอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรมคือศาลจังหวัดนนทบุรีอันเป็นศาลที่จำเลยทั้งแปดมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาล ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 4 (1) ดังนี้ ย่อมมีปัญหาคดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลจังหวัดนนทบุรีหรือศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ซึ่งเป็นศาลยุติธรรมด้วยกันเท่านั้น จึงเป็นกรณีที่มีปัญหาให้ต้องวินิจฉัยว่าคดีอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศหรือไม่ อันเป็นกรณีที่จะต้องเสนอปัญหาดังกล่าวให้ประธานศาลฎีกาเป็นผู้วินิจฉัย ตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. 2539 มาตรา 9 จึงเห็นสมควรเสนอปัญหาให้ประธานศาลฎีกาวินิจฉัยโดยไม่จำต้องย้อนไปให้ศาลจังหวัดนนทบุรีดำเนินการและปรากฏว่าประธานศาลฎีกาได้มีคำวินิจฉัยแล้วว่าคดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ ตามคำวินิจฉัยของประธานศาลฎีกาที่ ทก. 27/2545 ลงวันที่ 13 กันยายน 2547 ดังนั้น การที่ศาลจังหวัดนนทบุรีมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องของโจทก์และจำหน่ายคดีออกจากสารบบความของศาลจังหวัดนนทบุรีนั้น ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นพ้องด้วยในผล

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000879.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547