คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 368/2549 ฉบับเต็ม

#266496
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 368/2549 สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ โจทก์ นายสมเกียรติ ขณะรัตน์ จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 537, มาตรา 563 จำเลยทำสัญญาเช่าที่ดินเพื่อใช้เป็นทางเดินและที่ตั้งตลาดและทำสัญญาเช่าอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างกับโจทก์ โดยมีข้อตกลงว่าหากชำระค่าเช่า ค่าภาษี ค่าธรรมเนียมหรือเงินอื่นใดที่ผู้เช่าต้องชำระให้แก่ผู้เช่าเกินกำหนดเวลา ผู้เช่าต้องชำระเงินเพิ่มจากเงินดังกล่าวเป็นเบี้ยปรับอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือนของเงินที่ค้างชำระ สัญญาเช่าดังกล่าวเป็นสัญญาเช่าทรัพย์สินตาม ป.พ.พ. มาตรา 537 ข้อตกลงเรื่องเบี้ยปรับดังกล่าวจึงเป็นข้อตกลงตามสัญญาเช่าทรัพย์สิน การฟ้องเรียกเบี้ยปรับต้องดำเนินการฟ้องเสียภายใน 6 เดือน นับแต่วันที่จำเลยส่งคืนทรัพย์สินที่ให้เช่า ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเช่าและเบี้ยปรับจำนวน 469,300 บาท พร้อมเบี้ยปรับในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือน เศษของเดือนให้นับเป็น 1 เดือน ในต้นเงินจำนวน 247,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์จำนวน 247,000 บาท และให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 2,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนในทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี คำขออื่นให้ยกเสีย โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้น ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า คดีโจทก์ขาดอายุความเรียกเอาเบี้ยปรับตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า ตามสัญญาเช่าที่ราชพัสดุเพื่อใช้เป็นทางเดินและเป็นที่ตั้งตลาดเพียรยินดี และสัญญาเช่าอาคารหรือสิ่งก่อสร้างกำหนดไว้ว่าการชำระค่าเช่า ค่าภาษี ค่าธรรมเนียม หรือเงินอื่นใดที่ผู้เช่าต้องชำระให้แก่ผู้ให้เช่าตามกำหนดเวลา หากชำระเกินกำหนดเวลา ผู้เช่าจะต้องชำระเงินเพิ่มขึ้นจากเงินดังกล่าวเป็นเบี้ยปรับให้ผู้ให้เช่าอีกในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือนของเงินที่ค้างชำระ เศษของเดือนให้นับเป็น 1 เดือน เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้โดยโจทก์มิได้โต้แย้งว่า สัญญาเช่าดังกล่าวเป็นสัญญาเช่าทรัพย์สินตาม ป.พ.พ. มาตรา 537 ข้อตกลงเรื่องเบี้ยปรับเป็นข้อตกลงตามสัญญาเช่าทั้งสองฉบับดังกล่าว เมื่อครบกำหนดสัญญาเช่าทั้งสองสัญญา จำเลยไม่ได้เป็นผู้เช่าที่ดินทั้งสองแปลงและอาคารตลาดเพียรยินดีจากโจทก์ และโจทก์ได้รับมอบที่ดินพร้อมอาคารเพียรยินดีคืนจากจำเลยในวันที่ 31 มกราคม 2541 การฟ้องคดีเรียกเบี้ยปรับตามสัญญาเช่าเป็นคดีที่โจทก์ฟ้องให้จำเลยปฏิบัติเกี่ยวแก่สัญญาเช่าก็ต้องดำเนินการฟ้องเสียภายใน 6 เดือนนับแต่วันส่งคืนทรัพย์สินที่ให้เช่าตาม ป.พ.พ. มาตรา 563 กรณีหาใช่เป็นเรื่องดอกเบี้ยค้างชำระหรือค่าเช่าทรัพย์สินค้างชำระ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/33 ตามที่โจทก์ฎีกาไม่ เมื่อโจทก์มาฟ้องเรียกเบี้ยปรับจากจำเลยเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2546 เกินกำหนด 6 เดือนนับแต่วันส่งคืนทรัพย์สินที่เช่า คดีโจทก์ที่ขอให้จำเลยชำระเบี้ยปรับจึงขาดอายุความตามที่จำเลยต่อสู้ในคำให้การ คำพิพากษาศาลชั้นต้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (บุญรอด ตันประเสริฐ-สมชัย จึงประเสริฐ-ชัชลิต ละเอียด) ศาลจังหวัดพัทลุง - นายวินัย เกิดด้วยทอง ศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
266496
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดพัทลุง",
        "judge": "นายวินัย เกิดด้วยทอง"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ -",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082026660"
    }
}
date
2549
deka_no
368/2549
deka_running_no
368
deka_year
2549
department
แผนก
judges
[
    "บุญรอด ตันประเสริฐ",
    "สมชัย จึงประเสริฐ",
    "ชัชลิต ละเอียด"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 537",
            "ม. 563"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสมเกียรติ ขณะรัตน์"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเช่าและเบี้ยปรับจำนวน 469,300 บาท พร้อมเบี้ยปรับในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือน เศษของเดือนให้นับเป็น 1 เดือน ในต้นเงินจำนวน 247,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์จำนวน 247,000 บาท และให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 2,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนในทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี คำขออื่นให้ยกเสีย

โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้น ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 223 ทวิ

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า คดีโจทก์ขาดอายุความเรียกเอาเบี้ยปรับตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า ตามสัญญาเช่าที่ราชพัสดุเพื่อใช้เป็นทางเดินและเป็นที่ตั้งตลาดเพียรยินดี และสัญญาเช่าอาคารหรือสิ่งก่อสร้างกำหนดไว้ว่าการชำระค่าเช่า ค่าภาษี ค่าธรรมเนียม หรือเงินอื่นใดที่ผู้เช่าต้องชำระให้แก่ผู้ให้เช่าตามกำหนดเวลา หากชำระเกินกำหนดเวลา ผู้เช่าจะต้องชำระเงินเพิ่มขึ้นจากเงินดังกล่าวเป็นเบี้ยปรับให้ผู้ให้เช่าอีกในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือนของเงินที่ค้างชำระ เศษของเดือนให้นับเป็น 1 เดือน เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้โดยโจทก์มิได้โต้แย้งว่า สัญญาเช่าดังกล่าวเป็นสัญญาเช่าทรัพย์สินตาม ป.พ.พ. มาตรา 537 ข้อตกลงเรื่องเบี้ยปรับเป็นข้อตกลงตามสัญญาเช่าทั้งสองฉบับดังกล่าว เมื่อครบกำหนดสัญญาเช่าทั้งสองสัญญา จำเลยไม่ได้เป็นผู้เช่าที่ดินทั้งสองแปลงและอาคารตลาดเพียรยินดีจากโจทก์ และโจทก์ได้รับมอบที่ดินพร้อมอาคารเพียรยินดีคืนจากจำเลยในวันที่ 31 มกราคม 2541 การฟ้องคดีเรียกเบี้ยปรับตามสัญญาเช่าเป็นคดีที่โจทก์ฟ้องให้จำเลยปฏิบัติเกี่ยวแก่สัญญาเช่าก็ต้องดำเนินการฟ้องเสียภายใน 6 เดือนนับแต่วันส่งคืนทรัพย์สินที่ให้เช่าตาม ป.พ.พ. มาตรา 563 กรณีหาใช่เป็นเรื่องดอกเบี้ยค้างชำระหรือค่าเช่าทรัพย์สินค้างชำระ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/33 ตามที่โจทก์ฎีกาไม่ เมื่อโจทก์มาฟ้องเรียกเบี้ยปรับจากจำเลยเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2546 เกินกำหนด 6 เดือนนับแต่วันส่งคืนทรัพย์สินที่เช่า คดีโจทก์ที่ขอให้จำเลยชำระเบี้ยปรับจึงขาดอายุความตามที่จำเลยต่อสู้ในคำให้การ คำพิพากษาศาลชั้นต้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000773.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2549