คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7025/2548 ฉบับเต็ม

#266502
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7025/2548 บริษัทภัทรลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) โจทก์ บริษัทแพนรามา ทราเวล คอนซัลแตนท์ จำกัด กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 193/34 (6), มาตรา 563 ป.วิ.พ. มาตรา 243 (1), มาตรา 249 คดีนี้จำเลยทั้งสามให้การต่อสู้ในเรื่องอายุความเฉพาะค่าเสียหายอันเกี่ยวกับสัญญาเช่าตาม ป.พ.พ. มาตรา 563 จึงมีประเด็นวินิจฉัยเฉพาะอายุความ 6 เดือน ตามมาตรา 563 เท่านั้น การที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าค่าเช่าที่ค้างชำระไม่ขาดอายุความตามมาตรา 193/34 (6) จึงเป็นการวินิจฉัยนอกฟ้องนอกประเด็น เมื่อจำเลยทั้งสามอุทธรณ์ต่อมาว่า ฟ้องโจทก์ในส่วนค่าเช่าขาดอายุความ จึงเป็นอุทธรณ์ในข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ต้องไม่วินิจฉัยให้ การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยให้ว่าคดีโจทก์ขาดอายุความตามมาตรา 193/34 (6) และไม่วินิจฉัยปัญหาข้ออื่นตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสาม จึงเป็นการวินิจฉัยนอกฟ้องนอกประเด็นแห่งคดี ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้คู่ความจะไม่ได้ยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ เมื่อศาลอุทธรณ์ยังไม่ได้วินิจฉัยปัญหาตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามที่ว่า จำเลยทั้งสามต้องชำระค่าเช่าค้างชำระตามที่ศาลชั้นต้นกำหนดไว้หรือไม่ เพียงใด แม้ปัญหาดังกล่าวคู่ความจะได้นำสืบข้อเท็จจริงกันมาเสร็จสิ้นแล้วก็ตาม แต่ผลแห่งการวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์อาจนำไปสู่การจำกัดสิทธิการฎีกาของคู่ความได้ ศาลฎีกาจึงเห็นสมควรย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์เป็นผู้วินิจฉัยในปัญหาข้อนี้เสียก่อน ___________________________ โจทก์ฟ้องว่าจำเลยผิดสัญญาเช่ารถยนต์กับโจทก์ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 645,217.71 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสามให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 97,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 5 มีนาคม 2541 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้ตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องเรียกค่าเช่าที่ค้างชำระ ค่าขาดราคา ค่าขาดประโยชน์ ค่าใช้จ่ายที่โจทก์ได้ออกเงินทดรองไปก่อน และค่าปรับตามสัญญา จำเลยทั้งสามให้การว่า โจทก์ฟ้องคดีเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาหกเดือนนับแต่วันส่งคืนรถ ค่าเสียหายอันเกี่ยวกับสัญญาเช่าจึงขาดอายุความแล้ว ซึ่งหมายถึงให้การต่อสู้ในเรื่องอายุความเฉพาะค่าเสียหายอันเกี่ยวกับสัญญาเช่า ตาม ป.พ.พ. มาตรา 563 ค่าเช่าที่ค้างชำระไม่อาจถือเป็นค่าเสียหายอันเกี่ยวกับสัญญาเช่าตามบทมาตราดังกล่าว การที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ค่าเช่าที่ค้างชำระไม่ขาดอายุความตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/34 (6) จึงเป็นการวินิจฉัยนอกฟ้องนอกประเด็น ไม่มีประเด็นข้อนี้ที่ศาลชั้นต้นต้องวินิจฉัย ดังนั้น เมื่อจำเลยทั้งสามอุทธรณ์ในข้อนี้ว่า ฟ้องโจทก์ในส่วนค่าเช่าขาดอายุความจึงเป็นอุทธรณ์ในข้อที่ไม่ได้ว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ต้องไม่วินิจฉัยให้ การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยให้ว่าฟ้องโจทก์ในส่วนที่เรียกค่าเช่าขาดอายุความตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/34 (6) และไม่วินิจฉัยในปัญหาข้ออื่นตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสาม จึงเป็นการวินิจฉัยนอกฟ้องนอกประเด็นแห่งคดี ปัญหาข้อนี้เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้คู่ความจะไม่ได้ยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคสอง เมื่อศาลอุทธรณ์ยังไม่ได้วินิจฉัยปัญหาตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามที่ว่า จำเลยทั้งสามต้องชำระค่าเช่าที่ค้างชำระตามที่ศาลชั้นต้นกำหนดไว้หรือไม่ เพียงใด แม้ปัญหาดังกล่าวคู่ความจะได้นำสืบข้อเท็จจริงกันมาเสร็จสิ้นแล้วก็ตาม แต่ผลแห่งการวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์อาจนำไปสู่การจำกัดสิทธิการฎีกาของคู่ความได้ ศาลฎีกาจึงเห็นสมควรย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์เป็นผู้วินิจฉัยในปัญหาข้อนี้เสียก่อน พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (ชาลี ทัพภวิมล-สมชาย จุลนิติ์-มานะ ศุภวิริยกุล) ศาลแพ่ง - นายชัยรัตน์ ชูแก้ว ศาลอุทธรณ์ - นายสรศักดิ์ วาจาสิทธิศิลป์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
266502
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายชัยรัตน์ ชูแก้ว"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายสรศักดิ์ วาจาสิทธิศิลป์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082027932"
    }
}
date
2548
deka_no
7025/2548
deka_running_no
7025
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "ชาลี ทัพภวิมล",
    "สมชาย จุลนิติ์",
    "มานะ ศุภวิริยกุล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 193/34 (6)",
            "ม. 563"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 243 (1)",
            "ม. 249"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทภัทรลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทแพนรามา ทราเวล คอนซัลแตนท์ จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยผิดสัญญาเช่ารถยนต์กับโจทก์ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 645,217.71 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสามให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 97,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 5 มีนาคม 2541 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้ตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยทั้งสามอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องเรียกค่าเช่าที่ค้างชำระ ค่าขาดราคา ค่าขาดประโยชน์ ค่าใช้จ่ายที่โจทก์ได้ออกเงินทดรองไปก่อน และค่าปรับตามสัญญา จำเลยทั้งสามให้การว่า โจทก์ฟ้องคดีเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาหกเดือนนับแต่วันส่งคืนรถ ค่าเสียหายอันเกี่ยวกับสัญญาเช่าจึงขาดอายุความแล้ว ซึ่งหมายถึงให้การต่อสู้ในเรื่องอายุความเฉพาะค่าเสียหายอันเกี่ยวกับสัญญาเช่า ตาม ป.พ.พ. มาตรา 563 ค่าเช่าที่ค้างชำระไม่อาจถือเป็นค่าเสียหายอันเกี่ยวกับสัญญาเช่าตามบทมาตราดังกล่าว การที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ค่าเช่าที่ค้างชำระไม่ขาดอายุความตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/34 (6) จึงเป็นการวินิจฉัยนอกฟ้องนอกประเด็น ไม่มีประเด็นข้อนี้ที่ศาลชั้นต้นต้องวินิจฉัย ดังนั้น เมื่อจำเลยทั้งสามอุทธรณ์ในข้อนี้ว่า ฟ้องโจทก์ในส่วนค่าเช่าขาดอายุความจึงเป็นอุทธรณ์ในข้อที่ไม่ได้ว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ต้องไม่วินิจฉัยให้ การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยให้ว่าฟ้องโจทก์ในส่วนที่เรียกค่าเช่าขาดอายุความตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/34 (6) และไม่วินิจฉัยในปัญหาข้ออื่นตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสาม จึงเป็นการวินิจฉัยนอกฟ้องนอกประเด็นแห่งคดี ปัญหาข้อนี้เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้คู่ความจะไม่ได้ยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคสอง เมื่อศาลอุทธรณ์ยังไม่ได้วินิจฉัยปัญหาตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามที่ว่า จำเลยทั้งสามต้องชำระค่าเช่าที่ค้างชำระตามที่ศาลชั้นต้นกำหนดไว้หรือไม่ เพียงใด แม้ปัญหาดังกล่าวคู่ความจะได้นำสืบข้อเท็จจริงกันมาเสร็จสิ้นแล้วก็ตาม แต่ผลแห่งการวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์อาจนำไปสู่การจำกัดสิทธิการฎีกาของคู่ความได้ ศาลฎีกาจึงเห็นสมควรย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์เป็นผู้วินิจฉัยในปัญหาข้อนี้เสียก่อน

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000785.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548