ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3491/2547
บริษัทดี. เจ. คอมเมอร์เชียล แอนด์ ลิสซิ่ง จำกัด
โจทก์
นายสมพอ หลวงหล้า กับพวก
จำเลย
ป.พ.พ. มาตรา 229, มาตรา 306, มาตรา 572
ป.วิ.พ. มาตรา 225 วรรคหนึ่ง, มาตรา 142 (5), มาตรา 246, มาตรา 247
โจทก์บรรยายฟ้องระบุข้อเท็จจริงว่า โจทก์ชำระเงินให้แก่บริษัท ง. ตามบันทึกข้อตกลงซึ่งโจทก์รับเป็นนายหน้าชี้ช่องให้บุคคลภายนอกเข้าทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์จากบริษัทดังกล่าว โดยโจทก์มีสิทธิได้รับค่านายหน้าและมีหน้าที่ต้องชำระเงินต้นคงเหลือตามสัญญาเช่าซื้อหากผู้เช่าซื้อผิดนัด โจทก์ย่อมรับช่วงสิทธิจากบริษัท ง. ฟ้องจำเลยทั้งสามให้รับผิดตามสัญญาเช่าซื้อ จึงเป็นการฟ้องโดยอ้างสิทธิว่าเป็นการรับช่วงสิทธิตามบทบัญญัติแห่ง ป.พ.พ. บรรพ 2 ลักษณะ 1 หมวด 2 ส่วนที่ 2 ซึ่งการรับช่วงสิทธิจะพึงมีได้ก็ด้วยอำนาจของกฎหมายเท่านั้นตามมาตรา 229 ส่วนข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่โจทก์ยกขึ้นกล่าวอ้างในฎีกาซึ่งเป็นเรื่องของการโอนสิทธิเรียกร้องตามที่บัญญัติในบรรพ 2 ลักษณะ 1 หมวด 4 โดยมีหลักเกณฑ์ตามมาตรา 306 ฎีกาของโจทก์จึงนอกฟ้องและมิใช่ข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง
___________________________
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 82,824.60 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา
จำเลยที่ 2 ให้การขอให้ยกฟ้อง
จำเลยที่ 3 ขาดนัดยื่นคำให้การ
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้เป็นยุติว่า บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ซิทก้า จำกัด (มหาชน) เดิมใช้ชื่อว่าบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์สิโนทัย-เครดิตอะกริโกล จำกัด แต่งตั้งโจทก์เป็นนายหน้าชี้ช่องให้บุคคลภายนอกทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ โจทก์มีหน้าที่เก็บค่าเช่าซื้อในแต่ละงวด หากผู้เช่าซื้อผิดนัด โจทก์จะต้องรับผิดในความเสียหายแก่บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ซิทก้า จำกัด (มหาชน) ผู้ให้เช่าซื้อ ตามบันทึกข้อตกลงโจทก์ชำระหนี้ให้แก่บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ซิทก้า จำกัด (มหาชน) เป็นเงิน 51,667.14 บาท และฟ้องจำเลยทั้งสามให้ร่วมกันรับผิดเป็นคดีนี้ ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยต้องกันมาว่ากรณีมิใช่การรับช่วงสิทธิ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องและพิพากษายกฟ้อง โจทก์ฎีกาโต้แย้งว่าข้อเท็จจริงตามทางนำสืบของโจทก์รับฟังได้ว่าโจทก์รับโอนสิทธิเรียกร้องจากบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ซิทก้า จำกัด (มหาชน) โดยชอบ เพราะจำเลยทั้งสามตกลงยินยอม โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องให้จำเลยทั้งสามร่วมกันรับผิดต่อโจทก์ เห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องระบุข้อเท็จจริงว่า โจทก์ชำระเงินให้แก่บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ซิทก้า จำกัด (มหาชน) ตามบันทึกข้อตกลงซึ่งโจทก์รับเป็นนายหน้าชี้ช่องให้บุคคลภายนอกเข้าทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์จากบริษัทดังกล่าว โดยโจทก์มีสิทธิได้รับค่านายหน้าและมีหน้าที่ต้องชำระเงินต้นคงเหลือตามสัญญาเช่าซื้อหากผู้เช่าซื้อผิดนัด โจทก์ย่อมรับช่วงสิทธิจากบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ซิทก้า จำกัด (มหาชน) ฟ้องจำเลยทั้งสามให้รับผิดตามสัญญาเช่าซื้อ จึงเป็นการฟ้องโดยอ้างสิทธิว่าเป็นการรับช่วงสิทธิตามบทบัญญัติแห่ง ป.พ.พ. บรรพ 2 ลักษณะ 1 หมวด 2 ส่วนที่ 2 ซึ่งการรับช่วงสิทธิจะพึงมีได้ก็ด้วยอำนาจของกฎหมายเท่านั้นตามมาตรา 229 ส่วนข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่โจทก์ยกขึ้นกล่าวอ้างในฎีกาซึ่งเป็นเรื่องของการโอนสิทธิเรียกร้องตามที่บัญญัติในบรรพ 2 ลักษณะ 1 หมวด 4 โดยมีหลักเกณฑ์ตามมาตรา 306 ฎีกาของโจทก์จึงนอกฟ้องและมิใช่ข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
พิพากษายกฎีกาโจทก์ ให้คืนค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดในชั้นฎีกาแก่โจทก์ ค่าทนายความชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
(สมชาย จุลนิติ์-สายันต์ สุรสมภพ-มานะ ศุภวิริยกุล)
ศาลแพ่ง - นายณัฐนันท์ ดุจดำเกิง
ศาลอุทธรณ์ - นายพิทยา บุญชู
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ