คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 161/2549 ฉบับเต็ม

#266521
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 161/2549 พนักงานอัยการจังหวัดปทุมธานี โจทก์ นางมาลี ธูปกระจ่าง จำเลย ป.อ. มาตรา 55 การยกโทษจำคุกตาม ป.อ. มาตรา 55 เป็นดุลพินิจแล้วแต่ศาลจะเห็นสมควร เพียงแต่โทษที่จะลงแก่ผู้กระทำความผิดต้องเป็นโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน โดยไม่คำนึงว่าจะมีโทษปรับด้วยหรือไม่ และผู้นั้นจะเคยต้องโทษจำคุกมาก่อนหรือไม่ก็ตาม จำเลยเคยกระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตมาก่อน และมากระทำความผิดฐานมีกัญชาไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตอีก แสดงว่าจำเลยมิได้เข็ดหลาบและมิได้เกรงกลัวต่อโทษตามกฎหมาย ศาลจึงไม่ยกโทษจำคุกให้จำเลย ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 26, 76, 97 และเพิ่มโทษจำเลยตามกฎหมาย จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 26 (ที่ถูก มาตรา 26 วรรคหนึ่ง), 76 วรรคหนึ่ง จำคุก 4 เดือน เพิ่มโทษกึ่งหนึ่ง ตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 97 เป็นจำคุก 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา 78 คงจำคุก 3 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาขอให้ยกโทษจำคุกให้แก่จำเลยตาม ป.อ. มาตรา 55 นั้น เห็นว่า ก่อนคดีนี้จำเลยเคยกระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตมาก่อน และมากระทำความผิดในคดีนี้อีกแสดงว่าจำเลยมิได้เข็ดหลาบและมิได้เกรงกลัวต่อโทษตามกฎหมาย จึงสมควรลงโทษจำคุกจำเลยโดยไม่ยกโทษจำคุกให้ตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษจำคุกนั้น เห็นว่า ก่อนคดีนี้จำเลยเคยกระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งศาลชั้นต้นในคดีดังกล่าวมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกจำเลย 12 เดือน ถือว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน และมิใช่โทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ และคดีนี้ศาลฎีกาลงโทษจำคุกจำเลยดังที่วินิจฉัยมาแล้ว จึงไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่ศาลฎีกาจะพิพากษารอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยได้ตาม ป.อ. มาตรา 56 ที่ศาลล่างทั้งสองไม่รอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยนั้นชอบแล้ว แต่โทษจำคุกที่ศาลล่างทั้งสองกำหนดมานั้น หนักเกินไป ศาลฎีกาเห็นสมควรกำหนดโทษจำคุกจำเลยเสียใหม่ให้เหมาะสม พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุก 2 เดือน เพิ่มโทษกึ่งหนึ่งตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 97 เป็นจำคุก 3 เดือน ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา 78 คงจำคุก 1 เดือน 15 วัน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1. (เกรียงชัย จึงจตุรพิธ-ปัญญารัตน์ วิระยะวานิช-มานัส เหลืองประเสริฐ) ศาลจังหวัดปทุมธานี - นายทนงศักดิ์ ดุลยกาญจน์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายนิยุต สุภัทรพาหิรผล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
266521
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดปทุมธานี",
        "judge": "นายทนงศักดิ์ ดุลยกาญจน์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นายนิยุต สุภัทรพาหิรผล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082026863"
    }
}
date
2549
deka_no
161/2549
deka_running_no
161
deka_year
2549
department
แผนก
judges
[
    "เกรียงชัย จึงจตุรพิธ",
    "ปัญญารัตน์ วิระยะวานิช",
    "มานัส เหลืองประเสริฐ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 55"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดปทุมธานี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางมาลี ธูปกระจ่าง"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 26, 76, 97 และเพิ่มโทษจำเลยตามกฎหมาย

จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 26 (ที่ถูก มาตรา 26 วรรคหนึ่ง), 76 วรรคหนึ่ง จำคุก 4 เดือน เพิ่มโทษกึ่งหนึ่ง ตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 97 เป็นจำคุก 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา 78 คงจำคุก 3 เดือน

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาขอให้ยกโทษจำคุกให้แก่จำเลยตาม ป.อ. มาตรา 55 นั้น เห็นว่า ก่อนคดีนี้จำเลยเคยกระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตมาก่อน และมากระทำความผิดในคดีนี้อีกแสดงว่าจำเลยมิได้เข็ดหลาบและมิได้เกรงกลัวต่อโทษตามกฎหมาย จึงสมควรลงโทษจำคุกจำเลยโดยไม่ยกโทษจำคุกให้ตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษจำคุกนั้น เห็นว่า ก่อนคดีนี้จำเลยเคยกระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งศาลชั้นต้นในคดีดังกล่าวมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกจำเลย 12 เดือน ถือว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน และมิใช่โทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ และคดีนี้ศาลฎีกาลงโทษจำคุกจำเลยดังที่วินิจฉัยมาแล้ว จึงไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่ศาลฎีกาจะพิพากษารอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยได้ตาม ป.อ. มาตรา 56 ที่ศาลล่างทั้งสองไม่รอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยนั้นชอบแล้ว แต่โทษจำคุกที่ศาลล่างทั้งสองกำหนดมานั้น หนักเกินไป ศาลฎีกาเห็นสมควรกำหนดโทษจำคุกจำเลยเสียใหม่ให้เหมาะสม

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุก 2 เดือน เพิ่มโทษกึ่งหนึ่งตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 97 เป็นจำคุก 3 เดือน ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา 78 คงจำคุก 1 เดือน 15 วัน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000775.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2549