คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 594/2549 ฉบับเต็ม

#266536
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 594/2549 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นางสาวอุไรวรรณ ไชยพัฒนะพฤกษ์ จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 163 วรรคสอง, มาตรา 216 วรรคหนึ่ง จำเลยฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่าจำเลยมิได้กระทำความผิดตามฟ้อง แต่หากศาลเห็นว่าจำเลยกระทำความผิดจริงก็ขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษจำคุก ต่อมาในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยยื่นคำร้องขอถอนข้อต่อสู้เดิมตามฎีกาที่ให้การปฏิเสธ และให้การใหม่เป็นรับสารภาพตามฟ้อง คำร้องของจำเลยเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การ ซึ่งต้องห้ามตาม ป.วิ.อ. มาตรา 163 วรรคสอง ที่บัญญัติให้กระทำได้ก่อนศาลชั้นต้นพิพากษา ส่วนที่จำเลยขอแก้ไขฎีกาที่คัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ซึ่งพิพากษาว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องนั้น เป็นการขอแก้ไขฎีกาโดยมิได้เพิ่มเติมประเด็นใหม่ แต่เป็นการสละข้อต่อสู้ในชั้นฎีกา ไม่ใช่การคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ จึงไม่ตกอยู่ในจำกัดเวลาฎีกาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 216 วรรคหนึ่ง จำเลยจึงยื่นคำร้องขอแก้ไขฎีกาได้แม้พ้นกำหนดเวลา 1 เดือน นับแต่วันอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 334, 335 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 335 (1) วรรคแรก จำคุก 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตาม ป.อ. มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุก 8 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต่อมาวันที่ 13 มกราคม 2548 จำเลยยื่นคำร้องขอถอนคำให้การเดิมที่ปฏิเสธเป็นให้การใหม่รับสารภาพ และขอแก้ฎีกาของจำเลยในส่วนที่คัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่าไม่ได้กระทำความผิดตามฟ้อง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่า จำเลยมิได้กระทำความผิดตามฟ้อง แต่หากเห็นว่าจำเลยกระทำความผิดขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษจำคุก ต่อมาในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 13 มกราคม 2548 ขอถอนข้อต่อสู้เดิมตามฎีกาที่ให้การปฏิเสธและให้การใหม่เป็นรับสารภาพตามฟ้อง ดังนี้เห็นว่า เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การ ซึ่งต้องห้ามตาม ป.วิ.อ. มาตรา 163 วรรคสอง ที่บัญญัติให้ทำได้ก่อนศาลชั้นต้นพิพากษา จึงให้ยกคำร้องส่วนนี้ สำหรับคำร้องดังกล่าวในส่วนที่จำเลยขอแก้ไขฎีกาที่คัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ซึ่งพิพากษาว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง เป็นการขอแก้ไขฎีกาโดยมิได้เพิ่มเติมประเด็นใหม่ แต่เป็นการสละข้อต่อสู้ในชั้นฎีกา ไม่ใช่การคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ จึงไม่อยู่ในจำกัดเวลาฎีกาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 216 วรรคหนึ่ง จำเลยยื่นคำร้องขอแก้ไขเมื่อพ้นกำหนดเวลา 1 เดือน นับแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2546 ซึ่งเป็นวันอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ได้ จึงอนุญาต และมีผลให้ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่าจำเลยกระทำความผิดตามที่ศาลอุทธรณ์พิพากษา พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษปรับจำเลย 9,000 บาท อีกสถานหนึ่ง จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตาม ป.อ. มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงปรับ 6,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี โดยกำหนดเงื่อนไขให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก 3 เดือนต่อครั้ง ภายในระยะเวลา 1 ปี และให้จำเลยทำงานบริการสังคมตามที่จำเลยและพนักงานคุมประพฤติเห็นสมควรเป็นเวลา 5 ชั่วโมง ตาม ป.อ. มาตรา 56 หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตาม ป.อ. มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. (พีรพล พิชยวัฒน์-ธาดา กษิตินนท์-ฐานันท์ วรรณโกวิท) ศาลอาญากรุงเทพใต้ - นางสาวดวงฤดี คงหนู ศาลอุทธรณ์ - นายกึกก้อง สมเกียรติเจริญ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
266536
courts
[
    {
        "court": "ศาลอาญากรุงเทพใต้",
        "judge": "นางสาวดวงฤดี คงหนู"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายกึกก้อง สมเกียรติเจริญ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082026439"
    }
}
date
2549
deka_no
594/2549
deka_running_no
594
deka_year
2549
department
แผนก
judges
[
    "พีรพล พิชยวัฒน์",
    "ธาดา กษิตินนท์",
    "ฐานันท์ วรรณโกวิท"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 163 วรรคสอง",
            "ม. 216 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาวอุไรวรรณ ไชยพัฒนะพฤกษ์"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 334, 335

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 335 (1) วรรคแรก จำคุก 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตาม ป.อ. มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุก 8 เดือน

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ต่อมาวันที่ 13 มกราคม 2548 จำเลยยื่นคำร้องขอถอนคำให้การเดิมที่ปฏิเสธเป็นให้การใหม่รับสารภาพ และขอแก้ฎีกาของจำเลยในส่วนที่คัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่าไม่ได้กระทำความผิดตามฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่า จำเลยมิได้กระทำความผิดตามฟ้อง แต่หากเห็นว่าจำเลยกระทำความผิดขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษจำคุก ต่อมาในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 13 มกราคม 2548 ขอถอนข้อต่อสู้เดิมตามฎีกาที่ให้การปฏิเสธและให้การใหม่เป็นรับสารภาพตามฟ้อง ดังนี้เห็นว่า เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การ ซึ่งต้องห้ามตาม ป.วิ.อ. มาตรา 163 วรรคสอง ที่บัญญัติให้ทำได้ก่อนศาลชั้นต้นพิพากษา จึงให้ยกคำร้องส่วนนี้ สำหรับคำร้องดังกล่าวในส่วนที่จำเลยขอแก้ไขฎีกาที่คัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ซึ่งพิพากษาว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง เป็นการขอแก้ไขฎีกาโดยมิได้เพิ่มเติมประเด็นใหม่ แต่เป็นการสละข้อต่อสู้ในชั้นฎีกา ไม่ใช่การคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ จึงไม่อยู่ในจำกัดเวลาฎีกาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 216 วรรคหนึ่ง จำเลยยื่นคำร้องขอแก้ไขเมื่อพ้นกำหนดเวลา 1 เดือน นับแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2546 ซึ่งเป็นวันอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ได้ จึงอนุญาต และมีผลให้ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่าจำเลยกระทำความผิดตามที่ศาลอุทธรณ์พิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษปรับจำเลย 9,000 บาท อีกสถานหนึ่ง จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตาม ป.อ. มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงปรับ 6,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี โดยกำหนดเงื่อนไขให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก 3 เดือนต่อครั้ง ภายในระยะเวลา 1 ปี และให้จำเลยทำงานบริการสังคมตามที่จำเลยและพนักงานคุมประพฤติเห็นสมควรเป็นเวลา 5 ชั่วโมง ตาม ป.อ. มาตรา 56 หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตาม ป.อ. มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000771.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2549