คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8106/2548 ฉบับเต็ม

#266541
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8106/2548 พนักงานอัยการจังหวัดลพบุรี โจทก์ นางสาวธนิกา บรรณปัญญา กับพวก จำเลย ป.อ. มาตรา 335 วรรคสอง, มาตรา 336 ทวิ ป.อ. มาตรา 336 ทวิ เป็นบทบัญญัติถึงเหตุที่จะทำให้ผู้กระทำความผิดตามมาตรา 335 ต้องระวางโทษหนักกว่าที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้น ๆ กึ่งหนึ่ง หาใช่เป็นบทบัญญัติเพิ่มโทษผู้กระทำความผิดไม่ ดังนั้น ศาลต้องเพิ่มระวางโทษตามมาตรา 335 หนักขึ้นกึ่งหนึ่งเสียก่อน แล้วจึงกำหนดโทษที่จะลงแก่ผู้กระทำความผิดระหว่างระวางโทษดังกล่าว ไม่ใช่กำหนดโทษที่จะลงแก่ผู้กระทำความผิดเสียก่อน แล้วจึงเพิ่มโทษอีกกึ่งหนึ่ง ลานจอดรถของวิทยาลัยเทคนิคลพบุรีเป็นเพียงสถานที่ซึ่งทางราชการจัดไว้สำหรับเป็นที่จอดรถของบรรดานักศึกษา ผู้มาติดต่อราชการ ตลอดจนข้าราชการของวิทยาลัย หาใช่เป็นสถานที่ซึ่งใช้สำหรับปฏิบัติราชการของข้าราชการในวิทยาลัยโดยตรงแต่อย่างใดไม่ การที่จำเลยทั้งสองลักรถจักรยานยนต์จากบริเวณลานจอดรถดังกล่าวจึงไม่ใช่การลักทรัพย์ในสถานที่ราชการอันเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 335 (8) คงมีความผิดฐานลักทรัพย์ตามมาตรา 335 (7) วรรคแรก เท่านั้น ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 33, 83, 335, 336 ทวิ และริบรถจักรยานยนต์ของกลาง จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 335 (7) (8) วรรคสอง ประกอบมาตรา 83 จำคุกคนละ 4 ปี เพิ่มโทษจำเลยทั้งสองคนละกึ่งหนึ่งตามมาตรา 336 ทวิ เป็นจำคุกคนละ 6 ปี จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยทั้งสองมีกำหนดคนละ 3 ปี ริบรถจักรยานยนต์ของกลาง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 335 (7) (8) วรรคสอง, 336 ทวิ ประกอบมาตรา 83 วางโทษจำคุกคนละ 6 ปี จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ลดโทษให้ตาม ป.อ. มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 3 ปี คืนรถจักรยานยนต์ของกลางแก่เจ้าของ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีคงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ว่า การที่ศาลชั้นต้นกำหนดโทษจำเลยทั้งสองตาม ป.อ. มาตรา 335 (7) (8) วรรคสอง เสียก่อน แล้วจึงเพิ่มโทษจำเลยทั้งสองอีกคนละกึ่งหนึ่งตามมาตรา 336 ทวิ แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่าให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตาม ป.อ. มาตรา 335 (7) (8) วรรคสอง ประกอบมาตรา 336 ทวิ แล้วจึงกำหนดโทษจำเลยทั้งสอง เป็นการชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า ตาม ป.อ. มาตรา 336 ทวิ เป็นบทบัญญัติถึงเหตุที่จะทำให้ผู้กระทำความผิดตามมาตรา 335 ต้องระวางโทษหนักกว่าที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้น ๆ กึ่งหนึ่ง หาใช่เป็นบทบัญญัติเพิ่มโทษผู้กระทำความผิดไม่ ดังนั้นศาลจึงเพียงเพิ่มระวางโทษตามมาตรา 335 หนักขึ้นกึ่งหนึ่งเสียก่อน แล้วจึงกำหนดโทษที่จะลงแก่ผู้กระทำความผิดระหว่างระวางโทษดังกล่าว ไม่ใช่กำหนดโทษที่จะลงแก่ผู้กระทำความผิดเสียก่อนแล้วจึงเพิ่มโทษอีกกึ่งหนึ่งดังที่ศาลชั้นต้นพิพากษา และเมื่อศาลชั้นต้นพิพากษามาไม่ถูกต้อง แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ย่อมมีอำนาจแก้ไขให้ถูกต้องได้ เนื่องจากเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง โดยศาลอุทธรณ์ภาค 1 ยังคงพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 3 ปี ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จึงมิใช่เป็นการเพิ่มเติมโทษจำเลยทั้งสองอันเป็นการต้องห้ามตาม ป.วิ.อ. มาตรา 212 คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ชอบแล้ว อนึ่ง คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุ จำเลยทั้งสองร่วมกันลักรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหาย ซึ่งจอดไว้ที่ลานจอดรถภายในวิทยาลัยเทคนิคลพบุรี อันเป็นสถานที่ราชการไปโดยทุจริต ขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 335 จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพตามฟ้อง และศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองฐานลักทรัพย์ในสถานที่ราชการ ตาม ป.อ. มาตรา 335 (8) ด้วยนั้น เห็นว่า ลานจอดรถของวิทยาลัยเทคนิคลพบุรีดังกล่าวเป็นเพียงสถานที่ซึ่งทางราชการจัดไว้สำหรับเป็นที่จอดรถของบรรดานักศึกษา ผู้มาติดต่อราชการตลอดจนข้าราชการของวิทยาลัย หาใช่เป็นสถานที่ซึ่งใช้สำหรับปฏิบัติราชการของข้าราชการในวิทยาลัยโดยตรงแต่อย่างใดไม่ การที่จำเลยทั้งสองลักรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายไปจากบริเวณลานจอดรถดังกล่าว จึงไม่ใช่การลักทรัพย์ในสถานที่ราชการอันเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 335 (8) ดังที่โจทก์ฟ้อง จำเลยทั้งสองคงมีความผิดฐานลักทรัพย์ตาม ป.อ. มาตรา 335 (7) วรรคแรก เทานั้น ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้คู่ความมิได้ยกขึ้นฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจแก้ไขให้ถูกต้องได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 ส่วนกำหนดโทษจำคุกจำเลยทั้งสองนั้นเหมาะสมแล้ว พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 335 (7) วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา 336 ทวิ, 83 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1. (องอาจ โรจนสุพจน์-เฉลิมศักดิ์ บุญยงค์-สถิตย์ อรรถบลยุคล) ศาลจังหวัดลพบุรี - นายศิระ โกสิยารักษ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นางสาวเบญจภา วิทิตตางกูร แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
266541
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดลพบุรี",
        "judge": "นายศิระ โกสิยารักษ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นางสาวเบญจภา วิทิตตางกูร"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082027387"
    }
}
date
2548
deka_no
8106/2548
deka_running_no
8106
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "องอาจ โรจนสุพจน์",
    "เฉลิมศักดิ์ บุญยงค์",
    "สถิตย์ อรรถบลยุคล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 335 วรรคสอง",
            "ม. 336 ทวิ"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดลพบุรี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาวธนิกา บรรณปัญญา กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 33, 83, 335, 336 ทวิ และริบรถจักรยานยนต์ของกลาง

จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 335 (7) (8) วรรคสอง ประกอบมาตรา 83 จำคุกคนละ 4 ปี เพิ่มโทษจำเลยทั้งสองคนละกึ่งหนึ่งตามมาตรา 336 ทวิ เป็นจำคุกคนละ 6 ปี จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยทั้งสองมีกำหนดคนละ 3 ปี ริบรถจักรยานยนต์ของกลาง

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 335 (7) (8) วรรคสอง, 336 ทวิ ประกอบมาตรา 83 วางโทษจำคุกคนละ 6 ปี จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ลดโทษให้ตาม ป.อ. มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 3 ปี คืนรถจักรยานยนต์ของกลางแก่เจ้าของ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีคงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ว่า การที่ศาลชั้นต้นกำหนดโทษจำเลยทั้งสองตาม ป.อ. มาตรา 335 (7) (8) วรรคสอง เสียก่อน แล้วจึงเพิ่มโทษจำเลยทั้งสองอีกคนละกึ่งหนึ่งตามมาตรา 336 ทวิ แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่าให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตาม ป.อ. มาตรา 335 (7) (8) วรรคสอง ประกอบมาตรา 336 ทวิ แล้วจึงกำหนดโทษจำเลยทั้งสอง เป็นการชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า ตาม ป.อ. มาตรา 336 ทวิ เป็นบทบัญญัติถึงเหตุที่จะทำให้ผู้กระทำความผิดตามมาตรา 335 ต้องระวางโทษหนักกว่าที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้น ๆ กึ่งหนึ่ง หาใช่เป็นบทบัญญัติเพิ่มโทษผู้กระทำความผิดไม่ ดังนั้นศาลจึงเพียงเพิ่มระวางโทษตามมาตรา 335 หนักขึ้นกึ่งหนึ่งเสียก่อน แล้วจึงกำหนดโทษที่จะลงแก่ผู้กระทำความผิดระหว่างระวางโทษดังกล่าว ไม่ใช่กำหนดโทษที่จะลงแก่ผู้กระทำความผิดเสียก่อนแล้วจึงเพิ่มโทษอีกกึ่งหนึ่งดังที่ศาลชั้นต้นพิพากษา และเมื่อศาลชั้นต้นพิพากษามาไม่ถูกต้อง แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ย่อมมีอำนาจแก้ไขให้ถูกต้องได้ เนื่องจากเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง โดยศาลอุทธรณ์ภาค 1 ยังคงพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 3 ปี ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จึงมิใช่เป็นการเพิ่มเติมโทษจำเลยทั้งสองอันเป็นการต้องห้ามตาม ป.วิ.อ. มาตรา 212 คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ชอบแล้ว

อนึ่ง คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุ จำเลยทั้งสองร่วมกันลักรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหาย ซึ่งจอดไว้ที่ลานจอดรถภายในวิทยาลัยเทคนิคลพบุรี อันเป็นสถานที่ราชการไปโดยทุจริต ขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 335 จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพตามฟ้อง และศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองฐานลักทรัพย์ในสถานที่ราชการ ตาม ป.อ. มาตรา 335 (8) ด้วยนั้น เห็นว่า ลานจอดรถของวิทยาลัยเทคนิคลพบุรีดังกล่าวเป็นเพียงสถานที่ซึ่งทางราชการจัดไว้สำหรับเป็นที่จอดรถของบรรดานักศึกษา ผู้มาติดต่อราชการตลอดจนข้าราชการของวิทยาลัย หาใช่เป็นสถานที่ซึ่งใช้สำหรับปฏิบัติราชการของข้าราชการในวิทยาลัยโดยตรงแต่อย่างใดไม่ การที่จำเลยทั้งสองลักรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายไปจากบริเวณลานจอดรถดังกล่าว จึงไม่ใช่การลักทรัพย์ในสถานที่ราชการอันเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 335 (8) ดังที่โจทก์ฟ้อง จำเลยทั้งสองคงมีความผิดฐานลักทรัพย์ตาม ป.อ. มาตรา 335 (7) วรรคแรก เทานั้น ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้คู่ความมิได้ยกขึ้นฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจแก้ไขให้ถูกต้องได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 ส่วนกำหนดโทษจำคุกจำเลยทั้งสองนั้นเหมาะสมแล้ว

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 335 (7) วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา 336 ทวิ, 83 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000780.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548