คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7461/2547 ฉบับเต็ม

#266575
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7461/2547 นางศรีสม ชาตะนาวิน โจทก์ การเคหะแห่งชาติ จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 572, มาตรา 1599, มาตรา 1603, มาตรา 1620 วรรคแรก ป.วิ.พ. มาตรา 55 โจทก์ฟ้องโดยอ้างสิทธิในฐานะทายาทโดยธรรมผู้รับมรดกของ อ. ว่า ที่ดินและอาคารพิพาทที่ อ. ทำสัญญาเช่าซื้อจากจำเลยเป็นทรัพย์มรดกของ อ. ซึ่งตกทอดแก่ทายาทโดยธรรม โจทก์จึงชอบที่จะเรียกร้องสิทธิในฐานะทายาทโดยธรรมผู้รับมรดกของ อ. ดังกล่าวเอาจาก ม. บุคคลภายนอกผู้เข้ารับสิทธิการเช่าซื้อแทน อ. โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขอให้บังคับจำเลยโอนสิทธิตามสัญญาเช่าซื้อที่ดินและอาคารพิพาทให้แก่ทายาทโดยธรรมของ อ. ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่เช่าซื้อให้แก่นายอภิชาติ ผู้ตายและ/หรือให้แก่กองมรดกของนายอภิชาติในนามของโจทก์ในฐานะทายาทโดยธรรมของผู้ตายเพื่อโจทก์จะได้นำไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่ทายาทโดยธรรมทุกคน หากจำเลยไม่ปฏิบัติให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย หากสภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องให้บังคับได้ ให้จำเลยใช้เงิน 192,800 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 3,500 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะดำเนินการตามคำขอดังกล่าวแล้วเสร็จ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ จึงให้งดสืบพยานแล้วพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายอภิชาติโดยจดทะเบียนสมรสกันเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2538 ตามสำเนาใบสำคัญการสมรส เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2524 นายอภิชาติทำสัญญาเช่าซื้อที่ดินและอาคารพิพาทแฟลตคลองจั่น ห้องเลขที่ 3/61 จากจำเลยในราคา 192,800 บาท โดยชำระค่าเช่าซื้อล่วงหน้า 8,000 บาท ส่วนที่เหลือผ่อนชำระเป็นรายเดือน เดือนละ 770 บาท รวม 240 เดือน ตามสัญญาเช่าซื้อที่ดินและอาคาร ในวันทำสัญญาเช่าซื้อนายอภิชาติและจำเลยทำบันทึกต่อท้ายสัญญาเช่าซื้อกันว่า "ถ้าผู้เช่าซื้อถึงแก่กรรมลงในระหว่างอายุสัญญาฉบับเดิม ผู้ให้เช่าซื้อยินยอมทำสัญญาเช่าซื้อใหม่กับบุคคลที่มีนามในลำดับหนึ่งลำดับใดตามลำดับก่อนหลังดังต่อไปนี้ ลำดับที่ 1 ชื่อ นางมาลี?" นายอภิชาติได้ชำระค่าเช่าซื้อครบถ้วนเมื่อเดือนกันยายน 2541 ตามใบเสร็จรับเงินงวดที่ 240 แต่ยังไม่ได้รับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและอาคารพิพาท ต่อมาวันที่ 21 ธันวาคม 2542 นายอภิชาติถึงแก่ความตาย ตามมรณบัตร เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2542 นางมาลียื่นคำร้องต่อจำเลยขอรับสิทธิเช่าซื้อของนายอภิชาติ ต่อมาวันที่ 3 มีนาคม 2542 จำเลยได้ทำสัญญาเช่าซื้อที่ดินและอาคารพิพาทกับนางมาลีในฐานะผู้รับสิทธิการเช่าซื้อแทนนายอภิชาติ ตามสำเนาสัญญาเช่าซื้อที่ดินและอาคาร คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์มีสิทธิขอให้บังคับจำเลยโอนสิทธิตามสัญญาเช่าซื้อที่ดินและอาคารพิพาทให้แก่ทายาทของนายอภิชาติหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ฟ้องโดยอ้างสิทธิในฐานะทายาทโดยธรรมผู้รับมรดกของนายอภิชาติว่า ที่ดินและอาคารพิพาทที่นายอภิชาติทำสัญญาเช่าซื้อจากจำเลยเป็นทรัพย์มรดกของนายอภิชาติซึ่งตกทอดแก่ทายาทโดยธรรม โจทก์จึงชอบที่จะเรียกร้องสิทธิในฐานะทายาทโดยธรรมผู้รับมรดกของนายอภิชาติดังกล่าวเอาจากนางมาลีบุคคลภายนอกผู้เข้ารับสิทธิการเช่าซื้อแทนนายอภิชาติ โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขอให้บังคับจำเลยโอนสิทธิตามสัญญาเช่าซื้อที่ดินและอาคารพิพาทให้แก่ทายาทโดยธรรมของนายอภิชาติ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (สมศักดิ์ เนตรมัย-สายันต์ สุรสมภพ-สุภิญโญ ชยารักษ์) ศาลแพ่ง - นายสาโรจน์ เกษมถาวรศิลป์ ศาลอุทธรณ์ - นายธวัช เศรษฐมงคล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
266575
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายสาโรจน์ เกษมถาวรศิลป์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายธวัช เศรษฐมงคล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082037672"
    }
}
date
2547
deka_no
7461/2547
deka_running_no
7461
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "สมศักดิ์ เนตรมัย",
    "สายันต์ สุรสมภพ",
    "สุภิญโญ ชยารักษ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 572",
            "ม. 1599",
            "ม. 1603",
            "ม. 1620 วรรคแรก"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 55"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางศรีสม ชาตะนาวิน"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "การเคหะแห่งชาติ"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่เช่าซื้อให้แก่นายอภิชาติ ผู้ตายและ/หรือให้แก่กองมรดกของนายอภิชาติในนามของโจทก์ในฐานะทายาทโดยธรรมของผู้ตายเพื่อโจทก์จะได้นำไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่ทายาทโดยธรรมทุกคน หากจำเลยไม่ปฏิบัติให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย หากสภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องให้บังคับได้ ให้จำเลยใช้เงิน 192,800 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 3,500 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะดำเนินการตามคำขอดังกล่าวแล้วเสร็จ

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ จึงให้งดสืบพยานแล้วพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายอภิชาติโดยจดทะเบียนสมรสกันเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2538 ตามสำเนาใบสำคัญการสมรส เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2524 นายอภิชาติทำสัญญาเช่าซื้อที่ดินและอาคารพิพาทแฟลตคลองจั่น ห้องเลขที่ 3/61 จากจำเลยในราคา 192,800 บาท โดยชำระค่าเช่าซื้อล่วงหน้า 8,000 บาท ส่วนที่เหลือผ่อนชำระเป็นรายเดือน เดือนละ 770 บาท รวม 240 เดือน ตามสัญญาเช่าซื้อที่ดินและอาคาร ในวันทำสัญญาเช่าซื้อนายอภิชาติและจำเลยทำบันทึกต่อท้ายสัญญาเช่าซื้อกันว่า "ถ้าผู้เช่าซื้อถึงแก่กรรมลงในระหว่างอายุสัญญาฉบับเดิม ผู้ให้เช่าซื้อยินยอมทำสัญญาเช่าซื้อใหม่กับบุคคลที่มีนามในลำดับหนึ่งลำดับใดตามลำดับก่อนหลังดังต่อไปนี้ ลำดับที่ 1 ชื่อ นางมาลี?" นายอภิชาติได้ชำระค่าเช่าซื้อครบถ้วนเมื่อเดือนกันยายน 2541 ตามใบเสร็จรับเงินงวดที่ 240 แต่ยังไม่ได้รับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและอาคารพิพาท ต่อมาวันที่ 21 ธันวาคม 2542 นายอภิชาติถึงแก่ความตาย ตามมรณบัตร เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2542 นางมาลียื่นคำร้องต่อจำเลยขอรับสิทธิเช่าซื้อของนายอภิชาติ ต่อมาวันที่ 3 มีนาคม 2542 จำเลยได้ทำสัญญาเช่าซื้อที่ดินและอาคารพิพาทกับนางมาลีในฐานะผู้รับสิทธิการเช่าซื้อแทนนายอภิชาติ ตามสำเนาสัญญาเช่าซื้อที่ดินและอาคาร

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์มีสิทธิขอให้บังคับจำเลยโอนสิทธิตามสัญญาเช่าซื้อที่ดินและอาคารพิพาทให้แก่ทายาทของนายอภิชาติหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ฟ้องโดยอ้างสิทธิในฐานะทายาทโดยธรรมผู้รับมรดกของนายอภิชาติว่า ที่ดินและอาคารพิพาทที่นายอภิชาติทำสัญญาเช่าซื้อจากจำเลยเป็นทรัพย์มรดกของนายอภิชาติซึ่งตกทอดแก่ทายาทโดยธรรม โจทก์จึงชอบที่จะเรียกร้องสิทธิในฐานะทายาทโดยธรรมผู้รับมรดกของนายอภิชาติดังกล่าวเอาจากนางมาลีบุคคลภายนอกผู้เข้ารับสิทธิการเช่าซื้อแทนนายอภิชาติ โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขอให้บังคับจำเลยโอนสิทธิตามสัญญาเช่าซื้อที่ดินและอาคารพิพาทให้แก่ทายาทโดยธรรมของนายอภิชาติ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000874.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547