คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5331/2548 ฉบับเต็ม

#266581
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5331/2548 พนักงานอัยการจังหวัดพัทลุง โจทก์ นายเอกวัฒน์หรือหวาน แก้วสีขาว จำเลย ป.อ. มาตรา 74 (2), มาตรา 74 (3), มาตรา 74 (5), มาตรา 75 ป.วิ.อ. มาตรา 186, มาตรา 195, มาตรา 212, มาตรา 225 ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้ส่งตัวจำเลยไปยังสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน จนกว่าจำเลยจะมีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ แต่ในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกาจำเลยมีอายุครบ 18 ปีแล้ว จึงไม่อาจส่งตัวจำเลยไปฝึกและอบรมที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ตาม ป.อ. มาตรา 75 ประกอบมาตรา 74 (5) ได้ จึงเห็นควรมอบตัวจำเลยให้บิดามารดาจำเลยโดยวางข้อกำหนดให้บิดามารดาจำเลยปฏิบัติตามและกำหนดวิธีการดำเนินการและเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติของจำเลย โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 80, 288, 371 และขอให้ริบปลอกมีดของกลาง แต่ศาลล่างทั้งสองมิได้วินิจฉัยว่าจะริบของกลางนั้นหรือไม่ คำพิพากษาของศาลล่างทั้งสองจึงไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 186 (9) แม้คู่ความมิได้ฎีกาในปัญหานี้ แต่เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 และการริบทรัพย์สินของกลางไม่เป็นการเพิ่มโทษจำเลย จึงไม่ต้องห้ามตาม ป.วิ.อ. มาตรา 212 ประกอบมาตรา 225 เมื่อปลอกมีดของกลางเป็นส่วนประกอบของมีดที่จำเลยใช้กระทำความผิด จึงให้ริบ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 33, 80, 91, 288, 271 และริบของกลาง จำเลยให้การต่อสู้อ้างเหตุบันดาลโทสะ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80, 271 ขณะกระทำความผิดจำเลยอายุ 16 ปี มูลแห่งคดีสืบเนื่องจากผู้เสียหายเป็นฝ่ายก่อเหตุโดยแท้ หลังเกิดเหตุจำเลยเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนและนำชี้ที่เกิดเหตุ นับว่าจำเลยกระทำความผิดแล้วรู้สำนึก จึงไม่สมควรพิพากษาลงโทษจำเลยแต่ให้ส่งจำเลยไปยังสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดสงขลา จนกว่าจำเลยจะอายุ 18 ปี บริบูรณ์ ตาม ป.อ. มาตรา 74 (5) (ที่ถูกมาตรา 75 ประกอบมาตรา 74 (5)) จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาขอให้มอบตัวจำเลยให้แก่บิดามารดานั้น เห็นว่า ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้ส่งตัวจำเลยไปยังสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดสงขลา จนกว่าจำเลยจะมีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ แต่ในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกาจำเลยมีอายุครบ 18 ปี แล้ว จึงไม่อาจส่งตัวจำเลยไปฝึกและอบรมที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดสงขลาตาม ป.อ. มาตรา 75 ประกอบมาตรา 74 (5) ได้ ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น และเห็นควรมอบตัวจำเลยให้บิดามารดาจำเลยโดยวางข้อกำหนดให้บิดามารดาจำเลยปฏิบัติตาม และเพื่อให้จำเลยหลาบจำเห็นสมควรกำหนดวิธีการดำเนินการและเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติของจำเลยด้วย อนึ่ง คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 80, 288, 371 และขอให้ริบปลอกมีดของกลาง แต่ศาลล่างทั้งสองมิได้มีคำวินิจฉัยว่าจะริบของกลางนั้นหรือไม่ คำพิพากษาของศาลล่างทั้งสองจึงไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 186 (9) แม้คู่ความมิได้ฎีกาในปัญหานี้ แต่เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 และการริบทรัพย์สินของกลางไม่เป็นการเพิ่มโทษจำเลย จึงไม่ต้องห้ามตาม ป.วิ.อ. มาตรา 212 ประกอบมาตรา 225 เมื่อปลอกมีดของกลางเป็นส่วนประกอบของมีดที่จำเลยใช้กระทำความผิด จึงให้ริบ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บิดามารดาจำเลยรับตัวจำเลยไปอบรมสั่งสอนและดูแลระมัดระวังมิให้จำเลยก่อเหตุร้ายหรือกระทำความผิดอาญาใด ๆ ขึ้นอีกภายในกำหนด 2 ปี นับแต่วันที่ได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้จำเลยฟัง หากจำเลยก่อเหตุร้ายหรือกระทำความผิดอาญาขึ้นอีก บิดามารดาจำเลยจะต้องชำระเงินต่อศาลครั้งละ 1,000 บาท ตาม ป.อ. มาตรา 75 ประกอบมาตรา 74 (2) และกำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติของจำเลย โดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมความประพฤติปีละ 3 ครั้ง มีกำหนด 1 ปี ตามเงื่อนไขและระยะเวลาที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควร ให้จำเลยละเว้นการประพฤติใดอันอาจนำไปสู่การกระทำความผิดทำนองนี้อีก กับให้จำเลยทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติและจำเลยเห็นสมควรมีกำหนด 30 ชั่วโมง ริบของกลาง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9. (ชวลิต ตุลยสิงห์-เกษม วีรวงศ์-สุรพล เอกโยคยะ) ศาลจังหวัดพัทลุง - นายสถาพร ประสารวรรณ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นายชัยฤทธิ์ ลีลาเกรียงศักดิ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
266581
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดพัทลุง",
        "judge": "นายสถาพร ประสารวรรณ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 9",
        "judge": "นายชัยฤทธิ์ ลีลาเกรียงศักดิ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082029316"
    }
}
date
2548
deka_no
5331/2548
deka_running_no
5331
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "ชวลิต ตุลยสิงห์",
    "เกษม วีรวงศ์",
    "สุรพล เอกโยคยะ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 74 (2)",
            "ม. 74 (3)",
            "ม. 74 (5)",
            "ม. 75"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 186",
            "ม. 195",
            "ม. 212",
            "ม. 225"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดพัทลุง"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายเอกวัฒน์หรือหวาน แก้วสีขาว"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 33, 80, 91, 288, 271 และริบของกลาง

จำเลยให้การต่อสู้อ้างเหตุบันดาลโทสะ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80, 271 ขณะกระทำความผิดจำเลยอายุ 16 ปี มูลแห่งคดีสืบเนื่องจากผู้เสียหายเป็นฝ่ายก่อเหตุโดยแท้ หลังเกิดเหตุจำเลยเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนและนำชี้ที่เกิดเหตุ นับว่าจำเลยกระทำความผิดแล้วรู้สำนึก จึงไม่สมควรพิพากษาลงโทษจำเลยแต่ให้ส่งจำเลยไปยังสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดสงขลา จนกว่าจำเลยจะอายุ 18 ปี บริบูรณ์ ตาม ป.อ. มาตรา 74 (5) (ที่ถูกมาตรา 75 ประกอบมาตรา 74 (5))

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาขอให้มอบตัวจำเลยให้แก่บิดามารดานั้น เห็นว่า ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้ส่งตัวจำเลยไปยังสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดสงขลา จนกว่าจำเลยจะมีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ แต่ในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกาจำเลยมีอายุครบ 18 ปี แล้ว จึงไม่อาจส่งตัวจำเลยไปฝึกและอบรมที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดสงขลาตาม ป.อ. มาตรา 75 ประกอบมาตรา 74 (5) ได้ ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น และเห็นควรมอบตัวจำเลยให้บิดามารดาจำเลยโดยวางข้อกำหนดให้บิดามารดาจำเลยปฏิบัติตาม และเพื่อให้จำเลยหลาบจำเห็นสมควรกำหนดวิธีการดำเนินการและเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติของจำเลยด้วย

อนึ่ง คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 80, 288, 371 และขอให้ริบปลอกมีดของกลาง แต่ศาลล่างทั้งสองมิได้มีคำวินิจฉัยว่าจะริบของกลางนั้นหรือไม่ คำพิพากษาของศาลล่างทั้งสองจึงไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 186 (9) แม้คู่ความมิได้ฎีกาในปัญหานี้ แต่เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 และการริบทรัพย์สินของกลางไม่เป็นการเพิ่มโทษจำเลย จึงไม่ต้องห้ามตาม ป.วิ.อ. มาตรา 212 ประกอบมาตรา 225 เมื่อปลอกมีดของกลางเป็นส่วนประกอบของมีดที่จำเลยใช้กระทำความผิด จึงให้ริบ

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บิดามารดาจำเลยรับตัวจำเลยไปอบรมสั่งสอนและดูแลระมัดระวังมิให้จำเลยก่อเหตุร้ายหรือกระทำความผิดอาญาใด ๆ ขึ้นอีกภายในกำหนด 2 ปี นับแต่วันที่ได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้จำเลยฟัง หากจำเลยก่อเหตุร้ายหรือกระทำความผิดอาญาขึ้นอีก บิดามารดาจำเลยจะต้องชำระเงินต่อศาลครั้งละ 1,000 บาท ตาม ป.อ. มาตรา 75 ประกอบมาตรา 74 (2) และกำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติของจำเลย โดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมความประพฤติปีละ 3 ครั้ง มีกำหนด 1 ปี ตามเงื่อนไขและระยะเวลาที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควร ให้จำเลยละเว้นการประพฤติใดอันอาจนำไปสู่การกระทำความผิดทำนองนี้อีก กับให้จำเลยทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติและจำเลยเห็นสมควรมีกำหนด 30 ชั่วโมง ริบของกลาง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000798.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548