คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7566/2548 ฉบับเต็ม

#266604
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7566/2548 นายเขียน เพชระ โจทก์ นางสนใจ สิงห์ไชย กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 138, มาตรา 149 โจทก์และจำเลยทั้งสองตกลงท้ากันให้กองพิสูจน์หลักฐาน พิสูจน์ลายมือชื่อในช่องผู้ค้ำประกัน หากกองพิสูจน์หลักฐานมีความเห็นว่าใช่หรือน่าจะใช่ลายมือชื่อของจำเลยที่ 2 จำเลยทั้งสองยอมแพ้ แต่หากไม่ใช่หรือน่าจะไม่ใช่ลายมือชื่อของจำเลยที่ 2 โจทก์ยอมแพ้ ข้อแพ้ชนะตามคำท้าจึงขึ้นอยู่กับผลการตรวจพิสูจน์ของกองพิสูจน์หลักฐานว่าจะสมคำท้าของฝ่ายใด เมื่อผลการตรวจพิสูจน์มีความเห็นว่าลายมือชื่อผู้ค้ำประกันกับตัวอย่างลายมือชื่อของจำเลยที่ 2 ไม่ใช่ลายมือชื่อของบุคคลเดียวกันซึ่งสมคำท้าของฝ่ายจำเลย โจทก์จึงเป็นฝ่ายแพ้คดีตามคำท้า โจทก์จะอ้างว่า ผลการตรวจพิสูจน์ได้ถูกเปิดเผยก่อนวันนัดพร้อมและจำเลยทั้งสองทราบผลการตรวจพิสูจน์ก่อนชำระเงินค่าตรวจพิสูจน์เป็นการพิจารณาที่ผิดระเบียบและไม่ชอบด้วยกฎหมายหาได้ไม่ เพราะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นภายหลังจากมีการดำเนินกระบวนพิจารณาตามคำท้าแล้ว จึงเป็นเรื่องนอกเหนือคำท้าไม่เกี่ยวกับกระบวนพิจารณาที่คู่ความตกลงท้ากัน ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 1,570,964 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 1,460,000 บาท นับจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณา คู่ความตกลงท้ากันให้ส่งลายมือชื่อของจำเลยที่ 2 ไปให้กองพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติทำการตรวจพิสูจน์ หากผลการตรวจพิสูจน์ปรากฏว่าลายมือชื่อในช่องผู้ค้ำประกันใช่หรือน่าจะใช่ลายมือชื่อของจำเลยที่ 2 จำเลยทั้งสองยอมแพ้ แต่หากไม่ใช่หรือน่าจะไม่ใช่ลายมือชื่อของจำเลยที่ 2 โจทก์ยอมแพ้ กองพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติส่งรายงานการตรวจพิสูจน์มายังศาลชั้นต้นก่อนวันนัด โจทก์ยื่นคำร้องว่ารายงานการตรวจพิสูจน์หลักฐานได้ถูกเปิดเผยก่อนวันนัดทำให้ผลการตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อของจำเลยที่ 2 ที่จะใช้เป็นพยานหลักฐานในการวินิจฉัยพิพากษาคดีตามคำท้าเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอยกเลิกคำท้าและให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาวินิจฉัยว่า ศาลชั้นต้นพิพากษาคดีไปตามคำท้าเป็นการชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์และจำเลยทั้งสองตกลงท้ากันให้กองพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติพิสูจน์ลายมือชื่อในช่องผู้ค้ำประกัน หากกองพิสูจน์หลักฐานมีความเห็นว่าใช่หรือน่าจะใช่ลายมือชื่อของจำเลยที่ 2 จำเลยทั้งสองยอมแพ้ แต่หากไม่ใช่หรือน่าจะไม่ใช่ลายมือชื่อของจำเลยที่ 2 โจทก์ยอมแพ้ ข้อแพ้ชนะตามคำท้าจึงขึ้นอยู่กับผลการตรวจพิสูจน์ของกองพิสูจน์หลักฐานว่าจะสมคำท้าของฝ่ายใด เมื่อกองพิสูจน์หลักฐานรายงานผลการตรวจพิสูจน์และมีความเห็นว่าลายมือชื่อผู้ค้ำประกันกับตัวอย่างลายมือชื่อของจำเลยที่ 2 ไม่ใช่ลายมือชื่อของบุคคลคนเดียวกันซึ่งสมคำท้าของฝ่ายจำเลย โจทก์จึงต้องเป็นฝ่ายแพ้คดีตามคำท้า ที่โจทก์ฎีกาว่า ผลการตรวจพิสูจน์ได้ถูกเปิดเผยก่อนวันนัดพร้อมและจำเลยทั้งสองทราบผลการตรวจพิสูจน์ก่อนชำระเงินค่าตรวจพิสูจน์เป็นการพิจารณาที่ผิดระเบียบและไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เห็นว่า เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นภายหลังจากมีการดำเนินกระบวนพิจารณาตามคำท้าแล้วจึงเป็นเรื่องนอกเหนือคำท้าไม่เกี่ยวกับกระบวนพิจารณาที่คู่ความตกลงท้ากัน โจทก์จะยกขึ้นอ้างเพื่อให้ศาลมีคำสั่งยกเลิกกระบวนพิจารณาตามคำท้าที่ได้กระทำไปโดยชอบแล้วไม่ได้ ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาคดีไปตามคำท้าโดยให้โจทก์เป็นฝ่ายแพ้คดีชอบด้วยกระบวนพิจารณาแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (สุรศักดิ์ สุวรรณประกร-สมศักดิ์ เนตรมัย-สุทัศน์ ศิริมหาพฤกษ์) ศาลจังหวัดทุ่งสง - นายสุรพันธ์ บุญช่วย ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายศุภศักดิ์ เยาว์วิวัฒน์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
266604
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดทุ่งสง",
        "judge": "นายสุรพันธ์ บุญช่วย"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 8",
        "judge": "นายศุภศักดิ์ เยาว์วิวัฒน์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082027626"
    }
}
date
2548
deka_no
7566/2548
deka_running_no
7566
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "สุรศักดิ์ สุวรรณประกร",
    "สมศักดิ์ เนตรมัย",
    "สุทัศน์ ศิริมหาพฤกษ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 138",
            "ม. 149"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายเขียน เพชระ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสนใจ สิงห์ไชย กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 1,570,964 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 1,460,000 บาท นับจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณา คู่ความตกลงท้ากันให้ส่งลายมือชื่อของจำเลยที่ 2 ไปให้กองพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติทำการตรวจพิสูจน์ หากผลการตรวจพิสูจน์ปรากฏว่าลายมือชื่อในช่องผู้ค้ำประกันใช่หรือน่าจะใช่ลายมือชื่อของจำเลยที่ 2 จำเลยทั้งสองยอมแพ้ แต่หากไม่ใช่หรือน่าจะไม่ใช่ลายมือชื่อของจำเลยที่ 2 โจทก์ยอมแพ้ กองพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติส่งรายงานการตรวจพิสูจน์มายังศาลชั้นต้นก่อนวันนัด โจทก์ยื่นคำร้องว่ารายงานการตรวจพิสูจน์หลักฐานได้ถูกเปิดเผยก่อนวันนัดทำให้ผลการตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อของจำเลยที่ 2 ที่จะใช้เป็นพยานหลักฐานในการวินิจฉัยพิพากษาคดีตามคำท้าเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอยกเลิกคำท้าและให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาวินิจฉัยว่า ศาลชั้นต้นพิพากษาคดีไปตามคำท้าเป็นการชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์และจำเลยทั้งสองตกลงท้ากันให้กองพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติพิสูจน์ลายมือชื่อในช่องผู้ค้ำประกัน หากกองพิสูจน์หลักฐานมีความเห็นว่าใช่หรือน่าจะใช่ลายมือชื่อของจำเลยที่ 2 จำเลยทั้งสองยอมแพ้ แต่หากไม่ใช่หรือน่าจะไม่ใช่ลายมือชื่อของจำเลยที่ 2 โจทก์ยอมแพ้ ข้อแพ้ชนะตามคำท้าจึงขึ้นอยู่กับผลการตรวจพิสูจน์ของกองพิสูจน์หลักฐานว่าจะสมคำท้าของฝ่ายใด เมื่อกองพิสูจน์หลักฐานรายงานผลการตรวจพิสูจน์และมีความเห็นว่าลายมือชื่อผู้ค้ำประกันกับตัวอย่างลายมือชื่อของจำเลยที่ 2 ไม่ใช่ลายมือชื่อของบุคคลคนเดียวกันซึ่งสมคำท้าของฝ่ายจำเลย โจทก์จึงต้องเป็นฝ่ายแพ้คดีตามคำท้า ที่โจทก์ฎีกาว่า ผลการตรวจพิสูจน์ได้ถูกเปิดเผยก่อนวันนัดพร้อมและจำเลยทั้งสองทราบผลการตรวจพิสูจน์ก่อนชำระเงินค่าตรวจพิสูจน์เป็นการพิจารณาที่ผิดระเบียบและไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เห็นว่า เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นภายหลังจากมีการดำเนินกระบวนพิจารณาตามคำท้าแล้วจึงเป็นเรื่องนอกเหนือคำท้าไม่เกี่ยวกับกระบวนพิจารณาที่คู่ความตกลงท้ากัน โจทก์จะยกขึ้นอ้างเพื่อให้ศาลมีคำสั่งยกเลิกกระบวนพิจารณาตามคำท้าที่ได้กระทำไปโดยชอบแล้วไม่ได้ ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาคดีไปตามคำท้าโดยให้โจทก์เป็นฝ่ายแพ้คดีชอบด้วยกระบวนพิจารณาแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000782.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548