คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7976/2548 ฉบับเต็ม

#266613
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7976/2548 นางสาวเพลินพิศ แซ่โค้ว โจทก์ นายดาบตำรวจพิฑูรย์ เพ็ญจันทร์ จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 745 โจทก์ฟ้องบังคับจำนองจำเลยในต้นเงิน 300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันจดทะเบียนจำนองจนถึงวันฟ้องเป็นเวลา 8 ปีเศษ โดยโจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่าดอกเบี้ยที่ค้างชำระดังกล่าวจำเลยได้ชำระให้แก่โจทก์บางส่วนและนำมาหักจากดอกเบี้ยที่ค้างชำระทั้งหมดแล้ว ดังนี้ เมื่อโจทก์บรรยายฟ้องเพียงว่าครบกำหนดชำระดอกเบี้ยจำเลยไม่ชำระ จึงต้องถือว่าตามคำฟ้องดังกล่าวโจทก์คิดคำนวณดอกเบี้ยที่ค้างชำระจากจำเลยเต็มจำนวนตั้งแต่วันจดทะเบียนจำนองจนถึงวันฟ้อง แม้ในตอนท้ายของคำฟ้อง โจทก์จะมีคำขอบังคับให้ชำระดอกเบี้ยเพียง 5 ปี เป็นจำนวน 225,000 บาท แต่เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏจากคำเบิกความของโจทก์ยอมรับว่า จำเลยได้ชำระดอกเบี้ยให้แก่โจทก์บางส่วนแล้ว จำนวน 150,000 บาท ซึ่งทำให้ยอดหนี้ค่าดอกเบี้ยที่โจทก์ฟ้องลดลง ศาลจึงมีอำนาจที่จะนำเงินที่จำเลยชำระมาหักออกจากดอกเบี้ยที่ค้างชำระที่โจทก์ขอมาก่อนวันฟ้องได้ ดังนั้นเมื่อหักค่าดอกเบี้ยที่จำเลยชำระมาแล้วจำนวน 150,000 บาท จึงคงเหลือจำนวนดอกเบี้ยที่จำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์จำนวน 75,000 บาท ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำนองยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 40710 ตำบลนางรอง อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ออกขายทอดตลาด นำเงินมาชำระหนี้ให้โจทก์ถึงวันฟ้องจำนวน 525,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปีนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ หากขายได้เงินไม่พอให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยออกขายทอดตลาดชำระหนี้ให้โจทก์จนครบถ้วน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้พิจารณาคดีอย่างคดีไม่มีข้อยุ่งยาก จำเลยไม่ให้การ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ให้บังคับจำนองยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 40710 ตำบลนางรอง อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้โจทก์จำนวน 525,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 300,000 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (วันที่ 8 กรกฎาคม 2546) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 2,500 บาท คำขอนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้น ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโดยคู่ความไม่โต้แย้งว่าจำเลยจดทะเบียนจำนองที่ดินเพื่อเป็นประกันการกู้ยืมเงินจำนวน 300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี กำหนดชำระดอกเบี้ยเป็นรายเดือน นับแต่วันจดทะเบียนจำนอง โดยให้ถือสัญญาจำนองเป็นหลักฐานการกู้ยืม จำเลยได้รับเงินกู้ไปจากโจทก์ครบถ้วนในวันจดทะเบียนจำนอง จำเลยได้ชำระดอกเบี้ยให้โจทก์บางส่วน จำนวน 150,000 บาท โจทก์บอกกล่าวบังคับจำนองและจำเลยได้รับคำบอกกล่าวบังคับจำนองแล้ว คดีมีปัญหาวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยว่า ศาลจะนำเงินจำนวน 150,000 บาท ที่จำเลยชำระค่าดอกเบี้ยให้แก่โจทก์บางส่วนมาหักจากจำนวนเงินดอกเบี้ยที่โจทก์เรียกร้องมาตามคำฟ้องหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องบังคับจำนองจำเลยในต้นเงิน 300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 13 ธันวาคม 2537 อันเป็นวันจดทะเบียนจำนองจนถึงวันฟ้องเป็นเวลา 8 ปีเศษ โดยโจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่าดอกเบี้ยที่ค้างชำระดังกล่าว จำเลยได้ชำระให้แก่โจทก์บางส่วนและนำมาหักจากดอกเบี้ยที่ค้างชำระทั้งหมดแล้ว ดังนี้ เมื่อโจทก์บรรยายฟ้องเพียงว่าครบกำหนดชำระดอกเบี้ยจำเลยไม่ชำระ จึงต้องถือว่าตามคำฟ้องดังกล่าวโจทก์คิดคำนวณดอกเบี้ยที่ค้างชำระจากจำเลยเต็มจำนวน ตั้งแต่วันจดทะเบียนจำนองจนถึงวันฟ้อง แม้ในตอนท้ายของคำฟ้องโจทก์จะมีคำขอบังคับให้ชำระดอกเบี้ยเพียง 5 ปี เป็นจำนวน 225,000 บาท แต่เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏจากคำเบิกความของโจทก์ยอมรับว่า จำเลยได้ชำระดอกเบี้ยให้แก่โจทก์บางส่วนแล้ว จำนวน 150,000 บาท ซึ่งทำให้ยอดหนี้ค่าดอกเบี้ยที่โจทก์ฟ้องลดลง ศาลก็จึงมีอำนาจที่จะนำเงินที่จำเลยชำระมาหักออกจากดอกเบี้ยที่ค้างชำระที่โจทก์ขอมาก่อนวันฟ้องได้ ดังนั้นเมื่อหักค่าดอกเบี้ยที่จำเลยชำระมาแล้วจำนวน 150,000 บาท จึงคงเหลือจำนวนดอกเบี้ยที่จำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์จำนวน 75,000 บาท ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าเงินค่าดอกเบี้ยที่จำเลยชำระให้แก่โจทก์บางส่วน มิได้หมายความถึงดอกเบี้ยค้างชำระจำนวน 225,000 บาท ที่โจทก์ขอมาในคำฟ้อง และไม่นำมาหักให้จึงไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา อุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับจำนองนำเงินมาชำระหนี้โจทก์จำนวน 375,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 300,000 บาท นัดถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ เฉพาะค่าขึ้นศาลในศาลชั้นต้นให้จำเลยใช้แทนเท่าที่โจทก์ชนะคดี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ. (มนตรี ยอดปัญญา-สบโชค สุขารมณ์-ประทีป เฉลิมภัทรกุล) ศาลชั้นต้น - นายอรรถวุฒิ สุวรรณมงคล ศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
266613
courts
[
    {
        "court": "ศาลชั้นต้น",
        "judge": "นายอรรถวุฒิ สุวรรณมงคล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ -",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082027503"
    }
}
date
2548
deka_no
7976/2548
deka_running_no
7976
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "มนตรี ยอดปัญญา",
    "สบโชค สุขารมณ์",
    "ประทีป เฉลิมภัทรกุล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 745"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางสาวเพลินพิศ แซ่โค้ว"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายดาบตำรวจพิฑูรย์ เพ็ญจันทร์"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำนองยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 40710 ตำบลนางรอง อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ออกขายทอดตลาด นำเงินมาชำระหนี้ให้โจทก์ถึงวันฟ้องจำนวน 525,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปีนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ หากขายได้เงินไม่พอให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยออกขายทอดตลาดชำระหนี้ให้โจทก์จนครบถ้วน

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้พิจารณาคดีอย่างคดีไม่มีข้อยุ่งยาก

จำเลยไม่ให้การ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ให้บังคับจำนองยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 40710 ตำบลนางรอง อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้โจทก์จำนวน 525,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 300,000 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (วันที่ 8 กรกฎาคม 2546) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 2,500 บาท คำขอนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้น ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 223 ทวิ

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโดยคู่ความไม่โต้แย้งว่าจำเลยจดทะเบียนจำนองที่ดินเพื่อเป็นประกันการกู้ยืมเงินจำนวน 300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี กำหนดชำระดอกเบี้ยเป็นรายเดือน นับแต่วันจดทะเบียนจำนอง โดยให้ถือสัญญาจำนองเป็นหลักฐานการกู้ยืม จำเลยได้รับเงินกู้ไปจากโจทก์ครบถ้วนในวันจดทะเบียนจำนอง จำเลยได้ชำระดอกเบี้ยให้โจทก์บางส่วน จำนวน 150,000 บาท โจทก์บอกกล่าวบังคับจำนองและจำเลยได้รับคำบอกกล่าวบังคับจำนองแล้ว คดีมีปัญหาวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยว่า ศาลจะนำเงินจำนวน 150,000 บาท ที่จำเลยชำระค่าดอกเบี้ยให้แก่โจทก์บางส่วนมาหักจากจำนวนเงินดอกเบี้ยที่โจทก์เรียกร้องมาตามคำฟ้องหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องบังคับจำนองจำเลยในต้นเงิน 300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 13 ธันวาคม 2537 อันเป็นวันจดทะเบียนจำนองจนถึงวันฟ้องเป็นเวลา 8 ปีเศษ โดยโจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่าดอกเบี้ยที่ค้างชำระดังกล่าว จำเลยได้ชำระให้แก่โจทก์บางส่วนและนำมาหักจากดอกเบี้ยที่ค้างชำระทั้งหมดแล้ว ดังนี้ เมื่อโจทก์บรรยายฟ้องเพียงว่าครบกำหนดชำระดอกเบี้ยจำเลยไม่ชำระ จึงต้องถือว่าตามคำฟ้องดังกล่าวโจทก์คิดคำนวณดอกเบี้ยที่ค้างชำระจากจำเลยเต็มจำนวน ตั้งแต่วันจดทะเบียนจำนองจนถึงวันฟ้อง แม้ในตอนท้ายของคำฟ้องโจทก์จะมีคำขอบังคับให้ชำระดอกเบี้ยเพียง 5 ปี เป็นจำนวน 225,000 บาท แต่เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏจากคำเบิกความของโจทก์ยอมรับว่า จำเลยได้ชำระดอกเบี้ยให้แก่โจทก์บางส่วนแล้ว จำนวน 150,000 บาท ซึ่งทำให้ยอดหนี้ค่าดอกเบี้ยที่โจทก์ฟ้องลดลง ศาลก็จึงมีอำนาจที่จะนำเงินที่จำเลยชำระมาหักออกจากดอกเบี้ยที่ค้างชำระที่โจทก์ขอมาก่อนวันฟ้องได้ ดังนั้นเมื่อหักค่าดอกเบี้ยที่จำเลยชำระมาแล้วจำนวน 150,000 บาท จึงคงเหลือจำนวนดอกเบี้ยที่จำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์จำนวน 75,000 บาท ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าเงินค่าดอกเบี้ยที่จำเลยชำระให้แก่โจทก์บางส่วน มิได้หมายความถึงดอกเบี้ยค้างชำระจำนวน 225,000 บาท ที่โจทก์ขอมาในคำฟ้อง และไม่นำมาหักให้จึงไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา อุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้น

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับจำนองนำเงินมาชำระหนี้โจทก์จำนวน 375,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 300,000 บาท นัดถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ เฉพาะค่าขึ้นศาลในศาลชั้นต้นให้จำเลยใช้แทนเท่าที่โจทก์ชนะคดี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000781.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548