คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2433/2549 ฉบับเต็ม

#266624
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2433/2549 นายเสรี สุระบาล โจทก์ กรมสรรพากร จำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 17, มาตรา 20 ข้อกำหนดคดีภาษีอากร พ.ศ.2544 มาตรา 16, มาตรา 21 ในวันชี้สองสถานคู่ความยอมรับข้อเท็จจริงกัน ศาลภาษีอากรกลางเห็นว่าข้อเท็จจริงจากคำแถลงรับของคู่ความและเอกสารที่คู่ความนำส่งศาลเพียงพอที่จะวินิจฉัยคดีได้แล้ว จึงให้งดสืบพยานโจทก์และพยานจำเลย ศาลภาษีอากรกลางย่อมมีอำนาจนำข้อเท็จจริงที่คู่ความยอมรับกันดังกล่าวและข้อเท็จจริงจากพยานเอกสารที่จำเลยนำส่งต่อศาลมาวินิจฉัยว่าพฤติการณ์ของโจทก์มีเหตุอันควรงดหรือลดเบี้ยปรับให้มากกว่าที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ลดให้หรือไม่ ตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 มาตรา 17 และ 20 ประกอบข้อกำหนดคดีภาษีอากร พ.ศ. 2544 ข้อ 16 และ 21 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ขอให้งดหรือลดเบี้ยปรับและเงินเพิ่มแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้แก้ไขการประเมินของเจ้าพนักงานประเมิน ตามหนังสือแจ้งการประเมินภาษีธุรกิจเฉพาะ เลขที่ 12920060/6/100006 ลงวันที่ 10 เมษายน 2545 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ เลขที่ สภ.12 ตง./148/2546 ลงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2546 เฉพาะกรณีเบี้ยปรับให้เรียกเก็บเพียงร้อยละ 30 ของเบี้ยปรับตามกฎหมาย ส่วนคำขอของโจทก์นอกจากนี้ให้ยก ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า เมื่อศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งงดสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยและพิพากษาว่าการประเมินตามหนังสือแจ้งการประเมินภาษีธุรกิจเฉพาะของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ถูกต้องและชอบด้วยกฎหมายแล้ว ก็ไม่มีเหตุหรือข้อเท็จจริงที่ศาลภาษีอากรกลางจะวินิจฉัยลดเบี้ยปรับให้แก่โจทก์เพิ่มขึ้นได้ การที่ศาลภาษีอากรกลางวินิจฉัยลดเบี้ยปรับให้แก่โจทก์คงเหลือเรียกเก็บเพียงร้อยละ 30 ของเบี้ยปรับตามกฎหมายนั้น จึงเป็นการวินิจฉัยที่ไม่ถูกต้องตามวิธีพิจารณาและตามข้อเท็จจริง เห็นว่า ที่ศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งให้งดสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยก็สืบเนื่องมาจากการที่คู่ความยอมรับข้อเท็จจริงกันในวันชี้สองสถาน ซึ่งศาลภาษีอากรกลางเห็นว่าข้อเท็จจริงจากคำแถลงรับของคู่ความและเอกสารที่คู่ความนำส่งศาลเพียงพอที่จะวินิจฉัยคดีได้แล้ว ศาลภาษีอากรกลางจึงมีอำนาจนำข้อเท็จจริงที่คู่ความยอมรับกันในวันชี้สองสถานดังกล่าวและข้อเท็จจริงจากพยานเอกสารที่จำเลยยื่นต่อศาลมาวินิจฉัยว่าพฤติการณ์ของโจทก์มีเหตุอันควรงดหรือลดเบี้ยปรับให้มากกว่าที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ลดให้หรือไม่ตามบทบัญญัติแห่ง พ .ร.บ. จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 มาตรา 17 และมาตรา 20 ประกอบด้วยข้อกำหนดคดีภาษีอากร พ.ศ. 2544 ข้อ 16 และ 21 เป็นการชอบด้วยวิธีพิจารณาคดีภาษีอากรแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น. (เปรมใจ กิติคุณไพโรจน์-ทองหล่อ โฉมงาม-รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์) ศาลภาษีอากรกลาง - นางสุพัตรา อนันตพงศ์ ศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
266624
courts
[
    {
        "court": "ศาลภาษีอากรกลาง",
        "judge": "นางสุพัตรา อนันตพงศ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ -",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082025036"
    }
}
date
2549
deka_no
2433/2549
deka_running_no
2433
deka_year
2549
department
แผนก
judges
[
    "เปรมใจ กิติคุณไพโรจน์",
    "ทองหล่อ โฉมงาม",
    "รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528",
        "sections": [
            "ม. 17",
            "ม. 20"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ข้อกำหนดคดีภาษีอากร พ.ศ.2544",
        "law_abbr": "ข้อกำหนดคดีภาษีอากร พ.ศ.2544",
        "sections": [
            "ม. 16",
            "ม. 21"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายเสรี สุระบาล"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "กรมสรรพากร"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ขอให้งดหรือลดเบี้ยปรับและเงินเพิ่มแก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้แก้ไขการประเมินของเจ้าพนักงานประเมิน ตามหนังสือแจ้งการประเมินภาษีธุรกิจเฉพาะ เลขที่ 12920060/6/100006 ลงวันที่ 10 เมษายน 2545 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ เลขที่ สภ.12 ตง./148/2546 ลงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2546 เฉพาะกรณีเบี้ยปรับให้เรียกเก็บเพียงร้อยละ 30 ของเบี้ยปรับตามกฎหมาย ส่วนคำขอของโจทก์นอกจากนี้ให้ยก ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า เมื่อศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งงดสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยและพิพากษาว่าการประเมินตามหนังสือแจ้งการประเมินภาษีธุรกิจเฉพาะของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ถูกต้องและชอบด้วยกฎหมายแล้ว ก็ไม่มีเหตุหรือข้อเท็จจริงที่ศาลภาษีอากรกลางจะวินิจฉัยลดเบี้ยปรับให้แก่โจทก์เพิ่มขึ้นได้ การที่ศาลภาษีอากรกลางวินิจฉัยลดเบี้ยปรับให้แก่โจทก์คงเหลือเรียกเก็บเพียงร้อยละ 30 ของเบี้ยปรับตามกฎหมายนั้น จึงเป็นการวินิจฉัยที่ไม่ถูกต้องตามวิธีพิจารณาและตามข้อเท็จจริง เห็นว่า ที่ศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งให้งดสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยก็สืบเนื่องมาจากการที่คู่ความยอมรับข้อเท็จจริงกันในวันชี้สองสถาน ซึ่งศาลภาษีอากรกลางเห็นว่าข้อเท็จจริงจากคำแถลงรับของคู่ความและเอกสารที่คู่ความนำส่งศาลเพียงพอที่จะวินิจฉัยคดีได้แล้ว ศาลภาษีอากรกลางจึงมีอำนาจนำข้อเท็จจริงที่คู่ความยอมรับกันในวันชี้สองสถานดังกล่าวและข้อเท็จจริงจากพยานเอกสารที่จำเลยยื่นต่อศาลมาวินิจฉัยว่าพฤติการณ์ของโจทก์มีเหตุอันควรงดหรือลดเบี้ยปรับให้มากกว่าที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ลดให้หรือไม่ตามบทบัญญัติแห่ง พ .ร.บ. จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 มาตรา 17 และมาตรา 20 ประกอบด้วยข้อกำหนดคดีภาษีอากร พ.ศ. 2544 ข้อ 16 และ 21 เป็นการชอบด้วยวิธีพิจารณาคดีภาษีอากรแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000758.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2549