คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2566/2549 ฉบับเต็ม

#266632
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2566/2549 นางกิมเป้า เตียวไพบูลย์ โดยนางจิตรา แท่นชวาล และนายสมศักดิ์ เตียว ไพบูลย์ ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน โจทก์ นายชูศักดิ์ ตันโสภาลักษณ์ กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 271 โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินและห้องพิพาท ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่าที่ดินและห้องพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์รวมของโจทก์กับจำเลย พิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินและห้องพิพาทส่วนของโจทก์ แม้ต่อมาจะมีปัญหาในชั้นบังคับคดีว่า ไม่ปรากฏว่าที่ดินและห้องพิพาทซึ่งมีอยู่ 2 ห้อง ส่วนใดเป็นของโจทก์ที่จำเลยและบริวารต้องออกไป ศาลชั้นต้นก็ไม่อาจมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินที่พิพาทออกประมูลขายได้ เพราะเป็นการบังคับคดีที่นอกเหนือจากคำพิพากษา ไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 271 ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลฎีกาพิพากษาให้ขับไล่จำเลยที่ 1 และบริวารออกจากที่ดินโฉนดเลขที่ 5643 ตำบลตลาด อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ และห้องพิพาทส่วนที่เป็นของโจทก์ ยกฟ้องจำเลยที่ 2 แต่จำเลยที่ 1 ไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์จึงขอหมายบังคับคดี ต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ขอให้ศาลออกหมายจับกุมและกักขังจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนหมายจับจำเลยที่ 1 ศาลชั้นต้นจึงนัดพร้อมและมีคำสั่งว่า ปรากฏตามคำพิพากษาศาลฎีกาว่าไม่ได้บ่งชี้ว่าที่ดินตึกแถวพิพาทส่วนไหนเป็นของโจทก์หรือของจำเลย จึงให้โจทก์กับจำเลยที่ 1 ไปตกลงราคาค่าทรัพย์พิพาทระหว่างกันเอง หากตกลงกันไม่ได้ให้นำทรัพย์สินที่พิพาทออกประมูลขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งกันคนละครึ่ง และให้ออกหมายปล่อยจำเลยที่ 1 แต่โจทก์และจำเลยที่ 1 ไม่สามารถตกลงกันได้ ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินที่พิพาทออกประมูลขายระหว่างกันเองแล้วนำเงินมาแบ่งกันคนละครึ่ง ถ้ายังตกลงกันไม่ได้ให้นำทรัพย์สินที่พิพาทออกขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งกันตาม ป.พ.พ. มาตรา 1364 จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาให้ยกคำสั่งของศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า คำสั่งศาลชั้นต้นให้นำทรัพย์สินที่พิพาทออกประมูลขายระหว่างคู่ความหรือนำออกขายทอดตลาด ตามรายงานกระบวนพิจารณา ลงวันที่ 4 ตุลาคม 2543 ชอบหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ให้ขับไล่จำเลยที่ 1 และบริวารออกจากที่ดินโฉนดเลขที่ 5643 และห้องพิพาทส่วนที่เป็นของโจทก์โดยวินิจฉัยว่าที่ดินและห้องพิพาทเดิมมีโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมอยู่กับนางกิมเน้ยมารดาของโจทก์โดยไม่ปรากฏว่าใครมีส่วนเท่าใด จึงถือว่ามีกรรมสิทธิ์คนละครึ่ง นางกิมเน้ยไม่มีสิทธิจะขายที่ดินทั้งแปลงให้ฝ่ายจำเลยเพราะไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ แต่ที่ดินและห้องพิพาทในส่วนที่เป็นของโจทก์ ฝ่ายจำเลยอยู่โดยอาศัยสิทธิของโจทก์อันเป็นการครอบครองแทนโจทก์ ดังนี้ แม้ต่อมาจะมีปัญหาในชั้นบังคับคดีว่า ไม่ปรากฏว่าที่ดินและห้องพิพาทซึ่งมีอยู่ 2 ห้อง ส่วนใดเป็นของโจทก์ที่จำเลยที่ 1 และบริวารต้องออกไป ศาลชั้นต้นก็ไม่อาจมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินที่พิพาทออกประมูลขายได้เพราะเป็นการบังคับคดีที่นอกเหนือจากคำพิพากษา ซึ่งไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 271 การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินที่พิพาทออกประมูลขายระหว่างคู่ความหรือนำออกขายทอดตลาดจึงไม่ชอบ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (บุญรอด ตันประเสริฐ-สมชัย จึงประเสริฐ-ชัชลิต ละเอียด) ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายกฤต บุญญานุสนธิ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นางวยุรี วัฒนวรลักษณ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
266632
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดสมุทรปราการ",
        "judge": "นายกฤต บุญญานุสนธิ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นางวยุรี วัฒนวรลักษณ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082024831"
    }
}
date
2549
deka_no
2566/2549
deka_running_no
2566
deka_year
2549
department
แผนก
judges
[
    "บุญรอด ตันประเสริฐ",
    "สมชัย จึงประเสริฐ",
    "ชัชลิต ละเอียด"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 271"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "เตียว",
        "name": "นางกิมเป้า เตียวไพบูลย์ โดยนางจิตรา แท่นชวาล และนายสมศักดิ์"
    },
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ไพบูลย์ ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายชูศักดิ์ ตันโสภาลักษณ์ กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลฎีกาพิพากษาให้ขับไล่จำเลยที่ 1 และบริวารออกจากที่ดินโฉนดเลขที่ 5643 ตำบลตลาด อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ และห้องพิพาทส่วนที่เป็นของโจทก์ ยกฟ้องจำเลยที่ 2 แต่จำเลยที่ 1 ไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์จึงขอหมายบังคับคดี ต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ขอให้ศาลออกหมายจับกุมและกักขังจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนหมายจับจำเลยที่ 1 ศาลชั้นต้นจึงนัดพร้อมและมีคำสั่งว่า ปรากฏตามคำพิพากษาศาลฎีกาว่าไม่ได้บ่งชี้ว่าที่ดินตึกแถวพิพาทส่วนไหนเป็นของโจทก์หรือของจำเลย จึงให้โจทก์กับจำเลยที่ 1 ไปตกลงราคาค่าทรัพย์พิพาทระหว่างกันเอง หากตกลงกันไม่ได้ให้นำทรัพย์สินที่พิพาทออกประมูลขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งกันคนละครึ่ง และให้ออกหมายปล่อยจำเลยที่ 1 แต่โจทก์และจำเลยที่ 1 ไม่สามารถตกลงกันได้ ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินที่พิพาทออกประมูลขายระหว่างกันเองแล้วนำเงินมาแบ่งกันคนละครึ่ง ถ้ายังตกลงกันไม่ได้ให้นำทรัพย์สินที่พิพาทออกขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งกันตาม ป.พ.พ. มาตรา 1364

จำเลยที่ 1 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาให้ยกคำสั่งของศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า คำสั่งศาลชั้นต้นให้นำทรัพย์สินที่พิพาทออกประมูลขายระหว่างคู่ความหรือนำออกขายทอดตลาด ตามรายงานกระบวนพิจารณา ลงวันที่ 4 ตุลาคม 2543 ชอบหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ให้ขับไล่จำเลยที่ 1 และบริวารออกจากที่ดินโฉนดเลขที่ 5643 และห้องพิพาทส่วนที่เป็นของโจทก์โดยวินิจฉัยว่าที่ดินและห้องพิพาทเดิมมีโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมอยู่กับนางกิมเน้ยมารดาของโจทก์โดยไม่ปรากฏว่าใครมีส่วนเท่าใด จึงถือว่ามีกรรมสิทธิ์คนละครึ่ง นางกิมเน้ยไม่มีสิทธิจะขายที่ดินทั้งแปลงให้ฝ่ายจำเลยเพราะไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ แต่ที่ดินและห้องพิพาทในส่วนที่เป็นของโจทก์ ฝ่ายจำเลยอยู่โดยอาศัยสิทธิของโจทก์อันเป็นการครอบครองแทนโจทก์ ดังนี้ แม้ต่อมาจะมีปัญหาในชั้นบังคับคดีว่า ไม่ปรากฏว่าที่ดินและห้องพิพาทซึ่งมีอยู่ 2 ห้อง ส่วนใดเป็นของโจทก์ที่จำเลยที่ 1 และบริวารต้องออกไป ศาลชั้นต้นก็ไม่อาจมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินที่พิพาทออกประมูลขายได้เพราะเป็นการบังคับคดีที่นอกเหนือจากคำพิพากษา ซึ่งไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 271 การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินที่พิพาทออกประมูลขายระหว่างคู่ความหรือนำออกขายทอดตลาดจึงไม่ชอบ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000756.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2549