คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6440/2548 ฉบับเต็ม

#266658
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6440/2548 ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โจทก์ นายประสิทธิ์หรือจักษ์วัฏ อัศวพรมงคล จำเลย พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 14, มาตรา 91, มาตรา 135 (2), มาตรา 136 หนี้ที่โจทก์นำมาฟ้องจำเลยให้ล้มละลายในคดีนี้เป็นหนี้ตามคำพิพากษาของศาลแพ่งคดีหมายเลขแดงที่ 6312/2537 ที่โจทก์อาจขอรับชำระหนี้ได้ในคดีล้มละลายของศาลแพ่งคดีหมายเลขแดงที่ ล. 171/2541 แต่โจทก์มิได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีดังกล่าวจนต่อมาเจ้าหนี้ที่ขอรับชำระหนี้จำนวน 3 ราย ได้ถอนคำขอรับชำระหนี้ในคดีดังกล่าวทุกราย ศาลแพ่งจึงถือเป็นเหตุไม่ควรให้จำเลยถูกพิพากษาให้ล้มละลายและมีคำสั่งยกเลิกการล้มละลายของจำเลยแล้ว แม้ผลของคำสั่งดังกล่าวไม่ทำให้จำเลยหลุดพ้นหนี้สินตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 135 (2) ประกอบมาตรา 136 และโจทก์ยังอาจนำหนี้ตามคำพิพากษาของศาลแพ่งคดีหมายเลขแดงที่ 6312/2537 มาฟ้องจำเลยให้ล้มละลายได้อีกในคดีนี้ก็ตาม แต่พฤติการณ์ที่โจทก์ละเลยมิได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายของศาลแพ่งหมายเลขแดงที่ ล. 171/2541 โดยไม่ปรากฏเหตุอันสมควรทั้งที่มีหน้าที่ต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 91 กรณีดังกล่าวจึงถือเป็นเหตุที่ไม่ควรให้จำเลยล้มละลายตามมาตรา 14 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดและพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลล้มละลายกลางพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงได้ว่า จำเลยเป็นหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาของศาลแพ่ง คดีหมายเลขแดงที่ 6312/2537 ซึ่งพิพากษาเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2537 ให้จำเลยชำระหนี้จำนวน 1,825,484.54 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 14.5 ต่อปี ของต้นเงิน 1,717,500 บาท และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 4,406 บาท นับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 9 พฤศจิกายน 2536) จนกว่าจะชำระเสร็จ หากไม่ชำระให้ยึดทรัพย์สินจำนองและทรัพย์สินอื่นของจำเลยขายทอดตลาดนำมาชำระหนี้จนครบถ้วน กับให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนเท่าที่โจทก์ชนะคดี ตามสำเนาคำพิพากษา ภายหลังมีคำพิพากษาดังกล่าวจำเลยไม่ชำระหนี้ โจทก์จึงขอศาลออกหมายบังคับคดียึดทรัพย์สินจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 150549 แขวงบางซื่อ เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยออกขายทอดตลาดเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2538 แล้วได้เงินจำนวน 1,550,000 บาท ไม่พอชำระหนี้ ยอดหนี้คำนวณถึงวันที่ 14 พฤษภาคม 2547 จำเลยยังคงมีหนี้ค้างชำระต้นเงิน 842,147.73 บาท ดอกเบี้ย 1,067,889.47 บาท รวมเป็นเงิน 1,910,037.20 บาท ตามสำเนาบัญชีแสดงรายการรับจ่ายเงิน สำเนารายงานการขายอสังหาริมทรัพย์และสำเนารายการคำนวณยอดหนี้ ต่อมาวันที่ 26 มีนาคม 2541 ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ยื่นฟ้องจำเลยต่อศาลแพ่งขอให้จำเลยล้มละลาย ศาลแพ่งพิจารณาแล้วมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2541 พิพากษาให้จำเลยล้มละลายเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2542 และมีคำสั่งยกเลิกการล้มละลายของจำเลยตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 135 (2) เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2546 ในคดีหมายเลขแดงที่ ล. 171/2541 ตามสำเนาคำพิพากษา โดยโจทก์มิได้นำหนี้ค้างชำระตามคำพิพากษาของศาลแพ่งคดีหมายเลขแดงที่ 6312/2537 มาขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายหมายเลขแดงที่ ล. 171/2541 แต่ประการใด ปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์มีเพียงว่า มีเหตุอื่นที่ไม่ควรให้จำเลยล้มละลายหรือไม่ เห็นว่า หนี้ที่โจทก์นำมาฟ้องจำเลยให้ล้มละลายในคดีนี้เป็นหนี้ตามคำพิพากษาของศาลแพ่งคดีหมายเลขแดงที่ 6312/2537 ที่โจทก์อาจขอรับชำระหนี้ได้ในคดีล้มละลายของศาลแพ่งหมายเลขแดงที่ ล. 171/2541 แต่โจทก์มิได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีดังกล่าวจนต่อมาเจ้าหนี้ที่ขอรับชำระหนี้จำนวน 3 ราย ได้ถอนคำขอรับชำระหนี้ในคดีดังกล่าวทุกราย ศาลแพ่งจึงถือเป็นเหตุไม่ควรให้จำเลยถูกพิพากษาให้ล้มละลายและมีคำสั่งยกเลิกการล้มละลายของจำเลยแล้วเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2546 แม้ผลของคำสั่งดังกล่าวไม่ทำให้จำเลยหลุดพ้นหนี้สินตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 135 (2) ประกอบมาตรา 136 และโจทก์ยังอาจนำหนี้ตามคำพิพากษาของศาลแพ่งคดีหมายเลขแดงที่ 6312/2537 มาฟ้องจำเลยให้ล้มละลายได้อีกก็ตาม แต่พฤติการณ์ที่โจทก์ละเลยมิได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีดังกล่าวโดยไม่ปรากฏเหตุอันสมควรทั้งที่มีหน้าที่ต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 91 กรณีดังกล่าวถือเป็นเหตุที่ไม่ควรให้จำเลยล้มละลายตามมาตรา 14 ที่ศาลล้มละลายกลางมีคำพิพากษายกฟ้องมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ. (ไพโรจน์ วายุภาพ-สมชาย พงษธา-บรรหาร มูลทวี) ศาลล้มละลายกลาง - นายสิงหะ สัตยธรรม ศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
266658
courts
[
    {
        "court": "ศาลล้มละลายกลาง",
        "judge": "นายสิงหะ สัตยธรรม"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ -",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082028350"
    }
}
date
2548
deka_no
6440/2548
deka_running_no
6440
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "ไพโรจน์ วายุภาพ",
    "สมชาย พงษธา",
    "บรรหาร มูลทวี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "sections": [
            "ม. 14",
            "ม. 91",
            "ม. 135 (2)",
            "ม. 136"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายประสิทธิ์หรือจักษ์วัฏ อัศวพรมงคล"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดและพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลล้มละลายกลางพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงได้ว่า จำเลยเป็นหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาของศาลแพ่ง คดีหมายเลขแดงที่ 6312/2537 ซึ่งพิพากษาเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2537 ให้จำเลยชำระหนี้จำนวน 1,825,484.54 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 14.5 ต่อปี ของต้นเงิน 1,717,500 บาท และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 4,406 บาท นับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 9 พฤศจิกายน 2536) จนกว่าจะชำระเสร็จ หากไม่ชำระให้ยึดทรัพย์สินจำนองและทรัพย์สินอื่นของจำเลยขายทอดตลาดนำมาชำระหนี้จนครบถ้วน กับให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนเท่าที่โจทก์ชนะคดี ตามสำเนาคำพิพากษา ภายหลังมีคำพิพากษาดังกล่าวจำเลยไม่ชำระหนี้ โจทก์จึงขอศาลออกหมายบังคับคดียึดทรัพย์สินจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 150549 แขวงบางซื่อ เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยออกขายทอดตลาดเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2538 แล้วได้เงินจำนวน 1,550,000 บาท ไม่พอชำระหนี้ ยอดหนี้คำนวณถึงวันที่ 14 พฤษภาคม 2547 จำเลยยังคงมีหนี้ค้างชำระต้นเงิน 842,147.73 บาท ดอกเบี้ย 1,067,889.47 บาท รวมเป็นเงิน 1,910,037.20 บาท ตามสำเนาบัญชีแสดงรายการรับจ่ายเงิน สำเนารายงานการขายอสังหาริมทรัพย์และสำเนารายการคำนวณยอดหนี้ ต่อมาวันที่ 26 มีนาคม 2541 ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ยื่นฟ้องจำเลยต่อศาลแพ่งขอให้จำเลยล้มละลาย ศาลแพ่งพิจารณาแล้วมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2541 พิพากษาให้จำเลยล้มละลายเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2542 และมีคำสั่งยกเลิกการล้มละลายของจำเลยตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 135 (2) เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2546 ในคดีหมายเลขแดงที่ ล. 171/2541 ตามสำเนาคำพิพากษา โดยโจทก์มิได้นำหนี้ค้างชำระตามคำพิพากษาของศาลแพ่งคดีหมายเลขแดงที่ 6312/2537 มาขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายหมายเลขแดงที่ ล. 171/2541 แต่ประการใด ปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์มีเพียงว่า มีเหตุอื่นที่ไม่ควรให้จำเลยล้มละลายหรือไม่ เห็นว่า หนี้ที่โจทก์นำมาฟ้องจำเลยให้ล้มละลายในคดีนี้เป็นหนี้ตามคำพิพากษาของศาลแพ่งคดีหมายเลขแดงที่ 6312/2537 ที่โจทก์อาจขอรับชำระหนี้ได้ในคดีล้มละลายของศาลแพ่งหมายเลขแดงที่ ล. 171/2541 แต่โจทก์มิได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีดังกล่าวจนต่อมาเจ้าหนี้ที่ขอรับชำระหนี้จำนวน 3 ราย ได้ถอนคำขอรับชำระหนี้ในคดีดังกล่าวทุกราย ศาลแพ่งจึงถือเป็นเหตุไม่ควรให้จำเลยถูกพิพากษาให้ล้มละลายและมีคำสั่งยกเลิกการล้มละลายของจำเลยแล้วเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2546 แม้ผลของคำสั่งดังกล่าวไม่ทำให้จำเลยหลุดพ้นหนี้สินตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 135 (2) ประกอบมาตรา 136 และโจทก์ยังอาจนำหนี้ตามคำพิพากษาของศาลแพ่งคดีหมายเลขแดงที่ 6312/2537 มาฟ้องจำเลยให้ล้มละลายได้อีกก็ตาม แต่พฤติการณ์ที่โจทก์ละเลยมิได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีดังกล่าวโดยไม่ปรากฏเหตุอันสมควรทั้งที่มีหน้าที่ต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 91 กรณีดังกล่าวถือเป็นเหตุที่ไม่ควรให้จำเลยล้มละลายตามมาตรา 14 ที่ศาลล้มละลายกลางมีคำพิพากษายกฟ้องมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000789.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548