คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8055/2548 ฉบับเต็ม

#266736
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8055/2548 บริษัทเชียงใหม่ทวีผล คอนสตรัคชั่น จำกัด โจทก์ นางศรีพรรณ ศรีบุญปวน โจทก์ร่วม บริษัทวี. คอนกลอมเมอเรท จำกัด จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 207, มาตรา 221, มาตรา 387, มาตรา 572 ผู้ให้เช่าซื้อยอมรับค่าเช่าซื้อที่โจทก์ชำระไม่ตรงตามกำหนดตลอดมาแสดงว่าผู้ให้เช่าซื้อไม่ถือเอากำหนดระยะเวลาการชำระค่าเช่าซื้อเป็นสาระสำคัญ เมื่อจำเลยรับโอนสิทธิตามสัญญาเช่าซื้อจากผู้ให้เช่าซื้อโดยไม่โต้แย้ง จึงต้องผูกพันตามความประสงค์ของคู่สัญญาที่ไม่ถือเอากำหนดระยะเวลาการชำระค่าเช่าซื้อเป็นสาระสำคัญเช่นกัน เมื่อจะบอกเลิกสัญญาจำเลยต้องบอกกล่าวให้โจทก์ชำระค่าเช่าซื้อภายในเวลาที่สมควรก่อน เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ค้างชำระค่าเช่าซื้อเพียง 3 งวด การที่โจทก์ขอชำระค่าเช่าซื้อแต่จำเลยไม่ยอมรับอ้างว่าค้างชำระถึง 9 งวด จึงเป็นการไม่รับชำระหนี้โดยไม่มีเหตุตามกฎหมายที่จะอ้างได้ ถือว่าจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญา การที่โจทก์ไม่ชำระค่าเช่าซื้อภายในกำหนดเวลาตามหนังสือบอกเลิกสัญญายังถือไม่ได้ว่าโจทก์ผิดนัด ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์รถยนต์ตามฟ้องและส่งมอบสมุดคู่มือจดทะเบียนรถยนต์พร้อมเอกสารการโอนสิทธิรถยนต์ทั้งหมดให้โจทก์ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ศาลพิพากษา หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย และหากมีค่าปรับในการต่อทะเบียนรถยนต์เพื่อเสียภาษีประจำปีให้จำเลยเป็นผู้เสียค่าปรับทั้งหมด ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้องรบกวนการครอบครองรถยนต์ของโจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง และฟ้องแย้งขอให้บังคับโจทก์ส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนจำเลย หากไม่สามารถคืนได้ให้ใช้ราคาแทนเป็นเงิน 280,353.22 บาท ให้โจทก์ชดใช้ค่าขาดประโยชน์ซึ่งจำเลยอาจนำรถยนต์ให้บุคคลภายนอกเช่าจะได้ค่าเช่าไม่น้อยกว่าเดือนละ 5,000 บาท เป็นเวลา 39 เดือน เป็นเงิน 195,000 บาท และอัตราเดือนละ 5,000 บาท เป็นต้นไปจนกว่าจะส่งมอบรถยนต์คืนหรือใช้ราคาจนเสร็จ กับให้ชำระค่าปรับอัตราร้อยละ 21 ต่อปี นับแต่วันผิดนัดเป็นต้นมาเป็นเงิน 204,330 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 679,683.22 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องแย้งเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นจำเลยยื่นคำร้องขอให้เรียกนางศรีพรรณ ผู้ค้ำประกันโจทก์ตามสัญญาเช่าซื้อเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต โจทก์และโจทก์ร่วมให้การแก้ฟ้องแย้ง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์และโจทก์ร่วม ร่วมกันส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนจำเลยในสภาพเรียบร้อยใช้การได้ดี หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคา 100,000 บาท กับให้ชำระค่าเสียหายเป็นค่าขาดประโยชน์เป็นเงิน 107,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องแย้ง (ฟ้องแย้งวันที่ 6 กรกฎาคม 2543) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และค่าเสียหายอีกเดือนละ 2,000 บาท นับแต่วันฟ้องแย้งเป็นต้นไปจนกว่าจะส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนจำเลยหรือใช้ราคาแทนจนเสร็จแต่ไม่เกิน 4 เดือน กับให้โจทก์และโจทก์ร่วมร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้ตามทุนทรัพย์ที่จำเลยชนะคดี ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์และโจทก์ร่วมอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์รถยนต์ยี่ห้อวอลโว่ตามฟ้อง และส่งมอบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์พร้อมเอกสารการโอนสิทธิรถยนต์ดังกล่าวแก่โจทก์ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ศาลพิพากษา หากจำเลยไม่ดำเนินการจดทะเบียนให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย หากมีค่าปรับในการต่อทะเบียนรถยนต์เพื่อเสียภาษีประจำปีอันเกิดจากการไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาข้างต้น ให้จำเลยเป็นผู้ชำระค่าปรับทั้งหมดแทนโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้องรบกวนการครอบครองรถยนต์ตามฟ้อง และให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 6,000 บาท ยกฟ้องแย้งของจำเลย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า ตามฎีกาของจำเลยประการแรกมีว่า สัญญาเช่าซื้อเลิกกันตามหนังสือบอกเลิกสัญญาหรือไม่ ในข้อนี้ข้อเท็จจริงรับกันได้ความว่าโจทก์ชำระค่าเช่าซื้อไม่ตรงกำหนดเวลาซึ่งบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์แปซิฟิคไฟแนนซ์ จำกัด ผู้ให้เช่าซื้อได้ยอมรับเงินค่าเช่าซื้อจากโจทก์ตลอดมาด้วยการออกใบเสร็จรับเงินให้โดยไม่โต้แย้ง แสดงว่าคู่สัญญามิได้ถือเอากำหนดระยะเวลาตามสัญญาเป็นสาระสำคัญ แม้โจทก์ผู้เช่าซื้อจะผิดนัด 2 งวดติดต่อกันหรือผิดนัด 3 งวดไม่ติดต่อกัน แต่ต่อมาเมื่อโจทก์ชำระค่าเช่าซื้อบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์แปซิฟิคไฟแนนซ์ จำกัด ผู้ให้เช่าซื้อก็ยอมรับเงินค่าเช่าซื้อโดยไม่ถือว่าสัญญาเช่าซื้อเลิกกัน ดังปรากฏตามที่โจทก์ชำระค่าเช่าซื้องวดที่ 28 กับงวดที่ 29 งวดที่ 30 และงวดที่ 31 เป็นระยะเวลาห่างกันเกินกว่า 2 เดือน บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์แปซิฟิคไฟแนนซ์ จำกัด ก็ยอมรับค่าเช่าซื้อ และโจทก์ได้ชำระค่าเช่าซื้อครั้งสุดท้ายประจำงวดที่ 39 เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2541 ก่อนจำเลยรับโอนสิทธิตามสัญญาเช่าซื้อ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์แปซิฟิคไฟแนนซ์ จำกัด ได้รับค่าเช่าซื้อโดยไม่โต้แย้ง ส่วนการออกใบเสร็จรับเงินย้อนหลังลงวันที่ 10 กันยายน 2541 หลังจากจำเลยรับโอนสิทธิตามสัญญาเช่าซื้อแล้วก็ไม่ทำให้การชำระค่าเช่าซื้อของโจทก์ไม่ชอบ กลับแสดงให้เห็นว่าขณะชำระค่าเช่าซื้อครั้งสุดท้ายในงวดที่ 39 นั้น โจทก์และบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์แปซิฟิคไฟแนนซ์ จำกัด ยังมีความประสงค์ที่จะผูกพันกันตามสัญญาเช่าซื้ออยู่ต่อไป แม้จะล่วงเลยกำหนดเวลาชำระค่าเช่าซื้องวดสุดท้ายตามสัญญา สัญญาเช่าซื้อยังไม่เลิกกัน เมื่อจำเลยรับโอนสิทธิตามสัญญาเช่าซื้อจากผู้ให้เช่าซื้อโดยไม่ได้โต้แย้งจึงต้องผูกพันตามความประสงค์ของคู่สัญญาที่ไม่ถือเอากำหนดเวลาการชำระค่าเช่าซื้อตามสัญญาเป็นสาระสำคัญเช่นกัน เมื่อจะบอกเลิกสัญญาจำเลยต้องบอกกล่าวให้โจทก์ชำระค่าเช่าซื้อภายในเวลาที่สมควรก่อน เมื่อข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า โจทก์ค้างชำระค่าเช่าซื้อ 3 งวด การที่โจทก์ขอชำระค่าเช่าซื้อแต่จำเลยไม่ยอมรับชำระอ้างว่าค้างชำระถึง 9 งวด ดังนี้การที่โจทก์ไม่ได้ชำระค่าเช่าซื้อภายในเวลาตามหนังสือบอกเลิกสัญญายังถือไม่ได้ว่าโจทก์ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อ จำเลยไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ สัญญาเช่าซื้อยังไม่เลิกกัน เมื่อจำเลยไม่รับชำระหนี้โดยไม่มีเหตุตามกฎหมายที่จะอ้างได้ ถือว่าจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญา โจทก์ชอบที่จะนำค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระจำนวน 3 งวด ไปวางที่สำนักงานวางทรัพย์และฟ้องบังคับขอให้จำเลยโอนทะเบียนรถยนต์ที่เช่าซื้อให้โจทก์ได้ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น ส่วนที่จำเลยอ้างว่าการเสียภาษีรถยนต์ไม่จำต้องแนบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์มาด้วยนั้น จำเลยมิได้โต้แย้งคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ที่กำหนดให้จำเลยเสียภาษีรถยนต์แทนโจทก์ จึงเป็นฎีกาไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย อนึ่ง ได้ความตามฎีกาจำเลยเอกสารแนบท้ายฎีกาและคำแก้ฎีกาของโจทก์ว่าในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์โจทก์ได้ขอถอนเงินค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระทั้งหมดจากสำนักงานวางทรัพย์แล้ว ถือว่าไม่มีการวางทรัพย์มาแต่ต้น แต่สัญญาเช่าซื้อเป็นสัญญาต่างตอบแทน การที่โจทก์ฟ้องบังคับให้จำเลยจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์รถยนต์ที่เช่าซื้อและส่งมอบสมุดคู่มือจดทะเบียนพร้อมเอกสารการโอนรถยนต์ให้โจทก์นั้น โจทก์จะต้องชำระค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระทั้งหมดแก่จำเลยเป็นการตอบแทนด้วย พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์รถยนต์ยี่ห้อวอลโล่ รุ่น 940 จีแอลอีเอ หมายเลขเครื่อง 1236007 001647 แชสซีเลขที่ วายวี 1944855 พี 4 129260 ให้โจทก์และส่งมอบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์พร้อมเอกสารการโอนสิทธิรถยนต์ดังกล่าวให้แก่โจทก์ โดยให้โจทก์ชำระค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระ 3 งวด พร้อมภาษีมูลค่าเพิ่มจำนวนเงิน 107,043.87 บาทแก่จำเลย ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ฟังคำพิพากษา นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาเห็นควรเป็นพับ. (สถิตย์ ทาวุฒิ-สุรพล เจียมจูไร-เฉลิมศักดิ์ บุญยงค์) ศาลแพ่ง - นายครรชิต ปังคานนท์ ศาลอุทธรณ์ - นายเสรี เพศประเสริฐ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
266736
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายครรชิต ปังคานนท์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายเสรี เพศประเสริฐ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082027395"
    }
}
date
2548
deka_no
8055/2548
deka_running_no
8055
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "สถิตย์ ทาวุฒิ",
    "สุรพล เจียมจูไร",
    "เฉลิมศักดิ์ บุญยงค์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 207",
            "ม. 221",
            "ม. 387",
            "ม. 572"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทเชียงใหม่ทวีผล คอนสตรัคชั่น จำกัด"
    },
    {
        "role": "โจทก์ร่วม",
        "name": "นางศรีพรรณ ศรีบุญปวน"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทวี. คอนกลอมเมอเรท จำกัด"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์รถยนต์ตามฟ้องและส่งมอบสมุดคู่มือจดทะเบียนรถยนต์พร้อมเอกสารการโอนสิทธิรถยนต์ทั้งหมดให้โจทก์ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ศาลพิพากษา หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย และหากมีค่าปรับในการต่อทะเบียนรถยนต์เพื่อเสียภาษีประจำปีให้จำเลยเป็นผู้เสียค่าปรับทั้งหมด ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้องรบกวนการครอบครองรถยนต์ของโจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง และฟ้องแย้งขอให้บังคับโจทก์ส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนจำเลย หากไม่สามารถคืนได้ให้ใช้ราคาแทนเป็นเงิน 280,353.22 บาท ให้โจทก์ชดใช้ค่าขาดประโยชน์ซึ่งจำเลยอาจนำรถยนต์ให้บุคคลภายนอกเช่าจะได้ค่าเช่าไม่น้อยกว่าเดือนละ 5,000 บาท เป็นเวลา 39 เดือน เป็นเงิน 195,000 บาท และอัตราเดือนละ 5,000 บาท เป็นต้นไปจนกว่าจะส่งมอบรถยนต์คืนหรือใช้ราคาจนเสร็จ กับให้ชำระค่าปรับอัตราร้อยละ 21 ต่อปี นับแต่วันผิดนัดเป็นต้นมาเป็นเงิน 204,330 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 679,683.22 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องแย้งเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ

ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นจำเลยยื่นคำร้องขอให้เรียกนางศรีพรรณ ผู้ค้ำประกันโจทก์ตามสัญญาเช่าซื้อเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต

โจทก์และโจทก์ร่วมให้การแก้ฟ้องแย้ง ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์และโจทก์ร่วม ร่วมกันส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนจำเลยในสภาพเรียบร้อยใช้การได้ดี หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคา 100,000 บาท กับให้ชำระค่าเสียหายเป็นค่าขาดประโยชน์เป็นเงิน 107,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องแย้ง (ฟ้องแย้งวันที่ 6 กรกฎาคม 2543) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และค่าเสียหายอีกเดือนละ 2,000 บาท นับแต่วันฟ้องแย้งเป็นต้นไปจนกว่าจะส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนจำเลยหรือใช้ราคาแทนจนเสร็จแต่ไม่เกิน 4 เดือน กับให้โจทก์และโจทก์ร่วมร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้ตามทุนทรัพย์ที่จำเลยชนะคดี ให้ยกฟ้องโจทก์

โจทก์และโจทก์ร่วมอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์รถยนต์ยี่ห้อวอลโว่ตามฟ้อง และส่งมอบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์พร้อมเอกสารการโอนสิทธิรถยนต์ดังกล่าวแก่โจทก์ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ศาลพิพากษา หากจำเลยไม่ดำเนินการจดทะเบียนให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย หากมีค่าปรับในการต่อทะเบียนรถยนต์เพื่อเสียภาษีประจำปีอันเกิดจากการไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาข้างต้น ให้จำเลยเป็นผู้ชำระค่าปรับทั้งหมดแทนโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้องรบกวนการครอบครองรถยนต์ตามฟ้อง และให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 6,000 บาท ยกฟ้องแย้งของจำเลย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า ตามฎีกาของจำเลยประการแรกมีว่า สัญญาเช่าซื้อเลิกกันตามหนังสือบอกเลิกสัญญาหรือไม่ ในข้อนี้ข้อเท็จจริงรับกันได้ความว่าโจทก์ชำระค่าเช่าซื้อไม่ตรงกำหนดเวลาซึ่งบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์แปซิฟิคไฟแนนซ์ จำกัด ผู้ให้เช่าซื้อได้ยอมรับเงินค่าเช่าซื้อจากโจทก์ตลอดมาด้วยการออกใบเสร็จรับเงินให้โดยไม่โต้แย้ง แสดงว่าคู่สัญญามิได้ถือเอากำหนดระยะเวลาตามสัญญาเป็นสาระสำคัญ แม้โจทก์ผู้เช่าซื้อจะผิดนัด 2 งวดติดต่อกันหรือผิดนัด 3 งวดไม่ติดต่อกัน แต่ต่อมาเมื่อโจทก์ชำระค่าเช่าซื้อบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์แปซิฟิคไฟแนนซ์ จำกัด ผู้ให้เช่าซื้อก็ยอมรับเงินค่าเช่าซื้อโดยไม่ถือว่าสัญญาเช่าซื้อเลิกกัน ดังปรากฏตามที่โจทก์ชำระค่าเช่าซื้องวดที่ 28 กับงวดที่ 29 งวดที่ 30 และงวดที่ 31 เป็นระยะเวลาห่างกันเกินกว่า 2 เดือน บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์แปซิฟิคไฟแนนซ์ จำกัด ก็ยอมรับค่าเช่าซื้อ และโจทก์ได้ชำระค่าเช่าซื้อครั้งสุดท้ายประจำงวดที่ 39 เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2541 ก่อนจำเลยรับโอนสิทธิตามสัญญาเช่าซื้อ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์แปซิฟิคไฟแนนซ์ จำกัด ได้รับค่าเช่าซื้อโดยไม่โต้แย้ง ส่วนการออกใบเสร็จรับเงินย้อนหลังลงวันที่ 10 กันยายน 2541 หลังจากจำเลยรับโอนสิทธิตามสัญญาเช่าซื้อแล้วก็ไม่ทำให้การชำระค่าเช่าซื้อของโจทก์ไม่ชอบ กลับแสดงให้เห็นว่าขณะชำระค่าเช่าซื้อครั้งสุดท้ายในงวดที่ 39 นั้น โจทก์และบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์แปซิฟิคไฟแนนซ์ จำกัด ยังมีความประสงค์ที่จะผูกพันกันตามสัญญาเช่าซื้ออยู่ต่อไป แม้จะล่วงเลยกำหนดเวลาชำระค่าเช่าซื้องวดสุดท้ายตามสัญญา สัญญาเช่าซื้อยังไม่เลิกกัน เมื่อจำเลยรับโอนสิทธิตามสัญญาเช่าซื้อจากผู้ให้เช่าซื้อโดยไม่ได้โต้แย้งจึงต้องผูกพันตามความประสงค์ของคู่สัญญาที่ไม่ถือเอากำหนดเวลาการชำระค่าเช่าซื้อตามสัญญาเป็นสาระสำคัญเช่นกัน เมื่อจะบอกเลิกสัญญาจำเลยต้องบอกกล่าวให้โจทก์ชำระค่าเช่าซื้อภายในเวลาที่สมควรก่อน เมื่อข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า โจทก์ค้างชำระค่าเช่าซื้อ 3 งวด การที่โจทก์ขอชำระค่าเช่าซื้อแต่จำเลยไม่ยอมรับชำระอ้างว่าค้างชำระถึง 9 งวด ดังนี้การที่โจทก์ไม่ได้ชำระค่าเช่าซื้อภายในเวลาตามหนังสือบอกเลิกสัญญายังถือไม่ได้ว่าโจทก์ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อ จำเลยไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ สัญญาเช่าซื้อยังไม่เลิกกัน เมื่อจำเลยไม่รับชำระหนี้โดยไม่มีเหตุตามกฎหมายที่จะอ้างได้ ถือว่าจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญา โจทก์ชอบที่จะนำค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระจำนวน 3 งวด ไปวางที่สำนักงานวางทรัพย์และฟ้องบังคับขอให้จำเลยโอนทะเบียนรถยนต์ที่เช่าซื้อให้โจทก์ได้ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น ส่วนที่จำเลยอ้างว่าการเสียภาษีรถยนต์ไม่จำต้องแนบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์มาด้วยนั้น จำเลยมิได้โต้แย้งคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ที่กำหนดให้จำเลยเสียภาษีรถยนต์แทนโจทก์ จึงเป็นฎีกาไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

อนึ่ง ได้ความตามฎีกาจำเลยเอกสารแนบท้ายฎีกาและคำแก้ฎีกาของโจทก์ว่าในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์โจทก์ได้ขอถอนเงินค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระทั้งหมดจากสำนักงานวางทรัพย์แล้ว ถือว่าไม่มีการวางทรัพย์มาแต่ต้น แต่สัญญาเช่าซื้อเป็นสัญญาต่างตอบแทน การที่โจทก์ฟ้องบังคับให้จำเลยจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์รถยนต์ที่เช่าซื้อและส่งมอบสมุดคู่มือจดทะเบียนพร้อมเอกสารการโอนรถยนต์ให้โจทก์นั้น โจทก์จะต้องชำระค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระทั้งหมดแก่จำเลยเป็นการตอบแทนด้วย

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์รถยนต์ยี่ห้อวอลโล่ รุ่น 940 จีแอลอีเอ หมายเลขเครื่อง 1236007 001647 แชสซีเลขที่ วายวี 1944855 พี 4 129260 ให้โจทก์และส่งมอบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์พร้อมเอกสารการโอนสิทธิรถยนต์ดังกล่าวให้แก่โจทก์ โดยให้โจทก์ชำระค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระ 3 งวด พร้อมภาษีมูลค่าเพิ่มจำนวนเงิน 107,043.87 บาทแก่จำเลย ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ฟังคำพิพากษา นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาเห็นควรเป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000780.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548