คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5182/2549 ฉบับเต็ม

#266748
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5182/2549 พนักงานอัยการจังหวัดพะเยา โจทก์ นายแก้ว คำบุญเรือง จำเลย ป.อ. มาตรา 334, มาตรา 335, มาตรา 357 ป.วิ.อ. มาตรา 158 (5), มาตรา 195, มาตรา 225 การที่โจทก์บรรยายฟ้องข้อ 1 เกี่ยวกับความผิดฐานลักทรัพย์ว่า เมื่อระหว่างวันที่ 1 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2545 มีคนร้ายหลายคนร่วมกันลักเอาไม้มะค่าโมงแปรรูปจำนวน 235 แผ่น ที่เจ้าพนักงานยึดไว้เป็นของกลางในคดีอาญาขณะอยู่ในความครอบครองดูแลของ ว. ผู้เสียหายไปโดยทุจริต และบรรยายฟ้องข้อ 2 เกี่ยวกับความผิดฐานรับของโจรว่า ตามวันเวลาดังกล่าวในฟ้องข้อ 1 ถึงวันที่ 6 มิถุนายน 2545 จำเลยรับของโจรไม้มะค่าโมงจำนวน 8 แผ่น อันเป็นส่วนหนึ่งของไม้มะค่าโมงของกลางตามฟ้องข้อ 1 ที่ถูกคนร้ายลักไป หาใช่การบรรยายฟ้องที่ระบุว่า เวลากระทำผิดทั้งหมดในความผิดฐานรับของโจรเกิดขึ้นก่อนที่ไม้มะค่าโมงถูกคนร้ายลักเอาไป อันจะมีผลทำให้เป็นฟ้องที่ไม่ครบองค์ประกอบความผิดฐานรับของโจรไม่ ทั้งนี้เพราะฟ้องข้อ 2 โจทก์มิได้ระบุว่า เหตุรับของโจรเกิดขึ้นเพียงวันเดียวในวันที่ 6 มิถุนายน 2545 ซึ่งเป็นวันที่เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมไม้ของกลางบางส่วนเท่านั้น หากแต่โจทก์ระบุว่า เหตุรับของโจรเกิดตั้งแต่วันเวลาดังกล่าวในฟ้องข้อ 1 ถึงวันเวลาดังกล่าวในฟ้องข้อ 2 ซึ่งคำว่า ตามวันเวลาดังกล่าวในฟ้องข้อ 1 หมายถึง ตั้งแต่วันที่ 1 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2545 อันมีช่วงระยะเวลานานถึง 1 เดือน วันเกิดเหตุความผิดฐานรับของโจรตามที่โจทก์บรรยายในฟ้องข้อ 2 จึงอาจเป็นวันใดวันหนึ่งในช่วงเวลา 1 เดือนดังกล่าว ซึ่งอาจเป็นเวลาภายหลังจากที่มีคนร้ายลักไม้ของกลางตามฟ้องข้อ 1 แล้วก็ได้ การบรรยายฟ้องเช่นนี้จึงหาใช่การบรรยายฟ้องว่า จำเลยกระทำผิดฐานรับของโจรก่อนเกิดความผิดฐานลักทรัพย์ อันจะมีผลทำให้คำฟ้องโจทก์ไม่ครบองค์ประกอบความผิดฐานรับของโจรไม่ การที่โจทก์บรรยายฟ้องข้อ 2 ระบุเกี่ยวกับเวลาการทำผิดฐานรับของโจรว่า เหตุรับของโจรเกิดตั้งแต่วันเวลาดังกล่าวในฟ้องข้อ 1 คือตั้งแต่วันที่ 1 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2545 ถึงวันเวลาดังกล่าวในฟ้องข้อ 2 คือวันที่ 6 มิถุนายน 2545 อันเป็นวันเวลาก่อนที่จะถึงวันเวลาดังกล่าวในฟ้องข้อ 1 เป็นคำฟ้องที่สับสนขัดต่อสภาพและความเป็นจริง ไม่ชัดแจ้งเพียงพอที่จะทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาและต่อสู้คดีได้ถูกต้อง จึงเป็นฟ้องเคลือบคลุม ไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 158 (5) ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้คู่ความไม่ยกขึ้นฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334, 335, 357 และนำโทษจำคุกของจำเลยที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 816/2545 ของศาลชั้นต้น มาบวกเข้ากับโทษของจำเลยในคดีนี้ จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก จำคุก 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 เดือน บวกโทษจำคุก 6 เดือน ที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 816/2545 ของศาลชั้นต้นเข้ากับโทษจำเลยในคดีนี้เป็นโทษจำคุก 9 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำฟ้องของโจทก์ฐานรับของโจรนั้น โจทก์บรรยายฟ้องครบองค์ประกอบความผิดหรือไม่ เห็นว่า คำฟ้องข้อ 1. เกี่ยวกับความผิดฐานลักทรัพย์ โจทก์บรรยายฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ 1 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2545 มีคนร้ายหลายคนร่วมกันลักเอาไม้มะค่าโมงแปรรูป จำนวน 235 แผ่น ซึ่งเป็นไม้ที่เจ้าพนักงานยึดไว้เป็นของกลางในคดีอาญาโดยมีนายวัชรินทร์ผู้เสียหาย ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้เก็บรักษาของกลางดังกล่าวไว้ไปโดยทุจริต ส่วนในคำฟ้องข้อ 2. เกี่ยวกับความผิดฐานรับของโจร โจทก์บรรยายฟ้องว่า ตามวันเวลาดังกล่าวในฟ้องข้อ 1. ถึงวันที่ 6 มิถุนายน 2545 วันเวลาใดไม่ปรากฏชัด จำเลยได้บังอาจรับของโจรไม้มะค่าโมง 8 แผ่น อันเป็นไม้ส่วนหนึ่งของไม้ของกลางของผู้เสียหายตามฟ้องข้อ 1. ที่ถูกคนร้ายลักไป การบรรยายฟ้องของโจทก์เช่นนี้ หาใช่การบรรยายฟ้องที่ระบุว่าเวลากระทำผิดทั้งหมดในความผิดฐานรับของโจรเกิดขึ้นก่อนที่ไม้มะค่าโมงของกลางถูกคนร้ายลักเอาไป อันจะมีผลทำให้เป็นฟ้องไม่ครบองค์ประกอบความผิดฐานรับของโจรไม่ ทั้งนี้เพราะคำฟ้องข้อ 2. โจทก์มิได้ระบุว่าเหตุรับของโจรเกิดเพียงวันเดียวในวันที่ 6 มิถุนายน 2545 อันเป็นวันที่เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมไม้มะค่าโมงของกลางบางส่วนเท่านั้น หากแต่โจทก์ระบุว่าเหตุรับของโจรเกิดตั้งแต่วันดังกล่าวในฟ้องข้อ 1. ถึงวันเวลาดังกล่าวในฟ้องข้อ 2. ซึ่งเฉพาะคำว่า "ตามวันเวลาดังกล่าวในฟ้องข้อ 1." นั้น หมายถึง ตั้งแต่วันที่ 1 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2545 อันมีช่วงระยะเวลายาวนานถึง 1 เดือน ดังนั้น วันเกิดเหตุความผิดฐานรับของโจรที่โจทก์บรรยายฟ้องในส่วนนี้ จึงอาจเป็นวันใดวันหนึ่งในช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งเป็นเวลาภายหลังจากที่มีคนร้ายลักไม้มะค่าโมงตามฟ้องข้อ 1. แล้วก็ได้ ตามคำบรรยายฟ้องโจทก์เช่นนี้จึงหาใช่การบรรยายฟ้องว่าจำเลยกระทำผิดฐานรับของโจรก่อนเกิดความผิดฐานลักทรัพย์อันจะมีผลทำให้คำฟ้องโจทก์บรรยายข้อต่อสภาพและลักษณะของการกระทำความผิดหรือเป็นฟ้องที่บรรยายไม่ครบองค์ประกอบความผิดฐานรับของโจรตามนัยคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6395/2534 ดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 วินิจฉัยมาไม่ ตามคำฟ้องข้อ 2. เกี่ยวกับการระบุเวลากระทำความผิดฐานรับของโจร ที่โจทก์บรรยายฟ้องระบุว่า เหตุรับของโจรเกิดตั้งแต่วันเวลาดังกล่าวในฟ้องข้อ 1. คือตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 31 ธันวาคม 2545 ถึงวันเวลาดังกล่าวในฟ้องข้อ 2. คือวันที่ 6 มิถุนายน 2545 อันเป็นวันเวลาก่อนที่จะถึงวันเวลาดังกล่าวในฟ้องข้อ 1. นั้น เป็นคำฟ้องที่สับสนขัดต่อสภาพและความเป็นจริง ไม่ชัดแจ้งเพียงพอที่จะทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาและต่อสู้คดีได้ถูกต้อง จึงเป็นฟ้องเคลือบคลุม ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้คู่ความจะมิได้หยิบยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้ว ศาลฎีกาก็มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล พิพากษายืน (ธานิศ เกศวพิทักษ์-วิชัย วิวิตเสวี-พิทักษ์ คงจันทร์) ศาลจังหวัดพะเยา - นายปัญญาวุธ วิสุทธิ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายธีระ เบญจรัศมีโรจน์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
266748
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดพะเยา",
        "judge": "นายปัญญาวุธ วิสุทธิ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 5",
        "judge": "นายธีระ เบญจรัศมีโรจน์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082022438"
    }
}
date
2549
deka_no
5182/2549
deka_running_no
5182
deka_year
2549
department
แผนก
judges
[
    "ธานิศ เกศวพิทักษ์",
    "วิชัย วิวิตเสวี",
    "พิทักษ์ คงจันทร์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 334",
            "ม. 335",
            "ม. 357"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 158 (5)",
            "ม. 195",
            "ม. 225"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดพะเยา"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายแก้ว คำบุญเรือง"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334, 335, 357 และนำโทษจำคุกของจำเลยที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 816/2545 ของศาลชั้นต้น มาบวกเข้ากับโทษของจำเลยในคดีนี้

จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก จำคุก 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 เดือน บวกโทษจำคุก 6 เดือน ที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 816/2545 ของศาลชั้นต้นเข้ากับโทษจำเลยในคดีนี้เป็นโทษจำคุก 9 เดือน

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำฟ้องของโจทก์ฐานรับของโจรนั้น โจทก์บรรยายฟ้องครบองค์ประกอบความผิดหรือไม่ เห็นว่า คำฟ้องข้อ 1. เกี่ยวกับความผิดฐานลักทรัพย์ โจทก์บรรยายฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ 1 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2545 มีคนร้ายหลายคนร่วมกันลักเอาไม้มะค่าโมงแปรรูป จำนวน 235 แผ่น ซึ่งเป็นไม้ที่เจ้าพนักงานยึดไว้เป็นของกลางในคดีอาญาโดยมีนายวัชรินทร์ผู้เสียหาย ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้เก็บรักษาของกลางดังกล่าวไว้ไปโดยทุจริต ส่วนในคำฟ้องข้อ 2. เกี่ยวกับความผิดฐานรับของโจร โจทก์บรรยายฟ้องว่า ตามวันเวลาดังกล่าวในฟ้องข้อ 1. ถึงวันที่ 6 มิถุนายน 2545 วันเวลาใดไม่ปรากฏชัด จำเลยได้บังอาจรับของโจรไม้มะค่าโมง 8 แผ่น อันเป็นไม้ส่วนหนึ่งของไม้ของกลางของผู้เสียหายตามฟ้องข้อ 1. ที่ถูกคนร้ายลักไป การบรรยายฟ้องของโจทก์เช่นนี้ หาใช่การบรรยายฟ้องที่ระบุว่าเวลากระทำผิดทั้งหมดในความผิดฐานรับของโจรเกิดขึ้นก่อนที่ไม้มะค่าโมงของกลางถูกคนร้ายลักเอาไป อันจะมีผลทำให้เป็นฟ้องไม่ครบองค์ประกอบความผิดฐานรับของโจรไม่ ทั้งนี้เพราะคำฟ้องข้อ 2. โจทก์มิได้ระบุว่าเหตุรับของโจรเกิดเพียงวันเดียวในวันที่ 6 มิถุนายน 2545 อันเป็นวันที่เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมไม้มะค่าโมงของกลางบางส่วนเท่านั้น หากแต่โจทก์ระบุว่าเหตุรับของโจรเกิดตั้งแต่วันดังกล่าวในฟ้องข้อ 1. ถึงวันเวลาดังกล่าวในฟ้องข้อ 2. ซึ่งเฉพาะคำว่า "ตามวันเวลาดังกล่าวในฟ้องข้อ 1." นั้น หมายถึง ตั้งแต่วันที่ 1 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2545 อันมีช่วงระยะเวลายาวนานถึง 1 เดือน ดังนั้น วันเกิดเหตุความผิดฐานรับของโจรที่โจทก์บรรยายฟ้องในส่วนนี้ จึงอาจเป็นวันใดวันหนึ่งในช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งเป็นเวลาภายหลังจากที่มีคนร้ายลักไม้มะค่าโมงตามฟ้องข้อ 1. แล้วก็ได้ ตามคำบรรยายฟ้องโจทก์เช่นนี้จึงหาใช่การบรรยายฟ้องว่าจำเลยกระทำผิดฐานรับของโจรก่อนเกิดความผิดฐานลักทรัพย์อันจะมีผลทำให้คำฟ้องโจทก์บรรยายข้อต่อสภาพและลักษณะของการกระทำความผิดหรือเป็นฟ้องที่บรรยายไม่ครบองค์ประกอบความผิดฐานรับของโจรตามนัยคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6395/2534 ดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 วินิจฉัยมาไม่

ตามคำฟ้องข้อ 2. เกี่ยวกับการระบุเวลากระทำความผิดฐานรับของโจร ที่โจทก์บรรยายฟ้องระบุว่า เหตุรับของโจรเกิดตั้งแต่วันเวลาดังกล่าวในฟ้องข้อ 1. คือตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 31 ธันวาคม 2545 ถึงวันเวลาดังกล่าวในฟ้องข้อ 2. คือวันที่ 6 มิถุนายน 2545 อันเป็นวันเวลาก่อนที่จะถึงวันเวลาดังกล่าวในฟ้องข้อ 1. นั้น เป็นคำฟ้องที่สับสนขัดต่อสภาพและความเป็นจริง ไม่ชัดแจ้งเพียงพอที่จะทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาและต่อสู้คดีได้ถูกต้อง จึงเป็นฟ้องเคลือบคลุม ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้คู่ความจะมิได้หยิบยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้ว ศาลฎีกาก็มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000734.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2549