คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1871/2549 ฉบับเต็ม

#266766
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1871/2549 นายวันเฉลิม จันทวี กับพวก โจทก์ นายบุญสม พรบังเกิด จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 155 วรรคแรก, มาตรา 155 วรรคสอง ผ. กับจำเลยทำนิติกรรม ตามบันทึกข้อตกลงเรื่องกรรมสิทธิ์รวม (มีค่าตอบแทน) มีข้อความว่าจำเลยเสียค่าตอบแทนให้ ผ. เป็นเงิน 1,600,000 บาท และ ผ. จดทะเบียนกรรมสิทธิ์รวมให้จำเลยจำนวน 2,000 ส่วน แต่จำเลยไม่ได้ให้ค่าตอบแทนจำนวนดังกล่าวแก่ ผ. เพราะ ผ. จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์รวมให้แก่จำเลยโดยไม่มีค่าตอบแทน แต่ทำบันทึกข้อตกลงดังกล่าวเพื่อลวงไม่ให้บุตรซึ่งเป็นบิดาโจทก์ทราบ ถือได้ว่า ผ. ทำบันทึกข้อตกลงดังกล่าว ซึ่งเป็นนิติกรรมซื้อขายที่ดินกับจำเลยเพื่ออำพรางนิติกรรมยกให้ การที่นิติกรรมอันหนึ่งทำขึ้นเพื่ออำพรางนิติกรรมอีกอันหนึ่ง นิติกรรมอันแรกคือบันทึกข้อตกลงเรื่องกรรมสิทธิ์รวม (มีค่าตอบแทน) ย่อมเป็นการแสดงเจตนาลวงด้วยสมรู้กันระหว่างคู่กรณี นิติกรรมดังกล่าวย่อมเป็นโมฆะ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 155 วรรคแรก ส่วนนิติกรรมที่ถูกอำพรางคือสัญญาให้ต้องบังคับตามบทบัญญัติของกฎหมายที่ถูกอำพราง ตาม ป.พ.พ. มาตรา 155 วรรคสอง การที่ ผ. จดทะเบียนข้อตกลงเรื่องกรรมสิทธิ์รวม (มีค่าตอบแทน) ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินเช่นเดียวกับนิติกรรมให้ ย่อมถือได้ว่าการจดทะเบียนข้อตกลงเรื่องกรรมสิทธิ์รวมดังกล่าวเป็นการทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนสำหรับนิติกรรมการให้ที่ถูกอำพรางด้วย นิติกรรมการยกที่ดินให้ระหว่าง ผ. กับจำเลยจึงไม่เป็นโมฆะ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาให้นิติกรรมเรื่องกรรมสิทธิ์รวม (มีค่าตอบแทน) ที่ดินโฉนดเลขที่ 2837 ตำบลบางเสาธง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ จำนวน 2,000 ส่วน ระหว่างนางผวนกับจำเลยลงวันที่ 19 กรกฎาคม 2538 เป็นโมฆะและให้เพิกถอนรายการจดทะเบียนในวันดังกล่าวด้วย จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง วันนัดสืบพยานโจทก์ทั้งสี่ โจทก์ทั้งสี่ยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อกฎหมายเบื้องต้น จำเลยไม่คัดค้าน ศาลชั้นต้นให้รวมสั่งในคำพิพากษาและเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้โดยไม่จำต้องสืบพยาน จึงมีคำสั่งให้งดสืบพยานโจทก์ทั้งสี่และพยานจำเลย ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์ทั้งสี่อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตาม ป.วิ.พ. มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสี่ว่า นิติกรรมที่นางผวนยกกรรมสิทธิ์รวมที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยเป็นโมฆะหรือไม่ เห็นว่า นางผวนกับจำเลยได้ทำนิติกรรมตามบันทึกข้อตกลงเรื่องกรรมสิทธิ์รวม (มีค่าตอบแทน) ที่ดินพิพาทตามฟ้องและจดทะเบียนกรรมสิทธิ์รวมให้แก่จำเลยจำนวน 2,000 ส่วน หรือ 5 ไร่ โดยจำเลยเสียค่าตอบแทนเป็นเงินจำนวน 1,600,000 บาท ซึ่งโจทก์ทั้งสี่บรรยายฟ้องว่า จำเลยไม่ได้ให้ค่าตอบแทนจำนวนเงินดังกล่าวแก่นางผวน และนางผวนก็ไม่ได้แบ่งขายกรรมสิทธิ์ที่ดินให้แก่จำเลย ความจริงนางผวนได้โอนกรรมสิทธิ์ยกที่ดินให้แก่จำเลยโดยไม่มีค่าตอบแทน เหตุที่นางผวนทำบันทึกข้อตกลงเรื่องกรรมสิทธิ์รวม (มีค่าตอบแทน) และจดทะเบียนกรรมสิทธิ์รวมให้แก่จำเลย เพื่อลวงไม่ให้บิดาโจทก์ทั้งสี่ซึ่งเป็นบุตรของนางผวนทราบความจริงนั้น ถ้าข้อเท็จจริงเป็นดังที่โจทก์อ้าง ก็ถือได้ว่านางผวนทำบันทึกข้อตกลงเรื่องกรรมสิทธิ์รวม (มีค่าตอบแทน) ซึ่งก็คือนิติกรรมซื้อขายที่ดินไว้กับจำเลยเป็นการอำพรางการยกให้ การที่นิติกรรมอันหนึ่งทำขึ้นเพื่ออำพรางนิติกรรมอีกอันหนึ่ง นิติกรรมอันแรกคือบันทึกข้อตกลงเรื่องกรรมสิทธิ์รวม (มีค่าตอบแทน) ย่อมเป็นการแสดงเจตนาลวงด้วยสมรู้กันระหว่างคู่กรณีที่จะไม่ผูกพันกันตามเจตนาที่แสดงออกมานั้น นิติกรรมดังกล่าวย่อมตกเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 155 วรรคแรก ส่วนนิติกรรมอันหลังคือสัญญาให้ที่ถูกอำพรางไว้นั้น ต้องบังคับตามบทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยนิติกรรมอันที่ถูกอำพรางไว้ตามมาตรา 155 วรรคสอง เมื่อนางผวนมีเจตนาทำสัญญาให้ที่ดินจำเลยแล้ว การที่นางผวนจดทะเบียนบันทึกข้อตกลงเรื่องกรรมสิทธิ์รวม (มีค่าตอบแทน) ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินเช่นเดียวกัน ต่างกันเพียงแต่ว่ามีค่าตอบแทนหรือไม่ ไว้แล้ว ย่อมถือได้ว่าการจดทะเบียนข้อตกลงเรื่องกรรมสิทธิ์รวม (มีค่าตอบแทน) นั้น เป็นการทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนสำหรับนิติกรรมการให้ที่ถูกอำพรางด้วยโดยอนุโลม นิติกรรมให้ที่ดินพิพาทระหว่างนางผวนกับจำเลยจึงไม่เป็นโมฆะ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสี่ชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสี่ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ. (เฉลิมชัย จารุไพบูลย์-พิชิต คำแฝง-สุรภพ ปัทมะสุคนธ์) ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายสมบัติ เดียวอิศเรศ ศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
266766
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดสมุทรปราการ",
        "judge": "นายสมบัติ เดียวอิศเรศ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ -",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082025252"
    }
}
date
2549
deka_no
1871/2549
deka_running_no
1871
deka_year
2549
department
แผนก
judges
[
    "เฉลิมชัย จารุไพบูลย์",
    "พิชิต คำแฝง",
    "สุรภพ ปัทมะสุคนธ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 155 วรรคแรก",
            "ม. 155 วรรคสอง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายวันเฉลิม จันทวี กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายบุญสม พรบังเกิด"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาให้นิติกรรมเรื่องกรรมสิทธิ์รวม (มีค่าตอบแทน) ที่ดินโฉนดเลขที่ 2837 ตำบลบางเสาธง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ จำนวน 2,000 ส่วน ระหว่างนางผวนกับจำเลยลงวันที่ 19 กรกฎาคม 2538 เป็นโมฆะและให้เพิกถอนรายการจดทะเบียนในวันดังกล่าวด้วย

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

วันนัดสืบพยานโจทก์ทั้งสี่ โจทก์ทั้งสี่ยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อกฎหมายเบื้องต้น จำเลยไม่คัดค้าน ศาลชั้นต้นให้รวมสั่งในคำพิพากษาและเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้โดยไม่จำต้องสืบพยาน จึงมีคำสั่งให้งดสืบพยานโจทก์ทั้งสี่และพยานจำเลย

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์ทั้งสี่อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตาม ป.วิ.พ. มาตรา 223 ทวิ

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสี่ว่า นิติกรรมที่นางผวนยกกรรมสิทธิ์รวมที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยเป็นโมฆะหรือไม่ เห็นว่า นางผวนกับจำเลยได้ทำนิติกรรมตามบันทึกข้อตกลงเรื่องกรรมสิทธิ์รวม (มีค่าตอบแทน) ที่ดินพิพาทตามฟ้องและจดทะเบียนกรรมสิทธิ์รวมให้แก่จำเลยจำนวน 2,000 ส่วน หรือ 5 ไร่ โดยจำเลยเสียค่าตอบแทนเป็นเงินจำนวน 1,600,000 บาท ซึ่งโจทก์ทั้งสี่บรรยายฟ้องว่า จำเลยไม่ได้ให้ค่าตอบแทนจำนวนเงินดังกล่าวแก่นางผวน และนางผวนก็ไม่ได้แบ่งขายกรรมสิทธิ์ที่ดินให้แก่จำเลย ความจริงนางผวนได้โอนกรรมสิทธิ์ยกที่ดินให้แก่จำเลยโดยไม่มีค่าตอบแทน เหตุที่นางผวนทำบันทึกข้อตกลงเรื่องกรรมสิทธิ์รวม (มีค่าตอบแทน) และจดทะเบียนกรรมสิทธิ์รวมให้แก่จำเลย เพื่อลวงไม่ให้บิดาโจทก์ทั้งสี่ซึ่งเป็นบุตรของนางผวนทราบความจริงนั้น ถ้าข้อเท็จจริงเป็นดังที่โจทก์อ้าง ก็ถือได้ว่านางผวนทำบันทึกข้อตกลงเรื่องกรรมสิทธิ์รวม (มีค่าตอบแทน) ซึ่งก็คือนิติกรรมซื้อขายที่ดินไว้กับจำเลยเป็นการอำพรางการยกให้ การที่นิติกรรมอันหนึ่งทำขึ้นเพื่ออำพรางนิติกรรมอีกอันหนึ่ง นิติกรรมอันแรกคือบันทึกข้อตกลงเรื่องกรรมสิทธิ์รวม (มีค่าตอบแทน) ย่อมเป็นการแสดงเจตนาลวงด้วยสมรู้กันระหว่างคู่กรณีที่จะไม่ผูกพันกันตามเจตนาที่แสดงออกมานั้น นิติกรรมดังกล่าวย่อมตกเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 155 วรรคแรก ส่วนนิติกรรมอันหลังคือสัญญาให้ที่ถูกอำพรางไว้นั้น ต้องบังคับตามบทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยนิติกรรมอันที่ถูกอำพรางไว้ตามมาตรา 155 วรรคสอง เมื่อนางผวนมีเจตนาทำสัญญาให้ที่ดินจำเลยแล้ว การที่นางผวนจดทะเบียนบันทึกข้อตกลงเรื่องกรรมสิทธิ์รวม (มีค่าตอบแทน) ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินเช่นเดียวกัน ต่างกันเพียงแต่ว่ามีค่าตอบแทนหรือไม่ ไว้แล้ว ย่อมถือได้ว่าการจดทะเบียนข้อตกลงเรื่องกรรมสิทธิ์รวม (มีค่าตอบแทน) นั้น เป็นการทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนสำหรับนิติกรรมการให้ที่ถูกอำพรางด้วยโดยอนุโลม นิติกรรมให้ที่ดินพิพาทระหว่างนางผวนกับจำเลยจึงไม่เป็นโมฆะ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสี่ชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสี่ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000760.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2549